ผลพวงจากการเมือง

                เรื่องราวของการเมืองมักมีอะไรที่ซ่อนเร้นเกือบจะในทุกคำพูด หรือทุกประโยคมนุษย์พวกนี้ลองจับตาดูให้ดีพวกเขามักจะนึกจะคิดก่อนจะพูดอะไรออกมาสักที แต่บรรดาคำพูดที่ออกมาจากลำคอมันจะมีความนัยอยู่เสมอ จะพูดเพื่อเอาความดีเข้าตัวหรือจะเอาความชั่วให้คนอื่นบอกตรงๆ นะถนัดกันนัก ไอ้เราเองก็หาได้เป็นคนที่ชอบเก็บเอาความรู้สึกต่อใครสักคนที่รู้ว่าเบื้องหลังไปมาอย่างไรถึงมาอยู่ ณ จุดนี้ หากเป็นคนดีใจเราจะบอกเองว่าเคารพเขาเถิดแต่หากเป็นผู้ที่ไร้ซึ่งความจริงใจต่อมนุษย์คนไทยด้วยกันแล้ว ใจมันจะบอกว่าอย่าไปยุ่งกับเขาเลยคือเอาเป็นว่าแทบจะเดินชนกันก็ทางใครทางมัน…เสียดีกว่า

                ลองกลับมามองเรื่องของการเมืองเมื่อราว 10 ปีที่ผ่านมา ตัดเอาของลุงตู่ออกไปเสีย 5 ปี ที่เหลือก่อนหน้านั้นเกิดบ้าบออะไรขึ้นผู้คนขัดแย้งกันแทบจะทุกหัวระแฟง มีการด่าทอกันแบบสนุกปากจากเดิมคลื่นวิทยุชุมชนที่พากันสร้างนรกขึ้นในชุมชนโดยการด่ากันตลอด 24 ชั่วโมง ใครพอใจจะทำร้ายใครก็ล่อกันเต็มที่ ขนาดขับรถไปต่างจังหวัดในถิ่นเดียวกันมีแทบจะทุกสี แล้วแบบนี้มนุษย์ที่เป็นเยาวชนในช่วงนั้นเขาจะรับอะไรเข้าสมองมาบ้างลองคิดดูดีๆ จากวันนั้นถึงก่อนหน้าที่ลุงตู่จะเข้ามาควบคุมการตีรันฟันแทงกันได้หลายปีอยู่นะที่พวกนักการเมืองทั้งคู่ทำความ “เลว” กันอย่างต่อเนื่องผมเองเป็นคนหาเช้ากินค่ำก็พลอยโดนไปเต็มๆต้องหยุดการหยุดงานเป็นครึ่งค่อนเดือน “แต่ก็ช่างมัน” คิดซะงั้นแหละ

                ทีนี้กลับมาที่เด็กหรือเยาวชนที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาและ ณ ปัจจุบันพวกเขาก็อายุอานามก็นี่แหละตั้งแต่ 18 ยัน 30 ปี จากความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายทั้งเด็กและเยาวชนเหล่านั้นรับรู้รับฟังแล้วก็เลือกที่จะโกรธหรือเกลียดอะไรหรือกลุ่มใดขึ้นมา ของแบบนี้มันฝังหัวอยู่นะจะบอกให้ และเมื่อใดที่มีโอกาสจะระเบิดมันจะมาแบบขาดสติและความยั้งคิด เพราะความที่พวกเขารับเอา “นรก”ในคราบการเมืองเข้ามาในตัวนับแต่เริ่มความขัดแย้งกันทั้งสองฝ่าย เมื่อใดที่นักการเมืองเริ่มเล่นนอกสังเวียนใช้ประชาชนเป็นแนวร่วมในการพลิกผลการที่จะแพ้หรือชนะเด็กจะรับเอาความเคียดแค้นขอใครต่อใครเข้ามาไว้ในสมอง คนไหนคิดได้ค้นพบทางออกให้ตัวเองก็สบายไป ส่วนใครที่ปัดเป่าไม่ได้ก็อาจจะมาออกอย่างที่เราเห็นกันนั่นคือ “คดีที่เยาวชนก่อขึ้น” เดี๋ยวนี้บรรดาผู้ที่กระทำความผิดไม่ว่าจะเล็กๆ น้อยๆ หรือขนาดที่โจรโดยอาชีพยังไม่กล้าทำมันก็เกิดให้เห็นแทบทุกเมื่อเชื่อวัน…

                ครูไก่เชื่อสนิทใจเลยว่า “การมีคดีที่สะเทือนขวัญที่เห็นอยู่เดี๋ยวนี้มันเป็นผลพวงมาจากความขัดแย้งในอดีตที่มีมาอย่างยาวนาน” แล้วนี้เงียบกันมาพักใหญ่ การเลือกตั้งจะกลับมาอีก “มนุษย์นักการเมือง” จะมากันอีกแล้วไฟที่เคยสงบไปพักใหญ่ถ้าทายไว้ก่อนว่า “การยุแยงให้คนเกลียดกัน”ไปเกลียดชังกำลังจะมาอีกครั้ง ไม่เชื่อคอยดูกันไป ส่วนครูไก่จะชอบใครรักใครก็ดูผลงานเอา…แล้วจึงตัดสินใจอีกที…

ครูไก่ ลำพอง ดวงล้อมจันทร์