ออร์มบี เผยชนะเพราะแรงกระตุ้นจากไฟป่าออสซี่

เวด ออร์มบี นักกอล์ฟจากออสเตรเลียเผยว่าต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นกำลังใจให้เหยื่อไฟป่าในออสเตรเลีย ก่อนผงาดแชมป์เอเชียนทัวร์รายการฮ่องกง โอเพ่น เป็นสมัยที่สองในรอบ 3 ปี ในการแข่งขันชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 30 ล้านบาท ณ สนามฮ่องกง กอล์ฟ คลับ ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

เวด ออร์มบี ทำสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 66 เป็นวันที่สามติดต่อกันก่อนคว้าแชมป์ไปครองชนิดนำม้วนเดียวจบด้วยสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 263 นับเป็นการคว้าแชมป์เอเชียนทัวร์รายการที่สามของนักกอล์ฟชาวออสซีรายนี้

หลังจากที่ต้องเห็นเพื่อนร่วมชาติออสเตรเลียต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติอย่างไฟป่า นั่นสร้างแรงบันดาลใจให้กับเขาเป็นอย่างมากที่ต้องการจะโชว์ผลงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“คุณเพียงต้องการลงไปเล่นและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับชาวออสเตรเลียนบ้าง หรือมีอะไรบางอย่างในทีวีดูนอกเหนือจากไฟป่าบ้าง” ออร์มบี กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ทางด้าน เชน ลาวรี นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์ที่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเพิ่งคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกในชีวิตในศึกบริติช โอเพ่น ที่พอร์ทรัช เข้ารอบสุดท้ายหวดเข้ามาถึง 6 อันเดอร์พาร์ 64 แต่ยังไม่เพี่ยงพอแพ้ ออร์มบี ไปถึง 4 สโตรก

ลาวรี นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์ และ โทนี ฟิเนา ผู้เล่นทีมไรเดอร์คัพของสหรัฐอเมริกา ทีออฟในกลุ่มเดียวกัน และต่างรู้ดีว่าต้องทำอะไรเป็นพิเศษหากต้องการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์กับอดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2017 อย่าง ออร์มบี

ลาวรี ออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรงด้วยการระเบิดทรายทำเบอร์ดี้สำเร็จตั้งแต่หลุมแรก เช่นเดียวกับ ฟิเนา ที่สตาร์ทเบอร์ดี้ที่หลุมแรกเช่นเดียวกันแต่มาจากการพัตต์

ออร์มบี นั้นสตาร์ทด้วยโบกี้ที่หลุม 1 แต่ก็ไล่กลับมาได้ในช่วง 8 หลุมถัดมา และสกอร์รวมยังนำหน้า ลาวรี อยู่ 1 สโตรก ทำให้นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์ยังมีงานให้ทำอีกเยอะในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายของการแข่งขัน

ลาวรี ได้อีเกิ้ลที่หลุม 13 ที่สามารถเรียกเสียงเชียร์จากแฟนกอล์ฟได้กระหึ่ม ทว่าเขาไปเสียสโตรกที่หลุม 16 ก่อนจบการแข่งขันด้วยสกอร์ 13 อันเดอร์พาร์ และปล่อยให้ ออร์มบี นำ 3 สโตรกกับการเล่น 3 หลุมสุดท้ายของเขา

ถึงแม้จะพลาดหวังในการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ แต่ ลาวรี เผยว่าเขามีความสุขกับการจบอันดับสองบนสนามเจ้าเล่ห์อย่าง ฮ่องกง กอล์ฟคลับ ซึ่งเขาไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในสองวันสุดท้ายได้ในการมาลงเล่นครั้งหลังสุดเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา

“เวดเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมาก เขาเล่นแบบทิ้งเราออกไปอย่างเดียวแบบไม่ยอมเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ไล่กันเลย” ลาวรี กล่าว

ออร์มบี นั้นไปได้เบอร์ดี้ที่หลุม 17 และปิดด้วยการพัตต์สั้นลงไปบนกรีนหลุมสุดท้ายพร้อมกับคว้าแชมป์ฮ่องกง โอเพ่น เป็นสมัยที่สองในรอบ 3 ปี

ทางด้าน ฟิเนา จบสกอร์รอบสุดท้าย 3 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วันแพ้ ออร์มบี ไปถึง 7 สโตรกหลังออกดับเบิลโบกี้ที่หลุม 18 “ผมพยายามเล่นเกมบุกเพื่อทำเบอร์ดี้ แต่ทิศทางลมมันเปลี่ยน แน่นอนว่ามันน่าผิดหวังแต่คงไม่ใช่หนสุดท้าย” ฟิเนา กล่าว

ส่วน อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ จากประเทศไทยออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะหนึ่งในกลุ่มลุ้น ทว่านักกอล์ฟทำเงินสูงสุดของเอเชียนทัวร์ 2019 ไปออกโบกี้ 2 หลุมในช่วงเก้าหลุมสุดท้าย และจบการแข่งขันแพ้แชมป์ไป 6 สโตรกจบอันดับสี่ตามหลัง กัญจน์ เจริญกุล เพื่อนร่วมชาติหนึ่งอันดับ

โดย กัญจน์ นักกอล์ฟวัย 27 ปี จากพังงา เก็บเพิ่มอีก 1 อันเดอร์พาร์ 69 จบอันดับสามด้วยสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 268 ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า “ยอมรับว่ามีกดดัน และตัวเองยังไม่ชินกับการเล่นในกลุ่มสุดท้าย คิดว่าถ้าได้เล่นบ่อยๆ จะชิน วันนี้เล่นไม่ได้ตามเกม ซึ่งเราไม่ควรไปคำนึงถึงคู่ต่อสู้ เพราะสามวันที่แล้วเล่นได้ดีตามเกมตัวเอง ก็ถือเป็นบทเรียน แต่โดยรวมพอใจมากับอันดับ 3 ในรายการนี้”

สำหรับผลงานของนักกอล์ฟไทยคนอื่นๆ สดมภ์ แก้วกาญจนา สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 272 อันดับเจ็ดร่วม, พรหม มีสวัสดิ์ สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 274 จบอันดับสิบแปดร่วม, พชร คงวัดใหม่ สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 275 จบอันดับยี่สิบสองร่วม, ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต และ แดนไท บุญมา สกอร์รวมคนละ 3 อันเดอร์พาร์ 277 อยู่อันดับสามสิบร่วม,

สุรดิษ ยงค์เจริญชัย และ ประหยัด มากแสง สกอร์รวมคนละ 2 อันเดอร์พาร์ 278 อยู่อันดับสามสิบห้าร่วม, โคสุเกะ ฮามาโมโต้ 1 โอเวอร์พาร์ 281 อันดับห้าสิบสี่ร่วม และ ชัพชัย นิราช สกอร์รวม 3 โอเวอร์พาร์ 283 อันดับห้าสิบร่วม

สรุปผลฮ่องกง โอเพ่น (สนามพาร์ 70)
263 เวด ออร์มบี (ออสเตรเลีย) 65-66-66-66
267 เชน ลาวรี (ไอร์แลนด์) 69-66-68-64
268 กัญจน์ เจริญกุล (ไทย) 67-67-65-69
269 อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ (ไทย) 68-66-67-68
270 โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ) 69-69-65-67
271 ราชิด ข่าน (อินเดีย) 69-69-63-70
272 ชาร์ลี วี (เกาหลีใต้) 73-68-65-66,
272 นาโอกิ เซกิโตะ (ญี่ปุ่น) 73-67-65-67
272 สดมภ์ แก้วกาญจนา (ไทย) 71-70-64-67
272 เดวิด กลีสัน (ออสเตรเลีย) 66-71-67-68
272 โทโมมารุ โอซึกิ (ญี่ปุ่น) 65-71-67-69
272 เทอร์รี ฟิลคาดาริส (ออสเตรเลีย) 68-69-64-71