ความรัก คือ ความผูกพัน
ความรัก คือ ความผูกพัน
กาลเวลาผ่านไปทั้งเปียและจุกยังคงแวะเวียนมาดูแลบ้านเรือนไทยของหญิงชราอย่างสม่ำเสมอตามที่เคยรับปากกับหญิงชราไว้ ด้วยสายใยของความรักความผูกพันของคนทั้งสองที่มีกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ จากเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ความรักและความเอื้ออาทรที่มีเสมอต่อกันมา จนที่สุด…กลายเป็นสายใยของความรัก โดยไม่รู้ตัว ทั้งคู่จึงเข้าพิธีหมั้นโดยผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างเห็นชอบ ผู้ใหญ่แคล้วเป็นผู้ใหญ่บ้านที่จุกนับถือมาเป็นผู้สู่ขอตามประเพณี จุก…จำคำพูดของหญิงชราได้เสมอ “เจ้าจงเก็บแหวนมรกต วงนี้ไว้ให้กับหญิงที่เจ้ารักนะลูก เพราะมันคือแหวนประจำตระกูลของยาย ยายไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเจ้าที่เป็นผู้สืบสกุลของยายต่อไป”
เสียงโห่ร้อง…กลองยาวนำหน้าขบวนขันหมากดังมาแต่ไกล ในขบวนขันหมากเอกประกอบด้วย พานขันหมาก พานสินสอด พานธูปเทียนแพ พานแหวน เครื่องขันหมากก็มี ต้นอ้อย ต้นกล้วยประดับกระดาษแดง ไก่ต้ม หมู มะพร้าวอ่อน กล้วย ส้ม สุรา โดยจัดเป็นคู่ทุกถาด 9 คู่ ส่วนอาหารสด และผ้าไหว้จัดไว้สำหรับไหว้หญิงชราที่ล่วงลับไปแล้ว
ทางฝ่ายจุก…ก็ตระเตรียมซองไว้เพื่อแจกคนกั้นประตู ขบวนขันหมากเข้ามาใกล้บ้านเจ้าสาว เปีย…ได้ตระเตรียมพานขันหมากไว้รับ ชุดขันหมากเอก ซึ่งเป็นพานสินสอด พานแหวน ธูปเทียนแพ จัดวางไว้ในที่ทำพิธีนับเงินสินสอด ส่วนพานอื่นก็นำมาวางในส่วนที่เปียเตรียมไว้ ผู้ใหญ่แคล้วก็เจรจาสู่ขอตามประเพณี โดยมีญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนั่งล้อมวงกันอยู่ ส่วนเปียยังคงถูกเก็บตัวไว้ก่อนไม่ให้เห็นหน้ากันในยามนี้ จากนั้นก็เปิดพานสินสอดโดยการปูผ้าห่อขันหมากที่พื้น ใบเงิน ใบทอง ใบนาคเรียงบนผ้าก่อนแล้ววางสินสอดลง ผู้ใหญ่ทางฝ่ายจุกก็โปรย ถั่ว งา ข้าวตอกไว้ข้างบนเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้ใหญ่ทางฝ่ายเปียก็ห่อผ้าสินสอดแบกขึ้นบ่าตามประเพณี แล้วพูดว่า “ห่อเงินนี้หนักเสียจริงๆคงจะมีเงินทองงอกเงยออกมามากมายเต็มบ้านเรา”
ผู้ใหญ่แคล้วและนางชุ่มภรรยาก็นำเจ้าสาว ซึ่งเปียในวันนี้ช่างสวยสดงดงามไม่ใช่เด็กน้อยกะโปโลอีกต่อไป
จุก…บรรจงสวมแหวนมรกตวงที่หญิงชรามอบให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเปียหญิงสาวที่เขาผูกพันมาตั้งแต่เด็กๆด้วยความทะนุถนอม เปียยิ้มรับด้วยความปิติจนน้ำตาคลอ…ยายจ๋า…เปียจะเก็บรักษาแหวนมรกตวงนี้ไว้เท่ากับชีวิตของเปียนะจ๊ะยาย…
เก็บไว้ให้ดีๆนะเปีย เป็นของมีค่าที่สุดที่ยายให้กับเราสองคน โดยหญิงชราล่วงรู้ก่อนแล้วว่าเขาทั้งคู่คือคู่ชีวิตที่ติดตามกันมาหลายภพชาติ แม้หญิงชายทั้งสองจะไม่เคยรู้เลยก็ตาม
จากนั้นต่อมาอีกไม่นานทั้งสองก็จัดพิธีแต่งงานขึ้น ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เริ่มจากพิธีสงฆ์ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูปมาเจริญพระพุทธมนต์ ทั้งจุกและเปียร่วมกันตักบาตร ในขณะที่พระสงฆ์ถวายพรพระ(พาหุง) ซึ่งตักเฉพาะข้าวสวยใส่บาตรเท่านั้น ผู้หลักผู้ใหญ่ต่างยิ้มให้กันเมื่อเจ้าสาวเปียเอามือกุมด้านบนของจุก มีเสียงกระซิบเบาๆเจ้าเปียมันยอดเลย…เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารและสวดให้ศีลให้พรกับผู้เฒ่าผู้แก่ เจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว รวมทั้งจุกและเปียก็ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ และรับน้ำพุทธมนต์
จุกกับเปียและญาติพี่น้อง ทำพิธีเซ่นไหว้ หญิงชรา พระภูมิเจ้าที่ เทวดา พระแม่คงคา พระแม่ธรณี ผีบ้านผีเรือนและสัมภเวสี เพื่อเป็นการทำบุญทำทาน โดยไหว้กลางแจ้ง เพื่อให้ทั้งสองมีชีวิตอยู่อย่างมั่นคง เป็นสุขตลอดไป เมื่อได้ฤกษ์ทำพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทั้งสองก็จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยถือเทียนชนวนด้วยกัน เริ่มจุดเทียนเล่มซ้ายมือและขวา และจุดธูป 3 ดอกที่ปักรอไว้ โดยเริ่มจากดอกกลาง ต่อด้วยซ้ายและขวา แล้วทั้งสองเดินมาที่ตั่งหลั่งน้ำสังข์และไหว้ขอบคุณแขกและญาติผู้ใหญ่ ก่อนลงนั่งตั่งทั้งคู่ซึ่งหันไปทางทิศเหนือ เปียนั่งด้านซ้ายของจุก โดยมีเพื่อนของทั้งสองยืนด้านหลัง และผู้ใหญ่แคล้วละนางชุ่มก็สวมมงคล เจิมหน้าผากอวยพรให้ทั้งคู่พร้อมกับหลั่งน้ำสังข์ประสาทพร เมื่อน้ำสังข์แรกได้หลั่งลงแล้วเป็นอันว่าจุกและเปียก็ได้เป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์ จากนั้นแขกที่มาร่วมงานทยอยกันหลั่งน้ำสังข์จนถึงคู่สุดท้ายที่ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ของเปียและจุก แต่ทั้งคู่ไม่เคยแม้กระทั่งเห็นหน้าของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดตั้งแต่ลืมตามาดูโลกใบนี้ ทั้งคู่จึงกำหนดจิตถึงหญิงชราที่เป็นเสมือนพ่อและแม่ของเขาพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย ผู้ใหญ่แคล้วและนางชุ่มภรรยาจับมือทั้งสองลุกขึ้นพร้อมกัน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็มอบผ้าไหว้เป็นผ้าแพรให้กับผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ผู้ใหญ่แคล้วและนางชุ่มภรรยาส่งตัวทั้งคู่เข้าหอโดยเป็นคนปูผ้าปู่ที่นอนแล้วนอนเพื่อเอาเคล็ดเพราะเป็นคู่สามีภรรยาตัวอย่างมีแต่คนนับถือกันทั้งหมู่บ้าน พร้อมกับพรมน้ำมนต์โปรยข้าวตอกดอกไม้เหรียญเงิน เหรียญทองบนที่นอน เปียกราบเท้าจุกเนิ่นนาน…และค่อยๆขยับวงหน้าอันเรียวงามขึ้นมามองจุกแล้วเอ่ยว่า รักเราเป็นนิรันดร์นะจุก
เสร็จพิธีเช้า สัญญาที่ให้ไว้กับหญิงชราว่าจะช่วยกันดูแลบ้านเรือนไทยหลังเก่านี้นานเท่านานตราบชีวิตจะหาไม่ ทั้งคู่จึงพร้อมใจกันใช้บ้านเรือนไทยหลังเก่าของหญิงชราเป็นเรือนหอ ค่ำคืนของงานฉลองการแต่งงานคืนนี้ พระอาทิตย์ ยังคงส่องแสงสีทองระยิบระยับทาบคลื่นระรอกพลิ้วของลำน้ำโขง เสียงเรือยังคงวิ่งผ่านไปมา ลมพัดโบกพลิ้วดอกลั่นทมที่หญิงชราปลูกไว้ปลิวว่อนตามลม ส่งกลิ่นหอมกระจาย ราชาวดีชูช่อแข่งส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านต่างก็ร่วมกันฉลองแสดงความยินดีกับทั้งคู่ ต่างมีแต่รอยยิ้มและพูดคุยถึงเจ้าหางเปียกับเจ้าหัวจุกเด็กกะโปโลที่เป็นเพื่อนวิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ทั้งสองคนต่างเป็นคู่กันมาอย่างแท้จริง อาหารคาวหวานถูกจัดวางตามประเพณีโบราณ ฝีมือการจัดดอกไม้ไม่ใช่ใครอื่น เจ้าหางเปียนั่นเอง…เปียหวนคิดถึงหญิงชราขึ้นมาฉับพลัน เมื่อกวาดสายตาไปยังแขกเหรื่อที่มาร่วมงานฉลองต่างแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงาม นี่ถ้ายายอยู่ยายคงนุ่งโจงกระเบน เสื้อลูกไม้สง่าตามแบบฉบับหญิงไทยและยินดีกับเปีย…แต่วันนี้ยายอยู่บนฟากฟ้าไกล แต่เปียรู้ว่ายายส่งยิ้มให้เปีย ยามพระจันทร์เต็มดวงเช่นคืนนี้ เปียหันมาที่จุก…จุก…เปียคิดถึงยายเหลือเกิน จุกจับมือเปียกุมไว้อย่างแผ่วเบาขณะที่แสงจันทร์สาดส่อง ผ่านกิ่งจำปาลาว ลงมากระทบ มรกต เม็ดงามที่ประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายทำให้นิ้วอันเรียวงามดุจลำเทียนของเปียวันนี้งดงามยิ่งนัก…เปีย…ยายรับรู้แล้ว นั่นไง พระจันทร์ยิ้ม…ให้เรา
มณีจันทร์ฉาย

