สมิธ เพลย์ออฟซิวแชมป์ที่ฮาวาย

คาเมรอน สมิธ โปรจากออสเตรเลียซึ่งลุงของเขาเพิ่งเสียบ้านจากไฟป่าในออสเตรเลียเก็บพาร์ที่หลุมแรกของการซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ เฉือนชนะ เบรนแดน สตีล คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการโซนี โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 6.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 199 ล้านบาท  ณ สนาม ไวอาเล คันทรีคลับ เมืองฮอโนลูลู มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

การแข่งขันท่ามกลางฝนและบรรยากาศริมทะเลในรอบสุดท้ายที่ไวอสเล คันทรีคลับ ในเมืองฮอโนลูลู นั้น คาเมรอน สมิธ พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 8 ฟุตลงไปที่หลุม 18 พาร์ 5 จนได้เล่นซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ ส่วนในรอบเพลย์ออฟนั้น นักกอล์ฟจากออสเตรเลียทำสองพัตต์จากระยะ 10 ฟุตเพื่อชนะ เบรนแดน สตีล นักกอล์ฟอเมริกันที่นำการแข่งขันมาตลอดทั้งวัน

“คุณต้องพยายามเกาะอยู่ในกลุ่มนำเอาไว้ให้ได้ นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องทำ” สมิธ กล่าว “ในสภาพสนามและสภาพอากาศแบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีใครที่สามารถเล่นกอล์ฟได้ดีได้ ซึ่งสิ่งเดียวที่คุณต้องทำให้ได้คือเกาะกลุ่มเอาไว้แล้วไปลุ้นเอาว่าจะจบอย่างไร”

ในรอบสุดท้าย คาเมรอน สมิธ ทำสกอร์เข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสี่วัน 11 อันเดอร์พาร์ 269 เท่ากับ เบรนแดน สตีล นักกอล์ฟอเมริกันซึ่งสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำ ทว่าในรอบสุดท้ายตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 71

นับเป็นการคว้าแชมป์ราบการเดี่ยวในระดับยูเอสพีจีเอทัวร์เป็นรายการแรกของ สมิธ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยจับคู่กับ โยนาส บลิกซ์ท จากสวีเดน คว้าแชมป์รายการพีจีเอทัวร์ประเภทคู่ในรายการซูริก คลาสสิก เมื่อปี 2017 มาแล้ว

“การคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมต้องการทำให้สำเร็จมาเป็นเวลายาวนานมากแล้ว” สมิธ “ผมลงเล่นที่นี่มา 4 หรือ 5 ปีแล้ว และการได้จะได้พูดได้อย่างเต็มปากว่าสามารถชนะการแข่งขันด้วยตัวของคุณเองนั้นมันเป็นอะไรที่ดีมาก”

คาเมรอน สมิธ นับเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟออสเตรเลียนหลายๆคนที่ลงแข่งขันรายการนี้และบริจาคเงินรางวัลของเขาเพื่อช่วยเหลือไฟป่าซึ่งสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากในออสเตรเลียบ้านเกิดของเขา

“ชัยชนะของผมที่นี่นั้น ผมได้แต่หวังว่าจะสามารถส่งความสุขเล็กๆน้อยๆไปให้กับชาวออสเตรเลียนบางคนที่กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากในตอนนี้” สมิธ กล่าว โดยลุงของเขาที่สูญเสียบ้านและฟาร์มจากไฟฟ่านั้น สมิธ ได้นำมาพักในบ้านของเขาที่สหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน เบรนแดน สตีล ที่นำการแข่งขันมาตั้งแต่ทีช็อตหลุมแรกของการแข่งขันรอบสุดท้าย จนกระทั่งพัตต์รองสุดท้ายของหลุมที่เจ็ดสิบสองยอมรับว่าเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าเสียดาย

“มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเป็นอย่างมาก” สตีล กล่าว “ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดที่ผิดทางอยู่ตลอดเวลา ผมพยายามที่จะยิ้มออกมาให้ได้แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ”

จากตำแหน่งลูกที่ตกไลน์ไม่ดีในบังเกอร์ที่หลุม 11 พาร์ 3 แต่ สตีล สามารถระเบิดขึ้นไปทำเบอร์ดี้ระยะ 30 ฟุตสำเร็จ ส่งผลให้สกอร์รวมของเขาขยับเป็น 13 อันเดอร์พาร์และหนีห่างกลุ่มตามเป็น 3 สโตรก

แต่ คาเมรอน สมิธ เพื่อนร่วมก๊วนสุดท้ายในรอบสุดท้ายของเขาเก็บเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 5 ฟุตลงไปที่หลุม 12 และ สตีล เองดันไปออกโบกี้ที่หลุม 13 หลังจากเซฟพาร์ระยะ 5 ฟุตไม่ลง ทำให้สกอร์รวมห่างกันเหลือเพียงสโตรกเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สมิธ เองก็ดันตีไปตกบังเกอร์ที่หลุม 15 พาร์ 4 และขึ้นไปเซฟพาร์ระยะ 6 ฟุตพลาดออกโบกี้หล่นไปตามหลัง 2 สโตรกกับการแข่งขัน 3 หลุมสุดท้าย

แต่ สตีล เองก็เป็นคนเปิดโอกาสให้กับคู่ต่อสู้ด้วยการเสียโบกี้ที่หลุม 17 พาร์ 3 หลังจากทีช็อตไม่ออนกรีนและขึ้นไปพัตต์เซฟพาร์ระยะ 4 ฟุตไม่ลง ทำให้คะแนนรวมของเขานำหน้า สมิธ และสองนักกอล์ฟอเมริกัน ไรอัน พาลเมอร์ และ เวบบ์ ซิมป์สัน เพียงสโตรกเดียวเท่านั้น

พาลเมอร์ หล่นจากลีดเดอร์บอร์ดจากช็อตแอพโพรชที่หลุม 18 ซึ่งหาลูกกอล์ฟไม่เจอก่อนจะออกโบกี้ในที่สุด ขณะที่ ซิมป์สัน พัตต์ระยะ 15 ฟุตไม่ลง เปิดโอกาสให้ สตีล และ สมิธ ที่เล่นกันอยู่ในก๊วนสุดท้าย

หลังจากที่ต้องรอบนแท่นทีออฟหลุม 18 นานถึง 15 นาทีเพื่อรอเจ้าหน้าที่ระบายน้ำที่ขังอยู่บนกรีนหลุมสุดท้ายมากเกินไป แต่ สตีล ก็ยังทีช็อตไปตกกลางแฟร์เวย์

จากนั้น สตีล ยังต้องรออีก 15 นาทีเนื่องจากการหาลูกกอล์ฟของก๊วนหน้า คราวนี้ส่งผลให้ช็อตแอพโพรชของเขาทะลุไปถึงเตนท์ของคนดูแต่ก็แก้ไขขึ้นมาเซฟพาณืได้สำเร็จ ทว่า สมิธ ที่เอาตัวรอดจากบังเกอร์หน้ากรีนขึ้นมาออนระยะ 8 ฟุตขึ้นมาพัตต์เพื่อยืดเวลาไปในช่วงซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ สำเร็จ

แสงสว่างเหลือเพียงพอให้เล่นเพียงหลุมเดียวเท่านั้น และจำนวนน้ำที่ขังบนกรีนหลุม 18 มากเกินไป คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงย้ายไปดวลซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ กันที่หลุม 10

สมิธ ตีช็อตแอพโพรชขึ้นไปออนห่างธงระยะ 10 ฟุต ขณะที่ สตีล ตีทะลุกรีนและแก้ไขกลับมาเหลือระยะห่างธงถึง 14ฟุตและเซฟพาร์ไม่ลงก่อนมาดูนักกอล์ฟจากออสเตรเลียทำสองพัตต์เพื่อคว้าชัยชนะไปครอง

ซิมป์สัน จบการแข่งขันในอันดับสามด้วยสกอร์ 270 ตามด้วยเพื่อนร่วมชาติอเมริกัน เควิน คิสเนอร์ และ แกรม แม็คโดเวลล์ นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือที่จบอันดับสี่ร่วมด้วยด้วยสกอร์รวม 271

สรุปผลโซนี โอเพ่น (สนามพาร์ 70)
269 คาเมรอน สมิธ (ออสเตรเลีย) 70-65-66-68
269 เบรนแดน สตีล (สหรัฐ) 68-66-64-71
(สมิธ ชนะที่หลุมแรกของการซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ)
270 เวบบ์ ซิมป์สัน (สหรัฐฯ) 71-66-66-67
271 แกรม แม็คโดเวลล์ (ไอร์แลนด์เหนือ) 71-69-67-64
271 ไรอัน พาลเมอร์ (สหรัฐฯ) 67-68-68-68
271 เควิน คิสเนอร์ (สหรัฐฯ) 69-69-64-69
272 แลนโต กริฟฟิน (สหรัฐฯ) 71-69-68-64
272 เท็ด พ็อตเตอร์ (สหรัฐฯ) 67-69-70-66
273 คาเมรอน เดวิส (ออสเตรเลีย) 68-66-71-68
273 เฮนริก นอร์แลนเดอร์ (สวีเดน) 71-66-68-68
273 โบ โฮก (สหรัฐฯ) 70-65-69-69