Sport for Life

ต้นทุนที่สะท้อนถึงการพัฒนาวงการ เทนนิส

ต้นทุนที่สะท้อนถึงการพัฒนาวงการ “เทนนิส”

เรื่องของวงการเทนนิสต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบันแทบจะล้มหายตายจากไปตามกาลเวลาที่เราไม่สามารถสร้างคลื่นลูกใหม่ให้มาทดแทนของเดิมที่สาบสูญจะด้วยเรื่องอะไรก็ช่าง “นักกีฬาเยาวชน”ของเราความจริงก็ยังคงมีอยู่มากมายก่ายกอง มีการจัดแข่งขันแทบจะทุกอาทิตย์ จำนวนเด็กที่เข้าแข่งขันก็น่าพอใจสำหรับผู้จัดเอง แต่ทำไม “เราไม่มีเด็กที่เก่งพอจะเล่นอาชีพได้เลยรึ…?” ก็คงต้องบอกว่าจริงครับ…เทนนิสเป็นกีฬาที่ลำบากที่จะเล่น แสนเข็ญที่จะเก่ง ยิ่งจะเล็งถึงอาชีพยากสุดๆ

ครั้งที่แล้วครูไก่เคยเขียนเรื่องของสนามเทนนิสที่ปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนเป็นอาคาร ที่พักอาศัย หรืออะไรต่อมิอะไรที่ทำกำไรมากกว่าสนามกีฬา ในอดีตแทบจะทุกสองสามกิโลเมตรจะต้องมีสนามเทนนิสบรรจุอยู่ไม่มากก็น้อย ตอนนี้จะเล่นเทนนิสทีต้องกระเสือกกระสนกันออกไปนอกเมือง หรือไม่ก็ชายขอบกรุงเทพฯส่วนการเดินทางไม่ต้องคิดกว่าจะฝ่าวงล้อมออกไปไก้เลือดตาแทบกระเด็น แล้วจะกลับเข้าบ้านเข้าช่องอีกข้าวปลาก็กินตามข้างทาง การบ้านที่รออยู่อีก…เด็กเราจะรอดมั้ยถึงมืออาชีพ

กลับมาสนามเวลานี้การลงทุนสร้างไม่คุ้มค่าแน่นอน ส่วนสนามเก่าที่มีอยู่ส่วนมากก็ตามีตามเกิด “มีแบบไหนก็เล่นแบบนั้น” ดังนั้นสนามส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหมือนพื้นปูนขัดมันทาสี การจะตีลูกแต่ละครั้งต้องใช้ความพยายามสุดๆ สนามลื่นการเคลื่อนที่ออกตัวก็ยิ่งยากเข้าไปอีก แค่เหตุผลที่เขียนมามันเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กน้อยครับ เรื่องใหญ่คือ “อุปกรณ์”การเล่นมันมีราคาที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งไม้ ทั้งเอ็น ทั้งลุก ราคาเกินไป ทำอย่างไรราคาพวกนี้จะลดหย่อนลงได้บ้าง…บางคนก็บอก “ภาษี”อุปกรณ์พวกนี้มันสูงมาก ครูไก่เคยได้พูดคุยกับบรรดาผู้ที่นำเข้าอุปกรณ์เข้ามาขาย เขาก็บอกว่ามันเป็นภาษีที่แปลกมาก เอาแค่ไม้เทนนิสกับซองใส่ไม้คิดภาษีแยกกันครับโดยมีเหตุผลว่า ซอง(COVER)เนี่ยเราทำเองได้…แล้วสั่งไม้เขาก็มีซอง(COVER)มาด้วยอยู่แล้วนี่ดันคิดภาษีเขาไปเสียนี่ สรุปราคาต้องบวกเข้าไปอยู่ที่คนซื้อใช้นั่นเอง…

อีกอย่างที่ดูแล้วมันไม่สมเหตุสมผลคือ “ตาข่าย”ที่มีราคาเกือบจะครึ่งหมื่นในชนิดที่เป็นเพียง “ชั้นเดียว”ธรรมดาๆ…สีทาสนามก็ราคาสูงหรือจะทำสนามให้มีคุณภาพก็ต้องมีล้านขึ้นต่อสนาม…กระอักมั้ยแบบนี้ ลูกเทนนิสเองซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ถ้าเป็นชนิดที่เขารับรองกันโรงงานก็อยู่เมือง “ตากะล๊อก” แล้วราคาสูงขึ้นมาหลายแล้วครับสำหรับ 3 ลูกในกระป๋อง…ส่วนเอ็นสอบเลยขนาดเกรดธรรมดาก็ปาเข้าไปครึ่งพัน รองเท้าชุดอีกรวมแล้วเอาเรื่องอยู่นา…

อะไรก็ช่างเรื่องของ “นโยบาย”ของสมาคมเนี่ยเข้าใจยากมากกว่าจะเอาอย่างไรกัน จะไปเหนือใต้อย่างไรก็ไม่ชัดเจนให้มันรู้เรื่องกันไป…ถึงในระดับสูงของเด็กๆที่ยังคงเล่นกันอยู่ อาจจะมีการแข่งขันเพื่อกรุยทางสู่อาชีพในบ้านเราเมืองเรามากขึ้นแต่สังเวียนเหล่านี้ก็เป็น “สนามเพื่อชาวต่างชาติ”ที่มาเก็บตัวในบ้านเราเท่านั้นเอง ความจริงเด็กที่เก่งๆในบ้านเรานั้นก็มีอยู่โขนะ หากแต่ขาดการพัฒนาที่ต่อเนื่องทั้งกลุ่มการฝึกซ้อม และสถานที่ในการรวมตัวกัน ลองหันกลับมาดูในแนวคิดของบรรดานักเทนนิสกันคือ “กลัวรู้เขารู้เรา” คือซุ่มซ้อมกันเอง ขาดความหลากหลายในความคิดของผู้เล่น แบบนี้เราจะเอาอะไรไปสู้กับเขาได้…

ในช่วงที่สนามเทนนิสของ POLO CLUB ปิดซ่อมแซมครูไก่ก็มีโอกาสไปสอนสนามใกล้ที่พอจะหาได้ ส่วนใหญ่ก็อยู่ในสภาพที่เล่นยากโขอยู่ครับ คือเล่นได้ก็เล่นกันไป แต่บางสนามก็พอใช้ได้ครับ ราคาก็มีตั้งแต่ร้อยสองร้อยหรือถ้ามีไฟที่เล่นกลางคืนก็ไม่เกิน 300 บาท เรื่องของราคาสนามอันนี้ผ่านฉลุย
“สนามที่เราควรมี”

ก่อนที่จะรู้ว่าสนามที่บ้านเราควรจะมีเพื่อพัฒนาเด็กของเราครูไก่ขอแจงว่าสนามเทนนิสเนี่ยในโลกเนี่ยเขามีกันกี่ชนิดกัน…ความจริงทั้งหมดก็มีแค่ 3 ชนิดที่เขาใช้แข่งขันกัน… คือ…
1. สนามหญ้า
2. ฮาร์ทคอร์ท
3. สนามดิน
1. สนามหญ้า

พูดถึงการเล่นเทนนิสบนหญ้าดูน่าจะ CLASSIC ที่สุด นั่นเพราะเทนนิสกีฬาชนิดนี้ “เกจิ”หลายท่านว่า เริ่มเล่นกันบนสนามหญ้าในบรรดาราชวงศ์ในยุโรป (อาจจะเป็นอังกฤษรึเปล่ายังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่)หรืออาจจะเป็นผู้รากมากดีอะไรทำนองนั้น ด้วยความที่พื้นที่แถบนั้นมีความเหมาะสมกับ “หญ้า”ที่เป็นพื้นสนาม ดังนั้นการดูแลรักษาจึงไม่วุ่นวายมากมายนัก และด้วยการพัฒนาสายพันธุ์หญ้าชนิดใหม่ๆเกิดขึ้น และมีความเหมาะสมกับการกระดอนของลูกทุกอย่างดูจะเป็นใจไปเสียหมด…

หนึ่งในแกรนแสลมที่ถือว่าเป็นยอดของกีฬาชนิดนี้ก็ต้องรายการที่อังกฤษเขาโน่นที่ “วิมเบอร์ดัน” เขานั่นแหละ ถ้าเราสังเกตกันจริงๆ เริ่มการแข่งขันใหม่ๆสนามจะเขียวสวยน่ามอง พอล่วงเข้าอาทิตย์ที่ 2ดีของพื้นสนามจะเริ่มเหลืองเป็นหย่อมๆ มันย่อมหมายถึงการแข่งขันในเวลาดังกล่าวจะเริ่มยากเข็ญขึ้นเป็นลำดับ การกระดอนของลูกก็เข้าใจยากเอาเรื่อง คิดดูกว่าจะถึงรอบชิงในเมนคอร์ท สภาพก็คงจะใกล้เคียงดินแท้ๆครับ…

เหล่านี้มิใช่ปัญหาของสนามชนิดนี้หากแต่ความวุ่นวายสุดๆของสนามหญ้านั่นคือ “การดูแล”ถ้ามือไม่ถึงจริงมันคือนรกดีๆนี่เองครับ ฉบับหน้าจะแจกแจงให้ฟังกันอีกนะครับ…หมดกระดาษแล้ว BYE

ครูไก่ ลำพอง ดวงล้อมจันทร์