สุวรรณภูมิฯ ตำนานกอล์ฟบทใหม่

สุวรรณภูมิฯ ตำนานกอล์ฟบทใหม่

“สนามกอล์ฟ 36 หลุม ระดับแชมเปี้ยนชิพ ออกแบบโดย โรเบิร์ท เทรนด์ โจนส์ จูเนียร์ท้าทายความสามารถของนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ”

และนี่คือ คำนิยาม สั้นๆ แบบได้ใจความของสนามกอล์ฟระดับตำนาน… สุวรรณภูมิ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ

หากย้อนหลังไปเมื่อ ปี 2536 ชื่อของสนาม เพร็สซิเดนท คันทรี คลับ (ชื่อเดิม) เริ่มเป็นที่รู้จักของนักกอล์ฟในเรื่องสนามสุดท้าทายสไตล์ โรเบิร์ท เทรนด์ โจนส์ จูเนียร์ โดยเฉพาะ กรีน ที่ยอมรับกันว่า สมบูรณ์ไม่แพ้ใครในยุคนั้น ตกหยุด พัตต์วิ่ง ไลน์เจ้าเล่ห์ ทำให้นักกอล์ฟติดอกติดใจ อีกทั้งคุณภาพสนามเมื่อแรกเปิดยังอัดแน่นไปด้วยความสดใหม่ และยังมีคลับเฮ้าส์ที่กว้างใหญ่ เปิดรับลมชมวิวอย่างมีเอกลักษณ์ ห้องจัดเลี้ยงขนาดมหึมา จุคนได้หลายร้อยจนถึงร่วมพัน รองรับการจัดเลี้ยงได้ทุกขนาด สนามนี้จึงติดอยู่ในอันดับยอดฮิตของนักกอล์ฟ ไม่ว่าจะมาออกรอบธรรมดาๆ หรือจะจัดงานแข่งใหญ่ๆ ปิดสนามได้มากสุดถึง 36 หลุม ด้วยเหตุนี้จึงเป็นอีกหนึ่งในสนามยอดนิยมได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เมื่อเวลาผ่านไป อะไรก็ไม่อาจจะคาดเดาได้ อดีตสนามชั้นนำ ก็ต้องประสบกับปัญหาต่างๆ จนต้องปิดตัวลงไปช่วงระยะหนึ่ง สร้างความงุนงงและเสียดายให้กับเหล่านักกอล์ฟทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง

จนเมื่อ วันที่ 7 มกราคม 2559 ฟ้าก็เปิดอีกครั้ง เมื่อ บริษัทสุวรรณภูมิกอล์ฟ ได้เข้ามาทำการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนสนามทั้งหมด 36 หลุม ภายใต้การนำของ คุณสุรพงษ์ พันตาวงษ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร และ คุณชนินทร์ พันตาวงษ์ ผู้จัดการทั่วไป คุณพ่อและคุณลูก โดยคุณพ่อสุรพงษ์ผ่านประสบการณ์ด้านดูแลรักษาสนามกอล์ฟมาอย่างนาวนาน รู้จักกันดีในนามบริษัท พันตา นับเป็นผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของประเทศไทยอีกหนึ่งท่าน ส่วนคุณลูก ท้อป ชนินทร์ อดีตนักกอล์ฟเยาวชนฝีมือดี ก็ผันตัวเองมาดูงานด้านบริหาร โดยนำประสบการณ์ตรงที่ได้จากผู้เล่น มาปรับเปลี่ยนให้ตรงใจกับนักกอล์ฟที่เข้ามาใช้บริการได้อย่างถูกจุดถูกประเด็น

หลังจากเปลี่ยนชื่อจากเดิม เพร็สซิเดนท คันทรี คลับ (เป็นชื่อสนามที่มักจะสะกดผิดอยู่เป็นประจำ) มาเป็น สุวรรณภูมิ คันทรี คลับ และได้เปลี่ยนแปลงคุณภาพสนามให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้ง 4 คอร์ส (North – East – South – West) มีการเพิ่มระยะหมุดโปรในบางหลุม ปรับปรุงกรีนซ้อมพัตต์ สนามไดร์ฟ ซุ้มน้ำ ล็อคเกอร์ ห้องน้ำ ฯลฯ ในที่สุดก็กลับมาเปิดให้บริการตามปกติได้อีกครั้ง และยังได้รับเลือกให้เป็นสังเวียน จัดการแข่งขันรอบคัดเลือกของ เอเชี่ยน ทัวร์ มาแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งของสนามระดับตำนานในอดีต ที่ออกแบบโดย โรเบิร์ท เทรนด์ โจนส์ จูเนียร์ และได้รับการปรับปรุงให้ไฉไลอีกครั้ง โดย บริษัท พันตา จำกัด

โครงสร้างพื้นฐานของสนามโดยรวมถึงแม้จะมีอายุเยอะแล้ว แต่ด้วยศักยภาพของทีมบริหาร สามารถจะพัฒนาคุณภาพจากขณะนี้เริ่มต้นที่ 3 ดาว โดยเน้นในส่วนสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกมการเล่นก่อนเป็นหลัก จากนั้นก็จะค่อยๆ ขยับมุ่งหน้าสู่ความเป็น 5 ดาว อย่างสมบูรณ์ เพราะทั้ง เลย์เอ้าท์ อาคารคลับเฮ้าส์ ทำเลที่ตั้ง ล้วนเอื้ออำนวยให้ เพียงแต่ต้องการระยะเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินงาน โดยจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับส่งเสริมให้มีการเข้ามาจัดกิจกรรมกอล์ฟที่นี่ในทุกระดับฝีมือ

ในการปรับปรุงใหม่ ส่วนสำคัญคือยกเครื่องเรื่องสนาม โดยได้นำหญ้า Bermuda 419 มาใช้บนแฟร์เวย์ และ Tifdwarf บนกรีน ซึ่งตรงตามคอนเซ็ปต์ของสนามยุคใหม่ ทำให้เล่นสนุกท้าทาย ดูสวยงามสบายตา และไล่เก็บความเรียบร้อยในสนาม ซึ่งเป็นงานหนักหนาสาหัส เนื่องจากพื้นที่ของโครงการกว้างขวางถึง 1,221 ไร่ คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด

หลุมสวยที่จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์ ถ้ามาถึงสนามแล้ว ขนาดยังไม่ลงไปเล่นก็รู้เลยว่า หลุม 9 ของทั้งฝั่ง South และ East เป็นทำเลที่เด่นสุดเมื่อมองจากคลับเฮ้าส์ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะ South 9 พาร์ 5 มีระยะยาวสุดที่หมุดสีทอง 562 หลา, น้ำเงิน 547 หลา, ขาว 520 หลา และ แดง 451 หลา เรียกว่าใส่กันได้ไม่ยั้งจริงๆ แล้วตั้งแต่ทีออฟยาวไปจนถึงกรีน มีน้ำขนาบตลอด ใครที่มีอาการเลี้ยวขวาเกิดขึ้นบ่อยๆ คงต้องระวังเป็นพิเศษ

กรีนของ หลุม 9 ทั้งสองฝั่งนี้เป็นกรีนแฝดขนาดใหญ่ พาดตัวยาวคอยรับลูกกอล์ฟจากทั้งสองด้าน หากออนผิดกรีน คงต้องพัตต์ในระยะไกลมากๆ หรืออาจจะต้องชิฟกันข้ามกรีนเลยทีเดียว ส่วนหลุม East 9 ก็ยาก และสวยไม่แพ้กัน เป็นเหมือนกระจกสะท้อนภาพอีกฝั่งของทะเลสาบ แต่เป็น หลุม พาร์ 4 ที่ยาวน้องๆ พาร์ 5 ทั่วๆ ไป ระยะหมุดทอง 441 หลา, น้ำเงิน 416 หลา, ขาว 376 และ แดง 352 หลา นอกจากจะยาวแล้ว ส่วนใหญ่ยังต้องตีทวนลม และยังมีน้ำทางด้านซ้ายยาวตลอดแนวคอยให้ระแวงอีก ช็อตแรกจึงต้องไดร์ฟให้ไกลที่สุด เป็นการชี้ชะตาได้ หากไดร์ฟมาดีก็มีสิทธิ์ลุ้นยิงเบอร์ดี้ และหากระยะไม่ถึง จะออกพาร์หรือเลยไปโบกี้บ้างก็ไม่เสียหายนัก

หลุม North 6 พาร์ 3 ระยะหมุดทอง 177 หลา, น้ำเงิน 155 หลา, ขาว 132 หลา และแดง 98 หลา ท้าทายตรงต้องอาศัยความแม่น ตีข้ามน้ำ ใส่กรีนซึ่งคล้ายกับเกาะกลางน้ำ มีบังเกอร์ดักอยู่รอบทั้ง ด้านขวา และด้านหลัง แต่หากตีหลุดซ้ายกรีนไปมาก ถึงจะออนก็อาจจะไหลตกน้ำตามสโลปได้ ดังนั้นต้องสังเกตดีๆ ว่าตำแหน่งธงอยู่ตรงไหนก่อนลงเหล็ก

ไม่ว่าท่านจะเป็นนักกอล์ฟรุ่นเก๋าส์หรือใหม่เอี่ยมถอดด้าม สนามสุวรรณภูมิกอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ ก็เหมาะสมกับทั้งการออกรอบเล่นกันสนุกๆ หรือขั้นเอาจริงเอาจังระดับแข่งขัน ที่นี่ ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 06-1453-3598 หรือตามที่อยู่ 42 หมู่ 8 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ 10530 ออกรอบให้สนุกครับนะครับ!