เมืองรองต้องไป…อุทัยธานี

“เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้าน น้ำตก มรดกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ”

เพียงแค่เอ่ยถึงคำขวัญก็รู้แล้วว่า จังหวัดอุทัยธานี ที่ถูกจัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองนั้น มีความน่าสนใจทั้งในแง่ความสวยงามของสถานที่ ประวัติศาสตร์ความเป็นมา พระเพณี วัฒนธรรม และ อาหารการกิน อย่างครบถ้วนทุกมิติ ทำให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับนักเดินทางที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เมืองพระชนกจักรี หมายถึง เมืองบ้านเกิดของสมเด็จพระปฐมมหาชนก (พระชนกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) พระนามเดิม ทองดี ประสูติที่หมู่บ้านสะแกกรัง เมืองอุทัยธานี สืบเชื้อสายมาจาก เจ้าพระยาษาธิบดี (ปาน) ขุนนางกระทรวงต่างประเทศ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยจังหวัดอุทัยธานี ได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ประดิษฐาน ณ เขาแก้ว (เขาสะแกกรัง)

สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานีนั้นมีเยอะมาก หากมีเวลาจำกัดเพียงแค่แวะพักสักคืน ก็ยังเพียงพอสำหรับการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ ในตัวเมืองและใกล้เคียง

เขาสะแกกรัง แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด เดิมเรียกว่าเขาแก้ว ด้านล่างเป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี แวะกราบหลวงพ่อพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปสำริดปางมารชัย สมัยสุโขทัย อายุราวเจ็ดร้อยปี มีความงดงามน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่ง และทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี จะมีพระสงฆ์ราวห้าร้อยรูปเดินลงบันได 449 ขั้น จากยอดเขา เพื่อรับบิณฑบาตตามประเพณี ตักบาตรเทโวโรหณะ จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

การเดินทางเที่ยวชมด้านบนยอดเขาก็สะดวกสบาย สามารถขับรถขึ้นไปจนถึงยอดเขา แทนการเดินขึ้นบันไดสูงชัน เพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง มีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ระฆังโบราณใบใหญ่ เสียงดังกังวาน พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ แห่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และยังได้ชื่นชมทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีแบบรอบทิศ 360 องศา พร้อมกับรับสายลมเย็นที่พัดโชยตลอดทั้งวัน หรือจะลองทดสอบความฟิตด้วยการเดิน วิ่ง ขึ้นเขาก็ดีไม่น้อย ทำให้ช่วงเช้า – เย็น มีผู้รักสุขภาพมาออกกำลังกายกันเยอะพอสมควร ทำให้ได้รับความสุขทั้งกายและใจ

ตลาดเช้าริมน้ำ (ตลาดเทศบาล) อีกวิถีชีวิตที่แท้จริงของคนอุทัย ซึ่งคนเมืองใหญ่อาจจะไม่ค่อยได้เห็น แต่ที่นี่ถือเป็นการเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ตั้งแต่การเตรียมตัวเพื่อหุงหาอาหารของชาวบ้าน มีการทำบุญตักบาตรกับพระสงฆ์ซึ่งพายเรือมายังแพที่ทางจังหวัดจัดทำขึ้น ตัวตลาดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำสะแกกรังกลางตัวเมือง สินค้าและอาหารนานาชนิดถูกนำเสนอแบบหลากหลาย สินค้าอุปโภค บริโภค อาหารแห้ง อาหารสด พืชผักจากสวน สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ในราคามิตรภาพ และที่สำคัญที่สุด ปลาน้ำจืดสารพัดชนิด สดใหม่จากแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่อย่างแม่น้ำสะแกกรัง และแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้อุทัยธานี อุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลาดเช้าสะแกกรัง เปิดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางไปจนถึงราว 9 นาฬิกา หลังจากนั้นก็จะเก็บกวาด ทำความสะอาดเรียบร้อย จนจำไม่ได้ว่านี่คือสถานที่จอแจที่สุดในช่วงเช้า

จากความวุ่นวายในตลาด เพียงเดินขึ้นสะพานวัดโบสถ์ ข้ามแม่น้ำมาฝั่ง เกาะเทโพ (รถยนต์ข้ามไม่ได้) จะเห็นภาพความสวยงามของแม่น้ำที่ยังสะอาดใส ดูสบายตา และยังเป็นที่ตั้งของชุมชนเรือนแพในแม่น้ำสะแกกรัง อันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตกลางน้ำ มีบ้านเลขที่ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัจจุบันจำกัดไม่ให้เพิ่มจำนวนอีกแล้ว จึงเป็นความแปลกที่จะพบได้เฉพาะที่นี่

เมื่อข้ามมาถึงฝั่งเกาะเทโพ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเป็นคนละขั้ว ความสงบเงียบจะเข้ามาแทนที่ทันที เมื่อมองย้อนกลับไปฝั่งตลาดจะเห็นความเจริญแบบสังคมเมืองปัจจุบัน แต่เมื่อมองไปยัง วัดโบสถ์ (วัดอุโบสถาราม) วัดเก่าแก่ที่ได้บูรณะจนกลับมามีสภาพงดงามสวยสะอาด จะรู้สึกถึงความสงบเงียบ น่าศรัทธาเลื่อมใส มีมณฑปแปดเหลี่ยม เป็นสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นแปลกตา พร้อมกับเดินชมงานฝีมือในการก่อสร้างของช่างสิบหมู่ตั้งแต่สมัย ร.5 ส่วนด้านในอุโบสถ และ วิหาร เต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตร เกี่ยวกับประวัติพระพุทธศาสนา ควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง

สะพานแขวนเกาะเทโพ อยู่ด้านหน้าวัดขุมทรัพย์ เป็นสะพานเล็กๆ ข้ามคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำสะแกกรัง กับแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้เป็นเส้นทางลัดสำหรับชาวบ้าน กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้มีความสวยงาม เนื่องจากบริเวณนี้เป็นแหล่งน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดอุทัยธานี และยังเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน ซึ่งสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกบนเกาะเทโพ

ตรอกโรงยา ชื่อนี้มาจาก โรงยาฝิ่น ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จนปิดไปเมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิก ทำให้ตรอกนี้ซบเซาไปโดยปริยาย และกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับการฟื้นฟูให้เป็นถนนคนเดิน โดยเปิดเฉพาะทุกวันเสาร์ช่วงเย็น เป็นตลาดนัดที่พ่อค้าแม่ขายต้องเป็นชาวอุทัยธานีแท้ๆ เท่านั้น นำเสนอสินค้าที่ระลึกน่ารักๆ อาหารอร่อยๆ ร้านรวงในบรรยากาศย้อนยุค รับรองว่าได้อิ่มอร่อยประทับใจไม่รู้ลืม แต่ถ้าหากแวะไปเดินเล่นในวันอื่นๆ ก็ยังซึมซับกับบรรยากาศเก่าๆ ของร้านรวง ที่สามารถถ่ายรูปเล่นได้อย่างจุใจ นอกจากตัวเมืองที่เดินทางสะดวก ไปมาง่าย รถไม่ติด เต็มไปด้วยความลงตัวระหว่างอดีตกับปัจจุบันแล้ว ในเขตนอกเมืองออกไป ก็ยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น วัดท่าซุง, หุบป่าตาด, วัดถ้ำเขาวง, จุดชมวิวบ้านชายเขา อ.ลานสัก ฯลฯ เรียกว่าเที่ยวกันยังไงก็ไม่มีหมดครับ