ปริศนา ศิริสมถะ

ปริศนา ศิริสมถะ
ผู้จัดการทั่วไป
บริษัท ยูเอ สปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด

“ชีวิตของ แหม่ม ได้แบบอย่างมาจากครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ เลี้ยงลูกแบบบุฟเฟต์มาก พี่น้องต้องช่วยเหลือกันเอง ทำกันเอง สอนให้เราฝึกในการคิดแก้ปัญหา ต้องเอาตัวรอดค่ะ” คุณแหม่ม (ปริศนา ศิริสมถะ) เอ่ยถึงการหล่อหลอมบุคลิก จนเป็นหญิงเก่งคนแกร่ง

คุณแหม่ม จบปริญญาตรีที่เอแบค เอกการบัญชี, ปริญญาโท การเงินการบัญชี จากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย เรียนเกี่ยวกับตัวเลข ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสายแฟชั่นเลย

“ตอนจบมา ก็กะทำงานทางด้านการเงินเต็มที่ คิดว่าสาขานี้กำลังเฟื่องฟู แต่ปรากฏว่า เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ไปสมัครงานก็ไม่มีใครรับ มีแต่โละคนออก แล้วเราเองก็ยังไม่มีประสบการณ์ เรื่องทำงานสายการเงินลืมไปได้เลย”

“บังเอิญคุณแม่เพื่อนแนะนำงานให้ เป็นโอเปอร์เรเตอร์โรงแรม แต่เรารู้ตัวว่าไม่ถนัดงานนี้แน่ๆ ท่านก็บอกว่างั้นมีอีกงาน เป็นพนักงานวิเคราะห์ตลาดของบริษัทเสื้อผ้า ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับตัวเลข จึงตัดสินใจได้ทันที นั่นคือการหลุดเข้ามาในสายแฟชั่นเป็นครั้งแรก”

งานแรกคุณแหม่มถึงกับ มึนๆ งงๆ นิดนึง… “เราต้องดึงเข้ามูลมาวิเคราะห์ เครื่องพิมพ์ก็ยังเป็นตัวใหญ่ๆ ส่งเสียงดังๆ ระบบก็ยังไม่ค่อยฉลาด มันพิมพ์ข้อมูลทุกอย่าง ขายได้หรือไม่ได้ ก็ส่งมาให้หมด สั่งพิมพ์วันนี้บ่ายๆ สายๆ อีกวันถึงเสร็จ”

“เราคุยกับสิงคโปร์ว่า ขอไฟล์มาจัดการเองได้มั้ย เราไม่อยากได้ข้อมูลที่ไม่จำเป็น แต่เขาก็ไม่ให้ ทำให้เราต้องมาเสียเวลา นั่งเลือก พิมพ์สิ่งที่ต้องการเข้าไปใหม่ ลำบากมาก”

แต่เมื่อทำไปสักพัก โอกาสก็เริ่มเปิด เมื่อเธอได้รับการโปรโมท ให้เป็นเจ้าหน้าที่ชิปปิ้ง ฝ่ายส่งออก ยังเป็นงานเกี่ยวกับตัวเลข เอกสาร แต่ก็ได้เรียนรู้งานเพิ่มว่าการส่งออกเขาทำกันยังไง ทั้งตรวจเอกสาร คุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

“แหม่มไปปรับระบบของเขาใหม่ จากเดิมไม่เคยมีใบสั่งซื้อ จะยืนยันแต่ละครั้งต้องไปค้นรื้อเมล์มานั่งอ่าน ยุ่งยากและผิดพลาดง่าย รู้สึกอึดอัดจนต้องไปคุยกับเจ้าของโรงงานว่าจะทำงานแบบใหม่ ทำให้งานทั้งหมดจับต้องได้ ตรวจสอบง่าย ขอความช่วยเหลือร่วมมือกับเราหน่อย เขาก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี เมื่อระบบดีขึ้น สะดวกขึ้น การทำงานก็ดีขึ้น”

คุณแหม่มส้มหล่นใส่อีกลูก เมื่อเจ้านายถามว่า ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายส่งออกว่าง จะทำได้มั้ย… เธอตอบไปอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ได้” ถึงแม้ตอนนี้ยังจะไม่รู้เรื่องงานทั้งหมด แต่รับรองว่า “ฉันเรียนรู้ได้เร็วแน่ๆ”

“ไม่รู้ ก็ถาม ทุกคนคือครูเรา” คุณแหม่มใช้วิธีนี้จนได้ผล… “ทำไมถึงได้เรียกว่าผ้าชนิดนั้นชนิดนี้ จับเนื้อผ้าแล้วทำไมรู้ สังเกตจากอะไร วิธีการฟอก วิธีการพิมพ์ ทั้งหมดนี้ทำให้ได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจแฟชั่น แต่เป็นของเด็ก ได้ร่วมออกแบบ ทำคอลเล็กชั่นต่างๆ ทั้งๆ ที่ชีวิตจริง ไม่ได้ใกล้ชิดกับเด็กเลย แล้วยังต้องคิดเผื่อล่วงหน้าไปอีก เราต้องส่งออกไปญี่ปุ่น มีเรื่องของคลอรีน ได้เรียนรู้การทดสอบคุณภาพ ทุกอย่างคือเรื่องใหม่หมด ชอบมาก สนุกมาก”

นอกจากงานด้านแฟชั่นแล้ว ที่บ้าน พี่สาวยังทำบริษัททัวร์ คุณแหม่มเคยไปช่วยงานอีก 2 ปี เธอต้องทำทุกอย่าง ขายทัวร์ให้กลุ่มแบ็คแพ็คเกอร์ และลูกค้าทั่วไป รวมถึงการพาไปเที่ยวต่างประเทศ หรือรับจากต่างประเทศเข้ามาเที่ยวบ้านเรา ต้องไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเอง ไปคุยกับบริษัททัวร์ “ส่วนใหญ่ถนัดในพื้นที่แถบเอเชียตะออกเฉียงใต้ ใกล้ๆ รอบๆ บ้านเรา เพราะพื้นเพบ้านอยู่ที่โรงเกลือ ติดชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทำให้พูดได้หลากหลายภาษา แต่แค่อย่างละนิดละหน่อย”

จนเมื่อรู้สึกว่าเบื่องานทัวร์ ก็กลับมาทำงานที่เกี่ยวกับการค้าปลีกเสื้อผ้าอีกครั้ง ดูแลเรื่องฝ่ายจัดซื้อเสื้อผ้า ดูการค้าปลีก เปลี่ยนบริษัทไปบ้าง แต่ก็ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจแฟชั่น จนกระทั่ง

เมื่อเจ้านายเก่า ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายแบรนด์ Under Armour ในเขต เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วมองหาผู้จัดการทั่วไป เพราะกำลังจะมาเปิดที่เมืองไทย ถามว่าสนใจหรือเปล่า ยังไม่ถามถึงเรื่องงานเลยว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็ตอบตกลงไปแล้ว

“Yes, I wanna do it”!!!
เพราะต้องทำทุกอย่าง อะไรที่ไม่เคยทำ ก็จะได้ทำ แต่เธอกลับไม่มีความกังวลใดๆ เลย “แหม่มเป็นคนชอบความยาก รู้สึกว่า ถ้าทำได้ จะรู้สึกสะใจ แต่ถ้าเราทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้ มันก็โอเครใช่ป่ะ ไม่มีอะไรจะเสียค่ะ”

ด้วยทัศนคติ Nothing to lose ในชีวิตคุณแหม่มจึงได้ทำงานต่างๆ ตั้งแต่ โปรดักชั่น ของเด็ก ทั้งๆ ที่ เย็บผ้าไม่เป็น เนื้อผ้าก็ดูไม่รู้เรื่อง ไม่มีลูก ไม่มีเด็กๆ สรุปคือเริ่มจากไม่มีอะไรเลย แล้วเรียนรู้สะสมประสบการณ์เอง

“เมื่อเขาให้โอกาส มีปากก็ถาม มีตาก็ดู หูฟัง ทำทุกอย่างเพื่อเรียนรู้ ยิ่งยาก ยิ่งดี เราชอบ”

ยิ่งงานยากๆ เธอบอกว่า ทำแล้ว “มันส์มาก” เธอจึงทำทั้ง 7 วันเลย ไม่มีหยุด เพราะเข้ามาที่ UA งานสำคัญคือ ต้องเปิดสาขา 1 แห่ง ทุกเดือน “เราทำกันแค่ 3 คน ลุยเดินหน้าอย่างเดียวเพื่อให้เปิดทันเวลา ภายใน 6 เดือน เราเปิด 5 สาขา โดยทุกเรื่องเราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมและรู้ลึกรู้จริง หรือแม้ต้องตื่นมาคุยกับพนักงานออกแบบฝั่งอเมริกา เพื่อพูดคุยปรับความคิดที่เหมาะสมในการออกแบบเรื่องต่างๆ เพราะเราอยู่ที่นี่ รู้ว่าอะไรเหมาะ อะไรที่บ้านเราชอบ”

“เจ้าของแบรนด์เป็นนักกีฬา เขาอยากจะได้สินค้าที่มาตอบสนองนักกีฬา วิธีการผลิตสินค้าต้องตอบโจทย์คนใช้ ซึ่งเป็นตัวเขาเองด้วย นั่นคือจุดแข็ง ทำสินค้า เพื่อให้คนใส่ ได้ศักยภาพที่ดี”

“เราใช้ DNA ของสินค้าเป็นเครื่องมือในการทำตลาด คนที่เล่นกีฬา คนออกกำลังกาย ทำอย่างไรจะทำให้เขาได้ลอง ได้ใช้ เพื่อให้รู้จักสินค้าเราได้ดีขึ้น ซึ่งเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบรนด์เราเพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน เราใช้หลักการตลาดเหมือนเล่นกีฬา เราแข่งกับตัวเอง ไม่ได้แข่งกับคนอื่น ชนะตัวเองให้ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ”

สำหรับกีฬานั้น… “แหม่มเป็นคนใจร้อน ขี้เกียจซ้อม แต่อยากเล่นให้เก่ง กีฬาที่เล่นจึงเป็นประเภทแอคทีฟ ใช้ความเร็ว สมัยเรียนเป็นนักกีฬาบาสฯ แต่พอขึ้น ม.ปลาย เข้ามหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้เล่น”

“เพิ่งลองเล่นกอล์ฟ เพราะมีคนพูดเยอะเหลือเกินว่า เราจัดกอล์ฟ ทำไมไม่เล่นกอล์ฟ ซึ่งคนมักจะบอกว่า กอล์ฟสนุกแต่ยาก ซึ่งคำว่า ยาก นี่แหล่ะ ที่ทำให้อยากเล่นขึ้นมาทันที ขอลองก่อน”

“แหม่ม ไปขอออกรอบกับเพื่อน โดยไม่เคยหัดหรือซ้อมมาก่อนเลย ถ้าตีไม่ตีก็ผ่านไปเลย ขอเกาะไปด้วย แค่หวดโดนบ้างก็พอใจแล้ว และวันนั้นก็มีบางช็อตที่หวดโดน จนรู้สึกสนุก ไม่ได้ยากอย่างที่คนอื่นเขาว่ากัน พอไปออกรอบครั้งที่ 2 คะแนนหายไปเกือบครึ่ง กำลังใจก็มา ตัดสินใจไปเรียนกับโปร”

กอล์ฟเป็นกีฬาแรกที่ทำให้คุณแหม่ม “เลือดในกายเดือด” เพราะอยากเล่น คอยเวลาว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่ไปเรียน เมื่อไหร่จะถึงวันเสาร์จะได้ไปออกรอบ ก่อนนอนดูยูทูปว่าเล่นกอล์ฟยังไง ไม้อะไรขึ้นวงสวิงแบบไหน “บางทีนอนไปแล้วยังลุกขึ้นมาทำท่าซ้อมสวิงเลย”

ส่วนเวลาทำงานนั้น คุณแหม่ม บอกว่า “เวลาทำงาน ทำจริงจังมาก แต่เวลาพัก ก็จะเป็นอีกคน ลูกน้องยังบอกว่า สงสัยว่าเป็นไบโพล่า เป็นคนสองบุคลิกรึเปล่า เพราะเวลาไปเที่ยว อยากจะพักแบบนิ่งๆ ส่วนทำงานจะวิ่งตลอด เป็นคนละคนกันไปเลย” เธอเล่าพร้อมรอยยิ้มแบบอารมณ์ดี

ก่อนจบบทสนทนา คุณแหม่มยังบอกอีกว่า “ทุกปัญหามันแก้ได้ เราชอบแก้ปัญหา บางครั้งเรื่องยากๆ ที่เจ้านาย บอกว่า

You cann’t do it.
“แหม่ม จะตอบไปทันทีเลยว่า”

Let’ me try first…. Let’ me try.!!!
“คุณแม่พูดเสมอว่า ไม่มีอะไรที่ยากเกินกว่าคนจะทำได้ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ถ้าคุณจะทำ ไม่งั้นคนเราคงไม่ได้ไปถึงดวงจันทร์หรอกค่ะ”