รีด ผงาดเมเจอร์แรก ที่ ออกัสต้า

รีด ผงาดเมเจอร์แรก ที่ ออกัสต้า

แพทริก รีด โปรชาวอเมริกันคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกในชีวิตหลังดวลเดี่ยวกับอีกสองสุดยอดของโลกก่อนจบด้วยชัยชนะ 1 สโตรค ในเดอะ มาสเตอร์ส เมเจอร์รายการแรกของปีที่ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟคลับ ในมลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

แพทริก รีด โปรอเมริกันวัย 27 ปีที่กำลังตั๋วลุ้นไรเดอร์คัพแสดงให้เห็นศักยภาพการเล่นที่ใกล้เคียงกับรูปแบบแมทช์เพลย์ในการสู้กับ จอร์แดน สปีธ, ริคกี ฟาวเลอร์ และ รอรี แม็คอิลรอย ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนๆกอล์ฟที่ออกัสต้า

“วันนี้น่าเป็นรอบที่ต้องลงเล่นโดยใช้ความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจหนักหนาสาหัสเท่าที่ผมเคยเล่นมาเลยก็ว่าได้” รีด กล่าวหลังจบรอบสุดท้าย “ผมรู้ดีว่าการแข่งขันในรอบสุดท้ายจะต้องเป็นการดวลกับแบบ ด็อกไฟท์ แน่นอน”

ที่สุด แพทริก รีด ก็สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์แรกไปครองสำเร็จหลังลงเล่นเมเจอร์มา 17 รายการโดยจบสกอร์รอบสุดท้าย 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวม 72 หลุม 15 อันเดอร์พาร์ 273 เฉือนชนะ ฟาวเลอร์ หนึ่งสโตรค อันดับสามเป็น สปีธ ที่สกอร์ 275 และอันดับสี่ จอน ราห์ม จากสเปนที่ตีสี่วัน 276

“การทำสกอร์อันเดอร์พาร์ในรอบสุดท้ายของการแข่งขันเพื่อชนะรายการระดับเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ เป็นครั้งแรกในชีวิต มันสุดยอดมาก” รีด กล่าว “นั่นเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจที่สุด”

นอกจากกรีนแจ๊คเก็ตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ชนะเหนือ ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟคลับ แล้ว แพทริก รีด ยังรับเงินรางวัลไปครองอีก 1.98 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 62 ล้านบาท จากยอดเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 344 ล้านบาท

ด้าน จอร์แดน สปีธ แชมป์บริติช โอเพ่น คนปัจจุบัน อดีตแชมป์มาสเตอร์ส 2015 และรองแชมป์ 2 สมัย ทำสกอร์ 64 เทียบเท่าสกอร์ต่ำสุดในรอบสุดท้ายที่ ออกัสต้า ทว่าการพลาดเสียโบกี้ที่หลุมสุดท้ายทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะคัมแบ๊คกลับมาชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เดอะ มาสเตอร์ส

“มันเริ่มต้นในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายของการแข่งขัน” สปีธ กล่าวหลังเป็นนักกอล์ฟคนที่เจ็ดในประวัติศาสตร์ที่ทำสกอร์ 64 ในรอบสุดท้ายที่ออกัสต้า แต่เป็นคนแรกนับจาก โบ แวน เพลท์ เมื่อปี 2012 “ผมต้องการที่จะทำสกอร์ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วมาลุ้นดูว่าจะมีอะไรฮาๆเกิดขึ้นหรือไม่”

ส่วน ริคกี ฟาวเลอร์ ที่กำลังลุ้นแชมป์เมเจอร์รายการแรกในชีวิตเช่นเดียวกัน ในรายการนี้เขาเก็บ 6 เบอร์ดี้ในการเล่น 11 หลุมสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 7 ฟุตที่หลุม 18 ที่ทำให้สกอร์ไล่หลังเพียงแต้มเดียวและส่งความกดดันไปให้ รีด จนกระทั่งหลุมที่ 72 ของการแข่งขัน

“พวกเราพยายามอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ที่เหลือปล่อยให้ พี-รีด สร้างโอกาสด้วยตัวของเขาเอง” ฟาวเลอร์ กล่าว “ผมมีความสุขมากกับต์ที่หลุมสุดท้ายลงไป”

แพทริก รีด เองนั้นต้องการสองพัตต์เพื่อเซฟพาร์จากระยะ 25 ฟุตบนกรีนหลุมสุดท้ายเพื่อคว้าชัยชนะ พัตต์แรกของเขาเลยผ่านหลุมไปประมาณ 4 ฟุต แต่เขาพัตต์กลับมาเซฟพาร์ลงไปสำเร็จผมชูกำปั้นฉลองแชมป์เมเจอร์แรก

“การต้องการสองพัตต์ที่หลุมสุดท้ายเพื่อชนะเมเจอร์แรกในชีวิต มันเป็นความรู้สึกที่ใช่เลย” รีด กล่าว “และผมดีใจมากที่การรอคอยของผมสิ้นสุดลงไปแล้ว”

ส่วน รอรี แม็คอิลรอย ที่กำลังลุ้นแชมป์มาสเตอร์ส เพื่อจะครบคอลเลคชั่น แคเรีย แกรนด์สแลม ส่วนตัว ลงเล่นก๊วนสุดท้ายกับ รีด และไล่กดดันได้ในช่วงเก้าหลุมแรกเท่านั้น ทว่าใน 14 หลุมสุดท้ายเก็บเพิ่มได้เพียงเบอร์ดี้เดียวเท่านั้น

“ผมเพียงจัดการกับมันไม่ได้เอง” แม็คอิลรอย ซูเปอร์สตาร์จากไอร์แลนด์เหนือกล่าว “ทั้งๆที่ผมมีโอกาสแต่กลับไม่สามารถสร้างความได้เปรียบได้เลย เป็นวันที่หนักหนาสาหัส แต่ผมจะกลับมาใหม่”

นอกจากนี้ โดนัลด์ ทรัมพ์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ออกมาแสดงความยินดีดับ รีด ที่เคยไปชนะ รายการเวิลด์กอล์ฟแชมเปียนชิพ ที่สนามโดรัล ซึ่ง ทรัทพ์ เป็นเจ้าของเมื่อปี 2014 แต่ ทรัมพ์ ปล่อยไก่ระบุว่า รีด ชนะเมื่อปี 2013

“ขอแสดงความยินดีกับ แพทริก รีด กับผลงานอันยอดเยี่ยมและชัยชนะใน เดอะ มาสเตอร์ส” ทรัมพ์ เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของตนเอง “เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนที่ แพทริก โชว์ผลงานอันน่ามหัศจรรย์และชนะที่ โดรัล ผู้คนต่างเห็นพรสวรรค์และอนาคตอันสดใสของเขา ตอนนี้เขากลายเป็นแชมป์มาสเตอร์สไปแล้ว”

แพทริก รีด นั้นมีโอกาสเล่น เดอะ มาสเตอร์ส มาแล้วทั้งหมด 12 รอบ แต่ไม่เคยทำสกอร์ต่ำกว่า 70 ได้แม้แต่รอบเดียวกระทั่งในปีนี้ และกลายเป็นนักกอล์ฟคนที่สี่ติดต่อกันที่มาชนะ เดอะ มาสเตอร์ส เป็นครั้งแรกในชีวิต รวมทั้งเป็นแชมป์ที่ชนะเมเจอร์เป็นครั้งแรกคนที่ 9 จาก 10 เมเจอร์หลังสุด

ด้าน ไทเกอร์ วู้ดส์ ที่กลับมาลงแข่งขันรายการระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรกนับจากปี 2015 คัมแบ็กจากการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่หลัง ทำสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 ในรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นสกอร์ที่ดีที่สุดในสัปดาห์ของเขา

แชมป์เมเจอร์ 14 รายการพัตต์อีเกิ้ลระยะ 29 ฟุตลงไปที่หลุม 15 พาร์ 5 ตามด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 17 แต่พลาดออกโบกี้หลุมสุดท้าย พลาดเป้าหมายส่วนตัวที่จะจบทัวร์นาเม้นท์ด้วยสกอร์ อีเวนพาร์

ไทเกอร์ วู้ดส์ แชมป์มาสเตอร์ส 4 สมัย ที่ก่อนจะกลับมาลงเล่นรายการนี้เพิ่งจะจบการแข่งขันด้วยการติดท็อปไฟว์ 2 รายการจนทำให้หลายคนคาดว่าเขาจะทำได้ดีที่ออกัสต้า แม้จะไม่เข้าเป้าแต่ ไทเกอร์ บอกว่าดีใจที่ได้กลับมา

“ผมคิดถึงการแข่งขันมากๆ คิดถึงเดอะ มาสเตอร์ส” ไทเกอร์ กล่าว “ผมอาจจะเล่นผิดพลาดเยอะเกินไป แต่โดยรวมแล้วสนุกมาก มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากที่สามารถกลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้ง”

สำหรับ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ ที่ในรอบแรกทีตีเกินไปถึง 7 โฮเวอร์พาร์ 79 ผ่านเข้ารอบหวุดหวิดด้วยเบอร์ดี้ที่หลุมสุดท้ายของรอบสองที่ทำให้เขาจบรอบสอง 2 อันเดอร์พาร์ 70 และทำสกอร์ 72 และ 71 ในสองวันสุดท้าย จบการแข่งขันในอันดับสี่สิบสี่ร่วมที่สกอร์ 4 โอเวอร์พาร์ 292

สรุปผลเดอะ มาสเตอร์ส (สนามพาร์ 72)
273 แพทริก รีด (สหรัฐฯ) 69-66-67-71
274 ริคกี ฟาวเลอร์ (สหรัฐฯ) 70-72-65-67
275 จอร์แดน สปีธ (สหรัฐฯ) 66-74-71-64
277 จอน ราห์ม (สเปน) 75-68-65-69
279 คาเมรอน สมิธ (ออสเตรเลีย) 71-72-70-66
279 บับบา วัตสัน (สหรัฐฯ) 73-69-68-69
279 เฮนริก สเตนสัน (สวีเดน) 69-70-70-70
279 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 69-71-65-74
280 มาร์ค ลีชแมน (ออสเตรเลีย) 70-67-73-70
281 โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ) 68-74-73-66
281 ดัสติน จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 73-68-71-69