สัพเพฯ กอล์ฟ

ที่มาของทุกข์และสุข

ที่มาของทุกข์และสุข

มนุษย์เราทุกคนนั้นถ้ายังไม่บรรลุถึงหลักธรรมคำสั่งสอนขั้นสูงแล้วละก็ เรื่องของทุกข์และสุขย่อมจะวกวนอยู่ในชีวิต จนกว่าจะสิ้นลมหายใจกันไปข้างนึง แต่ถ้าเราสามารถแยกแยะออกได้ว่าทั้ง “ทุกข์” และ “สุข” นั้นล้วนเกิดจากจิตใจของมนุษย์เราทั้งสิ้น จิตของคนเราหากจะเปรียบได้ก็คงจะเป็น “เครื่องชี้นำทางของชีวิต” ว่าเราจะอยู่เช่นไรให้เกิด “สุข” หรืออยากจะพบกับ “ความทุกข์” และความยุ่งยากของชีวิตก็หมั่นทำ “เลว” กันไว้ให้มาก ในความคิดของครูไก่ความดีและความชั่วเราสามารถจับต้องได้อย่างง่ายดาย…เพียงแต่ถ้าเรารู้เท่าทันถึงจิตใจของเราให้รอบทั้งหมดทุกทิศ

ครูไก่นั้นหากไม่หมั่นคิดคำนึงถึงความดีและเลวในตัวแล้วนั้น ชีวิตอาจจะจบสิ้นไปนานแล้ว ในสมัยที่ยังเป็นเด็กเล็กก็น่าจะราว 5 หรือ6ขวบเห็นจะได้ กระพ้มเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงได้ชอบการ “ต่อสู้” ยิ่งนัก ทั้งมีกติกาและนอกกติกามันดูเป็นเรื่องที่สนุกสนานถึงขนาดไปเฝ้าคอยให้เขาจับคู่ให้เราได้สวมนวมเพื่อการต่อสู้แบบสนามดินคล้ายๆกับสังเวียน “ไก่ชน” นั่นแหละ แต่โชคดีที่เรามี “คุณแม่” ที่คอยเป็นผู้ชี้นำว่าอะไรดีอะไรร้ายให้ครูไก่ได้คิดถึงเรื่องราวที่จะเกิดหลังจากนั้น

ด้วยความที่ครูไก่ไม่อยากให้คุณแม่เสียใจหากเรามีเรื่องราวขึ้นมา ความชอบเดิมๆที่เคยมีมันค่อยๆจนละลายหายไปจากสมอง แล้วก็ไม่รู้มันล้มหายตายจากไปตั้งแต่เมื่อวันและเวลาใด…ความชอบในเรื่องของความรุนแรงนั้นครูไก่เองก็ไม่รู้ว่ามันมีมาได้อย่างไร บางทีอาจจะคล้ายกับเป็นโรคที่ติดมาตั้งแต่เกิดแล้วก็ได้นะครับ หรือเหมือนโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นเรื่องแบบนี้หากให้มันลุกลามบานปลายใหญ่โตคงยากจะเยียวยาหาทางแก้ได้ยาก ท้ายสุดของชีวิตคงเสวยคุกเสวยตารางหากไม้สิ้นลมลงไปเสียก่อน

นี่คือที่ซึ่งทุกข์และสุขมันอยู่ด้วยกันมานาน ขณะเดียวกันความดีและเลวก็ยังคงอาศัยร่างของผมอยู่เช่นกัน เห็นได้ว่าถึงแม้เราจะมี “นรกขนานแท้” อยู่ในตัว หากเรารู้จักระงับยับยั้งโดยยึดอะไรสักอย่างเป็นหลักของชีวิต คนเราทุกคนก็สามารถเป็น “คนธรรมดา” กับเขาได้ ขอเพียงเราล่วงรู้ตัวเรา โดยหมั่นศึกษาตัวเองให้มากแล้วก็คิดถึงคนที่เขารักเรา เพราะหากเราเกิดทำความเลวเข้าแล้ว นอกจากเราจะต้องเสียใจถ้าคิดได้คนที่เขารักเราก็จะพลอยเสียใจไปในเวลาเดียวกันด้วย

ดังนั้นทั้งทุกข์และสุขอาจจะมาด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจล้วนมาด้วยตัวเราเองทั้งสิ้น เพียงขอให้เรารู้เท่าทันตัวเราเท่านั้นว่า “ความดีและความเลวที่จะก่อเกิดขึ้นกับตัวเรา จะนำมาเพื่อสิ่งที่เรียกว่าทุกข์และสุขนั้นมันติดตัวตนมาแบบไหนกัน” หากมาแบบเฉพาะกาลก็พอจะพบทางสว่างกับเขาได้ แต่ถ้าเกิดมาแบบชนิดเลวกันกระทั่งจิต หรือเลวกระทั่งเงาแบบนี้ก็ก้มหน้ารับกรรมกันไปรอชาติใหม่ก็แล้วกัน อีกอย่างคือ “จะสุขจากความเลว หรือทุกข์จากความดี” ลองชั่งใจกันดูครับ

 

มาแล้วครับน้ำ

เรื่องของน้ำที่ยังคงหลอกหลอนชีวิตของคนไทย น่าจะหนีไม่พ้น “น้ำท่วมเมื่อปี54” ครั้งนั้นว่ากันว่าเกิดจากการบริหารน้ำที่ “เลวอย่างหาที่ติไม่ได้” ประชาชนเป็นล้านๆต้องกระเสือกกระสนเพื่อชีวิตที่ไม่ขออะไรมากนอกจาก “ลมหายใจ” ที่เป็นปกติเท่านั้น ภาพที่ไม่เคยเห็นที่ไหนในโลกก็เคยได้เห็นนั่นคือ “รถที่จอดบนทางยกระดับเป็นแสนคัน” แต่ก็ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะในเรื่องน้ำท่วมอย่างที่เราเห็นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในครั้งกระนั้นว่ากันว่า “ผู้คนสามารถจับปลากันได้แถวๆถนนราชดำเนินใน” แล้วที่หนักกว่านั้นมีคนจับ “จรเข้” ตัวเขื่องได้หลายตัว

ลองคิดดูนะครับเมื่อ 3 หรือ 4เดือนก่อนน้ำเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งถึงขนาดที่จะต้องจัดสรรเป็นส่วนกันเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวนี้น้ำเป็นเรื่องที่ผู้คนกลัวเป็นที่สุด หลายที่หลายทางอยู่กับน้ำท่วมเป็นแรมเดือน…นี่มันจะอะไรกันนักกันหนา

“คนไทยไม่เคยเรียนรู้เรื่องน้ำกันเลย” แต่กับอีกที่ในเวลาเดียวกันที่ “สมุย” กำลังจะไม่มีน้ำประปาหากไม่มีฝนตกลงมาในช่วงนี้

การประปาของ “สมุย” มีน้ำสำรองอีกเพียง 10อาทิตย์เท่านั้นเอง จากอดีตที่ผมไปเที่ยวที่นี่ ครูไก่เคยเห็น “น้ำตก” ที่อยู่ตอนกลางๆของเกาะ มันเป็นความงดงามอย่างยิ่ง น้ำตกที่ว่านี่เป็นสายน้ำที่ร่วงหล่นลงมาจากที่สูง ไม่ใช่น้ำตกที่เป็นญาติกับก้อย หรือซกเล็ก อะไรทำนองนั้น นี่แหละความเจริญที่ไม่รู้จักจบสิ้น ใครมีแรงเงินมากกว่าก็ทำร้าย “เกาะสมุย” กันตามแรงเงินนั้น หากไม่ช่วยกันดูแลก็จนสำหรับเกาะนี้

กลับมาดูชีวิตของผู้คนที่อยู่ท้ายเขื่อนกันบ้าง เหนื่อยครับเท่าที่ดูจากการรายงานข่าวตามสื่อทั้งหลายแหล่ ถึงแม้จะไม่โหดร้ายเท่าปี54นะครับ แต่ด้วยสภาวะของเงินตราที่ฝืดเคือง ก็ลำบากยากเข็ญเหมือนเดิม…นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนไทยปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นผลสืบเนื่องจากอดีตที่ไม่เคยจดจำ ครูไก่เห็นน้ำท่วมน้ำแล้งมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกันเข้าไปแล้วแต่ก็เหมือนเดิม อีกไม่นานก็จะแล้งกันอีกไม่เชื่อคอยดู

นี่คือเรื่องของน้ำที่มักจะมาแบบไม่เคยพอดีสักครา ผมเองอยากทราบเหมือนกันว่า “คนไทยจัดการน้ำไม่เป็นจริงหรือ”…?

ครูไก่ ลำพอง ดวงล้อมจันทร์