ปิตินันท์ ควะชาติ

ปิตินันท์ ควะชาติ
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
บริษัท โกลด์ การ์เด้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
“เราสร้างบ้านให้น่าอยู่”

ความฝันวัยเด็ก : ผมอยากเป็นคนทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่จำความได้ เวลาคุณพ่อคุณแม่ไปดูงานตามโครงการต่างๆ ไปดูพื้นที่ ที่ยังไม่พัฒนา หรือไปสำรวจทำเลเพื่อเลือกซื้อมาทำธุรกิจ ผมก็ติดตามไปด้วยเสมอ ทำให้ได้เห็นภาพโครงการต่างๆ ทั้งของคนอื่นและของเราเอง ตั้งแต่แรกเริ่มที่ยังเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า จนสำเร็จเป็นที่อยู่อาศัย ได้คลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้อย่างใกล้ชิด จนเมื่อโตขึ้นก็อยากจะเป็นผู้พัฒนา อสังหาริมทรัพย์บ้าง

เรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา : ผมเรียนแบบกลางๆ เรียนไปด้วย ทำกิจกรรม เล่นกีฬาไปด้วย พื้นที่โรงเรียนกว้างมาก กว่าหกร้อยไร่ สระว่ายน้ำก็ใหญ่ วิ่ง ว่ายน้ำ ได้อย่างเต็มที่ บางครั้งก็เล่นฟุตบอลบ้าง และยังได้เล่นกอล์ฟตั้งแต่เด็ก ที่ ศรีราชา มีสนามกอล์ฟเยอะมาก ทำให้ได้เล่นกอล์ฟมาตั้งแต่เรียน ม.ต้น ฝีมือก็พอเล่นได้สบายๆ สนุกๆ

นิวซีแลนด์ : ผมตัดสินใจจะไปด้วยตัวเอง เพราะเคยไปเที่ยวแล้วชอบในคอนเซ็ปต์ที่วางภาพลักษณ์ไว้ว่าเป็น Pure New Zealand ทั้งประเทศมีแต่ธรรมชาติ ขับรถรอบเกาะไม่มีเบื่อ วิวที่มองเห็นผ่านกระจกออกไป แสง ทะเลสาบ ภูเขา และ แกะ เหมือนภาพในปฏิทิน มองแล้วสวยทุกที่ ขนาดคนถ่ายรูปไม่เป็น กดชัตเตอร์แบบไม่ตั้งใจ รูปยังออกมาสวย สิ่งแวดล้อมดี อากาศดี ธรรมชาติสวยๆ สงบเงียบ เหมาะกับการศึกษา ทำให้ได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง น่าจะเหมาะกับตัวผมเองมากกว่าไปอยู่ตามเมืองใหญ่ประเทศอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เวลาที่จะทุ่มเทให้กับเรื่องเรียน หรือ เรื่องงาน ก็คงจะน้อยกว่านี้ และน้องสาวก็ยังไปเรียนไฮสกูลก่อนหน้านี้ด้วย ยิ่งทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเข้าเรียนที่ มหาวิทยาลัยแคนเทอเบอรี่ เมืองไครสต์เชิร์ช เรียน บริหารจัดการ เป็นการมองภาพกว้างๆ ก่อน ไปอยู่ใหม่ๆ ก็เหงา คิดถึงบ้านบ้างแต่ก็ไม่นานนัก เพราะ มีเพื่อนจากหลากหลายประเทศ ทั้งฝรั่ง เอเชีย คนไทย มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ได้เล่นกอล์ฟด้วย สนามสวยติดริมทะเล วันหยุดก็พากันขับรถขึ้นเขา สูงจนมองลงมาเห็นแต่เมฆ ไปหาหิมะเล่นสโนว์บอร์ด เที่ยวธรรมชาติ กิจกรรมมหาวิทยาลัย กีฬา

เรียนจบ รีบกลับ ทำงาน เรียนต่อ : เพื่อมาเรียนรู้งาน ด้านอสังหาฯ กับบ้านสวนทองกรุ๊ป ของครอบครัว พอได้สัมผัสงาน เรียนรู้จากประสบการณ์จริงสักพัก จึงตัดสินใจเรียนปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาอสังหาริมทรัพย์ เพราะคิดว่าตัวเองชอบขั้นตอนแบบนี้มากกว่า ที่จะเรียนต่อเลยโดยยังไม่เห็นภาพในการทำงาน ทำให้มีทั้งประสบการณ์จริงที่ทำอยู่แล้วก่อนไปเรียน เช่น การตลาด การขาย การเงิน การก่อสร้างและมาได้ทฤษฎีจากการเรียนเข้ามาช่วย ได้เห็นกรณีศึกษาหลายๆ อย่าง มีแนวคิดที่วิเคราะห์กันจากหลากหลายมุม กว่าจะกลั่นออกมาเป็นโครงการได้ เช่น เป็นบ้านแบบไหน ราคาเท่าไหร่ กลุ่มเป้าหมายลูกค้าคือใคร ได้ความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาด ดีไซน์ การเข้าใจตลาด เข้าถึงลูกค้า ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้น คิดละเอียด คิดจนครบ ตรรกะการทำงานพัฒนา การบริหาร การซื้อที่ ออกแบบ สร้าง ขาย บริหารงาน โดยระหว่างเรียน ก็ได้ฝึกงานกับ บ้านสวนทองกรุ๊ป ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว ช่วยงานตั้งแต่ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ รวมถึงบ้านเดี่ยว 2 ชั้น โครงการ เดอะคอมพลีท

ธุรกิจอสังหาฯ : เมื่อราวยี่สิบกว่าปีก่อน อำเภอศรีราชา เริ่มเป็นเมืองใหญ่ที่มีทุกอย่างค่อนข้างครบ มีนิคมอุตสาหกรรมอยู่มากมาย เป็นแหล่งการผลิต อยู่ใกล้เมืองใหญ่ เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เป็นแหล่งขนส่ง ทำการค้า เป็นเมืองที่คนเข้ามาทำงานได้อยู่อาศัย สร้างครอบครัว เป็นเมืองแห่งการศึกษา บ้านสวนทองกรุ๊ป เป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่อาศัย ที่จับกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรม อย่างชัดเจนมาตั้งแต่เริ่ม ซึ่งในสมัยนั้นเป็นเพียงกลุ่มนักพัฒนาในพื้นที่ท้องถิ่นมีแค่ไม่กี่เจ้า เราก็นับเป็นเจ้าที่มีคนรู้จัก มีความน่าเชื่อถือในอันดับต้นๆ จนในปัจจุบันเริ่มมีบริษัทใหญ่ๆ ที่เป็นมหาชน เห็นศักยภาพของ ศรีราชา เข้าไปทำโครงการ ส่วนบริษัทท้องถิ่นก็เริ่มลดลงไป แต่เราก็ยังยืนหยัด ทำโครงการมาอย่างต่อเนื่อง และได้แตกแขนงทำโครงการที่หลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมถึงทุกระดับความต้องการ คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ จนถึงบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยม

มั่นใจในบ้านสวนทอง : เรามีบริการที่ต่อเนื่อง มั่นใจได้ว่า เราไม่ใช่นักลงทุนที่เห็น ศรีราชา เป็นเมืองเศรษฐกิจดี แล้วจะเข้ามาธุรกิจ พอขายได้ ปิดโครงการแล้วก็ไปหาเมืองอื่นทำต่อ แต่เราไม่เคยไปไหน ไม่เคยทิ้งลูกค้า จากประสบการณ์เรารู้จักลูกค้าในพื้นที่ของเราดีว่า แต่ละกลุ่ม ชอบบ้านแบบไหน เราจึงออกแบบบ้านให้ตรงใจ หาพื้นที่สภาพแวดล้อมให้เหมาะสม และมีการปรับตัวให้แต่ละโครงการมีความทันสมัยอยู่เสมอ ให้ตรงกับตามความต้องการ ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ซึ่งเปลี่ยนแปลงกันเร็วมาก หากโครงการนี้สำเร็จไปแล้ว จะนำคอนเซ็ปต์เดิมไปใช้ในโครงการหน้าอีกก็คงไม่ได้ การทำที่อยู่อาศัยมาแล้วทุกรูปแบบ ทำให้ได้สัมผัสกับลูกค้าจริง รู้ว่าสิ่งใดที่เขาชอบหรือไม่ชอบ การออกแบบ การเลือกทำเล จัดหาพื้นที่มาพัฒนา ก็เหมือนกับได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของลูกค้าได้ง่ายขึ้น

ความใส่ใจ : แบบบ้านของสวนทอง ไม่เคยซ้ำกันเลยในแต่ละโครงการ เราออกแบบใหม่ทุกครั้ง ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานเหมาะสม สะดวกกับวิถีชีวิต ใช้วัสดุให้มีความทันสมัยมากขึ้น เช่นเดียวกับรถยนต์ ตอนออกรุ่นใหม่เมื่อสิบปีก่อนดูแล้วสวยถูกใจ แต่ต่อมาพอมีรุ่นใหม่ออกมา ก็กลายเป็นว่ารุ่นใหม่สวยกว่ารุ่นเก่าขึ้นไปอีก เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เรื่องที่อยู่อาศัยก็เช่นกัน เราจึงมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ

สร้างบ้านให้น่าอยู่ : ถึงแม้เราจะทำโครงการ เดอะคอมพลีท ให้สมบูรณ์พร้อมแค่ไหน แต่เราก็ไม่ใช้คำว่า หรูหรา กับบ้านของเรา ซึ่งเราจะใช้คำว่า เดอะคอมพลีท เป็นโครงการที่ “น่าอยู่ที่สุด” เราตั้งใจแข่งขันกันด้วยการสร้างที่อยู่อาศัยให้น่าอยู่ เพราะถ้าโครงการของเราน่าอยู่ กว่าที่เดิม เขาก็อยากมาอยู่กับเรา เพราะถึงแม้จะ หรูหรา แค่ไหน แต่ถ้าไม่มีความน่าอยู่ เขาก็คงไม่ไปอยู่

The Complete Sriracha : เป็นโครงการพิเศษของบ้านสวนทอง ที่เราตั้งใจทำที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม ชื่อก็บ่งบอกถึงความหมายว่า ครบ สมบูรณ์ เพราะ มีอยู่ครบ 4 ทั้งประการด้วยกัน คือ 1. บ้านเดี่ยว 2. คุณภาพระดับพรีเมี่ยม 3. หลังใหญ่ 4. ใจกลางเมือง ซึ่งโครงการอื่นๆ คงจะทำได้ครบทุกข้อเช่นนี้ไม่ได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีใครกล้าทำบ้านหลังใหญ่ในทำเลที่น่าจะไปสร้างเป็นคอนโดมิเนียม บ้านแฝด ทาวน์โฮม หรือ ทาวน์เฮ้าส์ มากกว่า เพราะจะได้จำนวนมากกว่านี้อีกหลายเท่า เราจึงเป็นโครงการเดียวที่รายล้อมไปด้วย ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้านต่างๆ โรงพยาบาล สถานศึกษา สนามไดร์ฟกอล์ฟ และยังมีโรงเรียนสำหรับเด็กญี่ปุ่นโดยเฉพาะ คนไทยก็ถูกใจ คนญี่ปุ่นก็ยิ่งชอบ เพราะได้ทุกอย่างครบทั้ง พ่อ แม่ ลูก ทำให้ เดอะคอมพลีท มีผู้อยู่อาศัยทั้งคนไทยและชาวญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีจำนวนหลังไม่มากนัก ทำให้โครงการนี้เป็นไพรเวท เรสสิเด้นท์ อย่างแท้จริง

ถึงแม้เราจะอยู่กลางเมือง เนื้อที่จำกัด แต่ก็ออกแบบให้บ้านมีขนาดใหญ่ ยอมลดจำนวนหลังลงไป ขยายแบบบ้านให้ใหญ่กว่าที่อื่น โดยแบบแรก The Impression เป็นความกล้าของสถาปนิกในการออกแบบว่า เราจะให้มากกว่าที่เขาเคยเจอ “ดีกว่าที่เคยอยู่ กว้างกว่าที่เคยมี” เมื่อมองจากด้านนอกจะเหมือนเป็นบ้านสองหลังอยู่ด้วยกัน ชั้นบนมีห้องนอนมาสเตอร์ พร้อมห้องน้ำขนาดใหญ่ถึงสองห้อง ชั้นล่างอีกหนึ่งห้อง ตัวบ้านเพิ่มโถงกว้างเข้าไป ออกแบบให้เป็นตัว U เพื่อเอาสวนมาไว้ตรงกลาง เพราะปกติคนเราก็จะอยู่กันแต่ในพื้นที่แคบๆ แทบจะทั้งวันอยู่แล้ว การได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ถึงแม้จะนั่งอยู่ในบ้านก็ยังมองเห็นสวนสวยๆ ก็จะช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

แบบที่สอง The Optimist หลังใหญ่เท่ากัน แต่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ สถาปนิกฉีกแนวไปเลย กล้าดีไซน์ในสิ่งที่คนไทยไม่ค่อยทำกัน ทั้งครัว ห้องเก็บของ ห้องน้ำ ย้ายมาอยู่หน้าบ้านทั้งหมด แล้วทำบ้านให้โปร่ง มีโถงบันไดสูง ห้องนอนข้างล่างไม่มี ทำให้ดูแล้วโล่ง สบายตา

ช่วยให้คนมีบ้าน : บ้านเป็นอสังหาริมทรัพย์ เคลื่อนย้ายไม่ได้ แต่ละหลัง ก็มีคุณสมบัติเฉพาะกันไปในแต่ละทำเล แต่ละแปลงเป็นหนึ่งเดียวที่ทดแทนกันไม่ได้ทั้งหมด เราจึงต้องวางแผนการก่อสร้างให้เป็นโซนๆ ไป ลูกค้าแต่คนที่มาซื้อบ้าน ก็มีความต้องการแตกต่างกันไป คนทำหมู่บ้านนอกจากจะต้องเข้าใจลูกค้าแล้ว ยังต้องเข้าใจในธรรมชาติของความเป็นมนุษย์อีกด้วย เราเคยมีลูกค้าที่ต้องการเข้าอยู่อย่างเร่งด่วน เพราะลูกจะเปิดเทอม อีกทั้งยังท้องรอคลอดอีกด้วย กรณีนี้ไม่ใช่เป็นแค่การขายอย่างเดียวแล้ว แต่เป็นการช่วยเหลือคนด้วย ทำอย่างไรเราถึงจะทำให้เขาให้บรรลุวัตถุประสงค์ในเวลาที่กระชั้นชิด เราก็ต้องช่วยบริการ อย่างเต็มที่ ทำงานหลายๆ อย่างคู่ขนานกันไป ทั้งก่อสร้าง ทั้งเคลื่อนย้าย ตกแต่ง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งปกติจะต้องทำทีละอย่าง แต่นี่เป็นกรณีจำเป็นจริงๆ เราไม่ได้มองว่าเป็นธุรกิจอย่างเดียว เรามองว่าเขามาซื้อบ้านเพราะต้องดำเนินชีวิต เมื่อเขาตัดสินใจว่าจะซื้อบ้านกับเรา แสดงว่าเขามีความตั้งใจจะมาอยู่ที่นี่ ปัญหาของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันไป อะไรที่เราช่วยได้ก็ต้องช่วย ต้องให้โอกาสกับเขาอย่างเต็มที่

ชีวิตปัจจุบัน : ผมรับหน้าที่เป็น ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Business Development Executive) ทำหน้าที่ คิด วางแผน ตัวโครงการตั้งแต่แรกเริ่ม มองหาที่ เลือกทำเล คอนเซ็ปต์การออกแบบ ก่อสร้าง การตลาด โดยมีทีมงานส่วนต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบ อสังหาริมทรัพย์ เป็นงานใหญ่ ทำให้มีการบริหารจัดการหลายๆ เรื่อง แต่ละเรื่องก็มีความยากไปคนละอย่าง เช่น การเงิน การลงทุน การก่อสร้าง การขาย การตลาด ทั้งนี้ก็เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จ ขายบ้านได้ และ ส่งมอบบ้าน ตรงตามเวลากำหนด

ทำโครงการต่อเนื่อง : เราทำกันตลอดไม่เคยหยุด ทำกันในพื้นที่ ศรีราชา และใกล้เคียงในเขตภาคตะวันออก มีหลากหลายรูปแบบ ทุกประเภท ตั้งแต่ที่อยู่อาศัยระดับเริ่มต้น จนไปถึงพรีเมี่ยม

คุณธรรมในการทำธุรกิจ : ต้องมีให้กับทุกฝ่าย ทั้ง ลูกค้า พนักงาน แม้กระทั่ง คู่แข่ง เราต้องจริงใจกับลูกค้า เมื่อเขาตัดสินใจซื้อบ้าน เราก็ต้องไม่เอาเปรียบ ทำตามกฎระเบียบ ต้องคิดเหมือนว่าเราเป็นลูกค้าเอง กับคู่แข่ง ก็ต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ทำการตลาดที่แข่งกันดุเดือดเกินไป มีมารยาททางการค้า ทำธุรกิจแบบสุภาพชน เราต้องเน้นการแข่งกับตัวเอง ในการพัฒนาโครงการ ออกแบบดีไซน์ การก่อสร้าง การให้บริการ และกับพนักงานทุกคน ตั้งแต่ระดับเบื้องต้น พนักงาน จนถึงระดับผู้บริหาร เราต้องมีคุณธรรมกับเขาทุกคนอย่างเท่าเทียมกันหมด

ตอบแทนสังคม : ทุกโครงการของบ้านสวนทอง เราจัดกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ให้กับลูกบ้าน ทำกันมาตั้งแต่ไม่รู้จักคำว่า CSR (Corporate Social Responsibility) ด้วยซ้ำ จนทุกวันนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นของทุกองค์กรไปแล้ว ซึ่งเราทำกันมาเสมอไม่เคยขาด เป็นการช่วยคน ทำบุญ ทำด้วยใจอย่างแท้จริง เช่น การมอบทุนเรียนดีให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้าน ช่วยคนให้มีบ้าน เราทำมากกว่าแค่การขายบ้านให้ลูกค้า เราเข้าใจคน เข้าใจชีวิตแต่ละครอบครัว เมื่อเรายิ่งให้ ก็เหมือนกับเรายิ่งได้

เวลาว่าง : ผมจะไปเล่นกอล์ฟ ซ้อมไดร์ฟ บ้าง ส่วนใหญ่เป็นกอล์ฟรับแขก เล่นไม่เก่ง เอาไว้แค่สังสรรค์ กับคุยงาน เวลาว่างก็จะไปดูสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ในเรื่องอสังหาฯ เช่น บ้านจัดสรร คอนโดฯ ห้างฯ ที่ไหนดี โดดเด่น เพื่อเก็บมาเป็นข้อมูลในการทำโครงการ หรือร้านอาหาร อะไรที่ว่าอร่อย ก็จะตามไปลอง เป็นการเที่ยวพักผ่อนแบบได้ทำงานไปด้วยในตัว

การดูแลสุขภาพ : ต้องไม่ละเลยเรื่องการออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกแหล่งที่มาของวัตถุดิบ มื้อเย็นไม่ทานเยอะจนเกินไป

ใช้หลักธรรมนำชีวิต : บางช่วงเมื่อมีงานเข้ามาเยอะๆ อาจจะต้องเผชิญกับความเครียดหรือปัญหา ก็ต้องอาศัยหลักธรรมเข้ามาช่วย คิดเสมอว่า นี่เป็นธรรมดาของชีวิตคน ช่วงงานเยอะ ก็ไม่ได้เยอะตลอดไป ช่วงไหนงานน้อย ก็ต้องไม่ไปยึดติดกับความสบาย เพราะงานก็ไม่ได้น้อยตลอดไป เป็นหลักของไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างไม่มีอะไรเที่ยงแท้ เมื่อมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ชั่วขณะ แล้วก็ต้องดับไป ทุกอย่างไม่มีอะไรอยู่ถาวร เกิดแล้วดับ วนเวียนกันไป เมื่อใช้หลักนี้เข้ามาช่วย เราก็จะไม่เครียดเวลาเผชิญกับอุปสรรค ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ จนเกินไป ไม่ยึดติดอยู่กับความสุข เกิดอะไรขึ้นก็ทำใจได้ รู้สึกเฉยๆ เพราะว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องปกติครับ