อมยิ้มริมกรีน

ดราม่า พระพุทธปางกาโม่ อุลตราแมน

คิดอย่างไรบ้างครับ กับ ภาพวาดพระพุทธเจ้า ปางกาโม่อุลตร้าแมน?

ผมว่า ที่เกิดเป็นกระแสดราม่านั้น เพราะ ความคิดเยอะ คิดมากเกินไป ไม่แบ่งแยกออกมาให้เป็นส่วนๆ ในบริบทนั้นๆ

คือ ส่วนศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก็ส่วนหนึ่ง ส่วน ผลงานศิลปะ ก็ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เอามาคลุกเป็น ขนมผสมน้ำยา

กลุ่มชนผู้อ้างเทิดทูนบูชาพระพุทธยิ่งสิ่งอื่นใด ตัดสินพิพากษาว่า เป็นผลงานที่ลบหลู่ศาสนา จะ “เอาเรื่อง” เด็กผู้วาด ยันไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ “ให้ท้าย” ว่า เจตนาลบหลู่พระพุทธเจ้า ย่ำยีศาสนา รูปชุดนี้ สมควรเอามาเผาทิ้งซะ

มนุษย์เรา ชอบพิพากษาคนอื่นครับ..บางทีก็เหมือนกระทืบโชว์ โดยไม่คิดให้สุขุมก่อนกระทำ

ยิ่งพวกที่หลงในอัตตา มีอัตตาทิฐิ หลงในพุทธบารมี เกินกว่าธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ก็จะมองว่า เป็นการกระทำที่จาบจ้วง ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ ก็ไม่ต่างกับ อำนาจของคริสตจักรในยุคกลาง ที่ ไล่ล่าแม่มด กล่าวหาคนนอกรีตเป็นสาวกซาตาน จับทรมานแล้วเผาทั้งเป็น

ผมตามอ่านดรามาพระพุทธปางกาโม่ อุลตร้าแมน ใน โซเชียลมีเดีย ที่มี ศิลปินเก๋า นักวิชาการ นักคิดนักเขียน ออกมาปกป้องเด็กผู้หญิงคนวาด มีเจตนาผ่องเผ้ว มิได้คิดร้ายทำร้ายพุทธศาสนา นักวิชาการที่เขียนถึงเรื่องนี่ได้ดีที่สุด คือผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อจ.กฏหมายมหาชนและรองอธิการบดี ฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไม่ได้ตำหนิใคร แต่ชี้ให้เห็นประเด็นสาระอย่างชัดเจน สร้างพุทธิปัญญา

……พระพุทธรูป มีขึ้นมาภายหลัง พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้วห้าร้อยปี อินเดียได้อิทธิพลงานศิลปะมาจากรูปปั้นกรีก มาปั้นพระพุทธรูปเป็นครั้งแรก มีใบหน้างดงามแบบกรีก ที่ต่อมาเรียกว่า ศิลปะคันธาระ รูปปั้นพระพุทธรูปยุคสุโขทัย พันกว่าปีก่อนของไทย ก็สืบมาจากศิลปะคันธาระจากอินเดียว

ผนวกไปกับ คุณสมโพธิ์ แสงเดือนฉาย ผู้ให้กำเนิดกาโม่ อุลตราแมน เมื่อเกือบครึ่งศตวรรษก่อน ครั้งวาดซุเปอร์ฮีโรนี้ให้กับบริษัทภาพยนต์ในญี่ปุ่นระหว่างไปทำงานที่นั่น ก็เคยให้บันทึกว่า..ใบหน้าของอุลตร้าแมนนั้น ได้มาจากจิตนนาการถึง ใบหน้าพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ที่ทรงรูปไข่

ภาพวาดงาน ของน้องผู้วาด จึงสามารถตีความสามตลบได้ว่า มาจากรูปพระพุทธ ศิลปะคันธาระสองพันปีก่อน ส่งต่อ สู่พุทธศิลปะสุโขทัยหนึ่งพันปี ผ่านจินตนาการของคุณ สมโพธิ์ แสงเดือนฉาย จนมาถึงผืนผ้าใบแคนวาสของน้อง กาโม่อุลตร้าแมน ที่สุดก็คือ ปางภาคหนึ่งของสมเด็จพระพุทธเจ้า อันเกิดจากจินตนาการงานศิลปะของมนุษย์ ที่ส่งต่อกันมานั่นเอง

นี่คือ ประเด็น งานศิลปะ พุทธศิลป์ ที่มีการวิวัฒนาการ เปลี่ยนแปลงเรื่อยมา

งานภาพวาด พระพุทธปางกาโม่ อุลตร้าแมน ชุดนี้ เป็นของนักศึกษาชั้นปีที่4 วิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมา

งานนี้คือเอา “กรอบ” พระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก กับ “กาโม่” และครอบครัวอุลตราแมน มาปะใส่กัน ออกมาเป็นศิลปะร่วมสมัย พระพุทธรูปปางกาโม่ อุลตร้าแมน ตีความหมาย “ฮีโร่” บุรุษผู้มาปัดเป่าความทุกข์ยากของมนุษย์ชาวโลก

งานภาพวาด ที่ใช้องค์ประกอบ สิ่งที่มีอยู่แล้ว ที่เป็นสัญลักษณ์ที่รู้จักดีในสาธารณชน 2 สิ่ง มาทำให้เป็น ชิ้นงานเดียว เรียกว่า “ศิลปะตัดปะ” คือ ดื้อๆ ดิบๆ ตรงๆ ถึงจะเขียนวาดได้ลายวิจิตร แต่ไอเดียรังสรรค์ creative ก็ประมาณ งานเด็กๆ ส่งทำส่งครูน่ะครับ

ที่ขายได้ในงาน มีผู้ซื้อ ราคา 4500.-ถึง 6500.- ก็ถือว่ามีราคาแล้ว

แต่ที่กลายเป็นเรื่องระเบิดเถิดเทิง ก็เพราะ การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ยึดมั่นถือมั่น..พระพุทธเจ้าของกู ใครอย่าแตะ..ประกาศเอาเรื่องเด็ก จะฟ้องศาล เอาตำรวจจับ พาลเป็นเรื่องราวใหญโต เพราะ ”ผู้ใหญ่” ในจังหวัด ก็บ้าจี้ แก้ปัญหาแบบข้าราชการไทยโบราณ พาเด็กไปกราบขออภัยพระผู้ใหญ สำนึกผิดไปแล้ว

เกิดกระแสอีกฝ่ายขึ้นมาต่อต้าน ปกป้องสิทธิของเด็กและความหมายของงานศิลปะ ไม่ใช่เอาเรื่องศาสนามาหาเรื่อง อย่า โลกแคบ ใจแคบ ปล่อยให้เด็กมีจินตนาการของตนเองบ้าง ด้วยโลกมาไหนถึงไหนแล้ว คนงมงายน่ะ ผู้ใหญ่ หลงอัตตาทิฐิ ดำดิ่งในปัญญาต่างหาก

ดรามาเรื่องดี ดีเยี่ยมตรงไหน ทราบไหมครับ?

ดีเยี่ยมที่ นายปกรณ์ พรชีวางกูร คนหนุ่มคนหนึ่ง ที่ซื้อภาพ 1 ใน 4 ภาพไปแต่แรก เกิดพุทธิไอเดีย ประกาศเจตนารมย์ ขอเปิดประมูลขายภาพ เพื่อหาเงินทำการกุศล กลับคืนเมืองโคราช ซื้อเตียงเด็กคนป่วยไอซียู มอบให้กับ โรงพยาบาลบ้านไร่ ภาพมาจากโคราช ก็ควรสร้างมูลค่าให้กับโคราช

คนไทยเรานั้น ชอบแดกดัน ประชดประชัน ..ปิ้งปลาย่างประชดแมว

เอ็งไม่ชอบใช่ไหม ใจแคบกับเด็กตัวเล็กๆ ใช่ไหม..แต่กูชอบ และกูทำ บดให้เอ็งมันกระจอกงอกง่อย

มีผู้อันจะกิน สนใจในงานศิลปะอยู่บ้าง อยากทำอะไรเท่ๆ เพื่อสังคม ก็เลย ประมูลภาพ พระพุทธปางกาโม่ อุลตราแมน ขึ้นไปได้ราคาไม่น่าเชื่อ

รูปหนึ่งซื้อแต่แรก 4500.- ราคาประมูล 1.2 ล้านบาท อีกรูปซื้อมา 6500.- ราคาประมูล 2 ล้านบาท

หัก10เปอร์เซ็นต์ ให้น้องคนวาดเป็นทุนการศึกษา นอกนั้น บริจาคเป็นทาน ซื้อเตียงคนไข้ ไอซียู รพ. บ้านไร่นครราชสีมา บริจาคกองทุนช่วยเหลือเด็กตาบอด

จะว่าเป็น “ความศักดิ์สิทธิ์” ภาพพระพุทธปางกาโม่ อุลตราแมน สำแดง “ปาฏิหารย์” ก็ไม่ผิดนัก..ในแง่ของ การทำให้ เงินหลายล้าน ไปสู่ ผู้ยากไร้ จากทานบารมี

ภาพชุดพระปางกาโม่ อุลตราแมน ยังเหลืออีก 2 รูปนะครับ..มีมูลค่าแน่นอน

ภาพวาดระดับ art collection มูลค่าอยู่ที่ ต้องมี story อันยอดเยี่ยม

ภาพพระพุทธปางกาโม่ แม้จะเป็นงาน “ศิลปะตัดปะ” ระดับส่งครูของนักศึกษาคนหนึ่ง แต่คุณสมบัติตีมูลค่าครบถ้วน เจ้าของยืนข้างภาพใน แกลเลอรี่ใดๆ ก็ตาม จะสามารถคุยกับคนอื่นที่สนใจงานศิลปะ ตั้งแต่พุทธศิลปะคันธาระจนมาถึง กาโม่อุลตราแมน ไปจนถึงดราม่า..เป็นจำเลยลบหลู่พระพุทธเจ้า ต้องเอาไปเผาทิ้งซะ ยิ่งพูดยิ่งมันส์น้ำลายแตกฟองออกรสยาวนาน ล้วนเป็นมูลค่าของภาพทั้งสิ้น

ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง ที่อาจเป็น การ “มองไกล” ของผู้ประมูลซื้อให้ราคาเป็นล้านบาท คือ งานศิลปะ พระปางกาโม่อุลตร้าเข้าไปเกี่ยวกันพันกับ ศิลปะที่เป็น สมบัติอมตะของญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นรัก กาโม่และครอบครัวอุลตร้าแมน คือ การ์ตูนมังงะ ภาพยนต์อนิเมชั่น มีหุ่นของเล่นสะสมมานับครึ่งศตวรรษ

งาน Ultra Man Collection ในโลกนี้ ยังไม่มีภาพ พุทธอุลตรา กาโม่ นะครับ

นักสะสมงานศิลปะของญี่ปุ่นสนใจ collection นี้แน่นอน

แล้วเวลาเศรษฐีญีปุ่นอยากได้งานศิลปะ อะไรที่มีหนึ่งเดียว..ย่อมไม่เกี่ยงราคา

อย่างไรก็ตาม ภาพวาดพระพุทธปางกาโม่ อุลตราแมน ที่มีมูลค่ามหาศาลนั้น เกิดจาก “อุบัติการณ์” ออริจินอล มีเพียง 4 ภาพ ที่น้องเขาวาดเท่านั้น

หากมีใครเอาอย่าง วาดมั่ง ในวิธีการเดียวกัน หรือ ”แตกหน่อ” เกิดภาพวาดพระพุทธฮีโร่อีกหลายๆปาง เช่น ปางซุปเปอร์แมน แบทแมน ฯลฯ ..ไปจนภึง ปางไออ้อนแมน โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์

เหล่านั้นล้วน เป็น “ภาพก๊อปปี้” ทั้งแนวทาง ทั้งไอเดีย ซ้ำซาก มุกเดิมๆ…ไม่มีค่าแต่ประการใด

คนก็เบื่อ ใครวาดออกมา หวังดัง หวังขาย

คราวนี้ย่อมโดนถล่มด่า..มึงเอาเปรียบ หากินกับ พระพุทธแน่ๆ

ที่กล่าวมา คือแง่ของงานศิลปะ

จากแคนวาสผลงานเด็ก เข้าห้องพระ พนมมือกราบพระ ศรัทธาในพระพุทธองค์

อาจารย์ปริญญา ก็ ”สอน”ง่ายๆ สั้นๆ แต่ได้ใจความอย่างยิ่ง

ธรรมแห่งพระพุทธ เพียรสร้างพุทธิปัญญา โปรดสัตว์ “บัวปริ่มน้ำ” (บัวเหนือน้ำ ไม่ต้องสอน เพราะรู้เอง บัวใต้น้ำ ก็ไม่ต้องสอนเพราะ ดำดิ่งในความไม่รู้ ก็งมโง่ต่อไป) ว่า ความสุข มาจากการ “หลุดพ้น” ไม่ใช่ “การยึดติด”

การยึดมั่นถือมั่น ตัวกู ของกู เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ..การปล่อยวาง “เดินสายกลาง” กับสรรพสิ่งรอบตัว คือ บ่อเกิดแห่งพุทธิปัญญา

เป็นไงครับ..แจ่มไหม ?

ยอดทอง