สนามกีฬาที่ควรปิดหรือเปิด

นอกจากความบันเทิงที่เราสามารถหามาเสพได้ตามสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นละครโขนหนัง ฯลฯ กีฬาคือความบันเทิงอย่างหนึ่งที่หลายคนเลือกที่จะเสพกันไปแล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน จากการแพร่ระบาดที่ดูเหมือนจะเป็นระเบิดของเชื้อโรคลูกแรกคือหล่นตูมลงมาด้วยความไม่รู้ถึงภัยนี้ อีกลูกคือความครื้นเครงที่มาจากผับ บาร์ คาราโอเกะ สองลูกนี้แหละคือที่มาของการเจ็บป่วยที่มีอยู่ในปัจจุบัน เอาละเรื่องของกีฬาที่แข่งกันโครมๆอยู่ทั่วทุกมุมโลกมันคือความเสี่ยงที่จะล้มตายกันอีกมากมาย ลองมองภาพดูว่าขณะที่เชื้อโรคโควิด 19 กำลังทำงานของมันอยู่คนเราก็ยังเชียร์บอล เชียร์มวยหรือกีฬาอะไรต่อมิอะไรยังคงมีจัดกันอยู่ เชื่อว่าทั่วโลกน่าจะมีตายเป็นล้านๆเข้าไปแล้ว นี่ขนาดหยุดกันแล้วยังเจ็บขนาดนี้ถ้าไม่หยุดกิจกรรมที่เคยมีบอกได้เลยต้องใช้วิธีฝังกลบแบบสัตว์ที่ตายด้วยโรคระบาดชัวร์

ตอนนี้คงพอนึกออกว่าเจ้าเชื้อโรคตัวนี้มันคืบคลานเข้าสู่ร่างกายคนเราได้อย่างไรสรุปได้ว่า “โควิด 19”มันมาด้วยการฟุ้งกระจายของน้ำลายหรือเสมหะที่เกิดการฟุ้งกระจายด้วยการจาม ไอ หรือตะโกน มันมาได้หมด กลับมาที่สนามกีฬาที่ควรเปิดหรือปิดนั้นจะต้องมีเหตุผลอะไรมารองรับ นั่นคือหนึ่งต้องเป็นกีฬาที่ไม่ประชิดติดตัว สองคือต้องอยู่กลางแจ้งมีแสงแดดส่องถึง และสามอยู่ในที่โล่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก… จากสามข้อที่ผ่านมามันก็เหลืออยู่ไม่กี่ชนิดกีฬาที่สามารถทำได้

เท่าที่พอจะทราบได้คร่าวๆคือ เทนนิส กอล์ฟ ที่เราพอจะจัดการกับวิธีดังกล่าวได้แยบยลพอสมควร…นั่นครูไก่หมายถึงกิจกรรมการออกกำลังกายนะครับไม่ได้รวมการแข่งขันเข้าไปด้วย เพราะหากมีการแข่งขันมันก็จบแล้วคือ ระยะประชิดเกิดขึ้นความเสี่ยงที่ “เจ้าโควิด 19 “จะออกมาทำงานอีกรอบ เห็นชัดๆกับหลายประเทศที่มีการกระเด้งกระดอนของจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนั่นคือข้อพิสูจน์แล้วว่า “พักไว้ก่อน” อย่าได้ชะล่าใจ อะไรทำได้อะไรไม่ได้ควรคิดให้ดีว่าเราจะเอาอย่างไรกันดี การผ่อนปรนที่กำลังจะเกิดขึ้นมันจะต้องพ่วงเอากฎข้อบังคับที่เคร่งครัดเข้าไปด้วย แบบนี้ถึงจะพอรับได้กับเวลาปัจจุบันนี้

ในช่วงหลายที่ผ่านมาครูไก่เคยเกิดความผิดปกติกับผิวหน้ามากมายคือเราแพ้ครีมกันแดด ทั้งผื่นและคันที่สุดเราก็ยอมกับครีมกันแดดทั้งหลายทั้งปวงนั่นคือ “เลิกใช้” ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น หันกลับมาใช้ผ้าคลุมหน้าหรือหน้ากากกันแสงแดดจนชิน นั่นมันก็เป็นมานับ 10 ปี ไปแล้ว หน้าตาสบายขึ้นมามาก แล้วที่แน่นอนสุดคือ ไม่สิ้นเปลืองนั่นแหละ พอเขาให้ใส่หน้ากากอยู่เป็นประจำก็เลยสบายๆไม่ได้คิดวิตกกังวลอะไรกับใครเท่าใดนัก…เอ้า…ไหนๆเราก็เดินมาไกลกับจำนวนผู้ป่วยจากร้อยถึงเลขตัวเดียวอดทนกันอีกนิดเดียวทุกอย่างก็จะใสสะอาดเสียที แต่ที่แน่ๆ “วัคซีน”เพื่อจะเอาชนะ “โควิด 19”ได้เด็ดขาดก็อีก 2 ปี เราต้องอยู่กับมันไปอีกนาน อะไรที่เสี่ยงก็หลบๆกันก่อนถ้าไม่ได้จริงๆก็ป้องกันไว้แหละ…เลิศสุด…

ครูไก่