รับมือ PM 2.5 อย่างมีสติ

หลายปีที่ผ่านมานี้ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มักจะปะทุขึ้นในช่วงเวลานี้ของปีเป็นประจำ การแก้ไขปัญหาในระดับใหญ่นั้น ไม่ง่ายและต้องใช้เวลา ทำให้ต่างคนก็ต้องต่างหาวิธีรับมือกันเอง ล่าสุดมีความพยายามนำเสนออุปกรณ์ใหม่ในการป้องกันฝุ่นส่วนบุคคล ที่ขายความสะดวกสบาย นั่นก็คือ “สร้อยสร้างประจุลบ” เพียงแค่สวมสร้อยก็กำจัดฝุ่นขนาดเล็กรอบๆ ตัวได้ ดูเหมือนจะถูกใจ ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็น วิ่ง ขี่จักรยาน รวมถึง นักกอล์ฟอย่างเราๆ ท่านๆ ด้วย ไม่ต้องใส่หน้ากากให้หายใจลำบาก สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างปกติและเต็มที่

แต่เดี๋ยวก่อน !!! เจ้าสร้อยที่ว่านี้ มันไม่เวิร์คอย่างที่กล่าวอ้างนะครับ

ซึ่งเวลาที่ทดสอบหรือทดลอง อุปกรณ์เหล่านี้ ให้ดู ไม่ว่าจะเป็นคลิปหรือทำกันให้เห็นตรงหน้าชัดๆ จะใช้การทดสอบในภาชนะปิด ไม่ว่าจะเป็นในแก้วหรือในกล่องขนาดเล็ก ทำให้ควันหรือฝุ่นที่อยู่ภายในนั้นมันหายไป ซึ่งโดยหลักการแล้ว อุปกรณ์ที่ว่าอาจจะสร้างประจุไฟฟ้าลบขึ้นได้จริง แล้วประจุไฟฟ้าลบนั้นไปจับกับฝุ่นควันจริงๆ

แต่ในสภาพแวดล้อมจริง โดยรอบๆ ใบหน้าของเรานั้น ไม่ใช่ภาชนะปิด และเมื่อประจุลบที่ถูกสร้างขึ้นมาจับฝุ่นได้ มันก็จะมีฝุ่นที่อยู่ในอากาศรอบๆ ลอยเข้ามาแทนที่บริเวณใบหน้าเราตลอดเวลา ไม่ได้จะทำให้ฝุ่นรอบใบหน้าของเราหายไปหมด เหมือนที่สาธิตในภาชนะปิด สุดท้ายเราก็ยังหายใจเอาฝุ่นเข้าไปเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออย่างสูดเข้าไปอย่างเต็มที่ เพราะความมั่นใจจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนด้วย

จริงอยู่ ฝุ่นสะสมเยอะขึ้นเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย เมื่อสภาพอากาศไม่อำนวย มีลม ฝุ่นก็ถูกพัดไปที่อื่น แต่ไม่ใช่ไม่มี ก็เพราะต้นเหตุของการเกิดฝุ่นยังคงอยู่รอบๆ ตัวเรา ด้วยความที่มีธรรมชาติเข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งของปัญหา ทำให้ดูเหมือนว่า ปัญหานี้จะใหญ่เกินไปที่จะแก้ไขกันได้เพียงช่วงข้ามคืน

แต่ก็ไม่ใช่จะแก้ไขไม่ได้ หากจำกันได้ หลายปีก่อนหน้านี้ กรุงปักกิ่ง ก็เคยประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 มาก่อนเราแล้วและดูเหมือนว่าจะหนักหนาสาหัสกว่าเราตอนนี้เสียอีก แต่รัฐบาลจีนก็สามารถแก้ไขปัญหา วางแผนการรับมือ จนสามารถลดระดับฝุ่น PM 2.5 ลงมาจากเดิมได้ถึง 35% ได้ในเวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น

ความรวดเร็วและจริงจังในการแก้ปัญหาเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ปัญหามลพิษในกรุงปักกิ่งคลี่คลายลงไปในทางที่ดีอย่างรวดเร็ว การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างเคร่งครัด เป็นมาตราการที่สำคัญทำได้ทันที เอาจริงกับการปราบปรามโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ลดจำนวนรถยนต์เก่า ควบคู่ไปกับพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ใช้พลังงานสะอาด ด้วยการเปลี่ยนรถสาธารณะทั้งรถบัสและแท็กซีให้ใช้พลังงานไฟฟ้า และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนใช้รถส่วนตัวน้อยลง นอกจากนั้นยังมีการ ติดตามค่าฝุ่น PM 2.5 แบบเรียลไทม์ในหลายๆ พื้นที่ เพื่อแจ้งเตือนระดับความปลอดภัยได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว รวมถึงช่วย จนท. ค้นหาต้นเหตุได้อย่างทันท่วงที และหากค่ามลพิษถึงจุดที่กำหนด ก็จะมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้น เช่น จำกัดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนลงครึ่งหนึ่งด้วยหมายเลขทะเบียน หรือห้ามทำอาหารประเภทปิ้งย่าง เป็นต้น ซึ่งามาตรการบางอย่างอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ตามค่ามลภาวะที่วัดได้

นอกจากนี้ยังมีมาตรการระยะยาวอีกหลายอย่าง ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้ และสร้างสวนสาธารณะเพิ่ม สนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพิ่มสถานีชาร์จเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

เห็นแนวทางจากเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งแล้ว บ้านเราก็อย่างเพิ่งหมดหวังครับ อดทนใส่หน้ากากรอไปอีกไม่กี่ปี… แล้วจะกี่ปีล่ะ?