อมยิ้มริมกรีน

สนามกอล์ฟแห่งความโรแมนติก ที่เขาใหญ่

สนามกอล์ฟแห่งความโรแมนติก ที่เขาใหญ่

วีคเอนด์ที่ผ่านมา ไปตีกอล์ฟที่เขาใหญ่มาครับ หลังจากที่ไม่ได้จับไม้กอล์ฟมาหนึ่งปี

เป็นการพบปะกับเพื่อนเก่าหัวเท่ากำปั้น เติบโตด้วยกันที่โรงเรียน นอกจากแข่งกอล์ฟไรเดอร์แล้ว ยังถือเป็นการเลี้ยงรุ่นอีกด้วย จึงมีแต่ความสนุกเฮฮา

เล่นไรเดอร์ ก็นับเป็นแมตช์เพลย์ สู้กับคู่แข่ง ว่ากันหลุมต่อหลุม สนุกดีครับ เวลาแค้ดดี้ขานสกอร์ นาย 6 ออน 1 พัตต์ หรือ 2ออน4พัตต์ ก็เป็นเรื่องเฮฮา ว่าก็ “มีดี”ละวะในบางช็อต

คนแก่ ตีกอล์ฟกับเพื่อนสนิทที่แก่ไปพร้อมๆกัน มีเรื่องราวมากมายให้หัวเราะ

เช่น..เพื่อนขึ้นแท่น จรดไม้ ก็เอ่ยปาก..กูรู้มึงไม่ได้นุ่งกางเกงใน (นุ่งบ็อกเซอร์) พวงอัญฑะไข่มึงยานแน่ ดังนั้นจำไว้ คีย์ของดาวน์สวิง ให้ไข่ใบขวา แกว่งกระแทกไข่ใบซ้ายนะ เพิ่มพลังดีตัวหมุน ..ขณะที่เพื่อนอีกคนเป็นหมอใหญ่ตีซ้าย ก็บอกว่า..หมอ มึงขึ้นทีออฟพร้อมกันเลย หันตูดชนกัน ก็ตีได้ แต่วงหมอ ไข่ใบซ้ายแกว่งกระทบไข่ใบขวานะ..แค๊ดดี้ หัวเราะกิ๊ก

ขู่แค็ดดี้อีกแน่ะ..พวกเธอหัวเราะพวกฉันอยู่ได้ ต่อไปนี้ ใครเห็นฟัน ปรับห้าสิบ ไปหักกับค่าติ๊ป

แค็ดดี้ ไม่กลัว หัวเราะกว่าเก่าอีก เธอบอก นายๆ ตลกอาวุโสคณะเชิญยิ้มเหรอ

ในวัยที่ก้าวผ่านอายุหกสิบมาหลายปี เพื่อเดินไปสู่หลักกิโลเมตรแห่งชีวิตที่เจ็ดสิบ ของผมและเพื่อนพ้อง ยามที่เจอกันเป็นกลุ่มๆ แม้จะมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะเฮฮาอย่างไร กระนั้นก็มีบางช่วงของการสนทนาที่คุยกันถึง การถดถอยของสังขาร อาการป่วยที่ตามมาตามวัย..และที่สุดก็เรื่อง ความตาย ที่ใครก็หนีไม่พ้น พ่วงอยู่ด้วยเสมอ

อันพอจะสรุปได้ว่า หลักการคิด แนวคิด ในการเดินทางไปสู่ปัจฉิมวัยนั้น เป็นวิถีธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ ที่เรารู้เองได้ พิจารณาได้ เป็นปรัชญาของชีวิต โดยไม่ต้องไปฟังพระเทศน์ ให้พระสอนนำทาง..ทุกอย่างล้วนอนิจจัง อย่ากลัวความตาย

ตัวเราเองสอนตัวเราเอง อย่างมีทัศนคติที่ดี..คือดีที่สุด

คนที่ได้เปรียบคือ คนที่เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ทำอย่างไรที่จะ landing ให้อย่างนิ่มนวลที่สุด เมื่อถึงเวลา ให้ทุกอย่างเรียบง่าย ทั้งตัวเราเอง ทั้งคนที่อยู่ข้างหลัง ลูกเมีย

ผมมักคุยกับเพื่อนๆเสมอว่า..ผมได้เตรียมตัวอะไรบ้าง ในแต่ละสเต็ปของชีวิต ก็เพื่อหวังจะ landing นิ่มๆนี่แหละ เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง

ช่วงนี้ เขาใหญ่อากาศดีมาก มิตรรักนักกอล์ฟไม่ว่ารุ่นใด ควรแสวงหาความสุขแห่งชีวิต ด้วยการออกรอบแต่เช้าตรู่ สนามกอล์ฟที่เขาใหญ่ มีเยอะเลย ทั้งราคาถูก ราคาแพง อยู่ที่การประทิ่นปรุงโฉมของแต่ละสนาม

แต่สิ่งที่ได้ไม่ต่าง เสมอภาคกันแน่ๆ คือ บรรยากาศแห่งหน้าหนาว ออกรอบเช้าตรู่ ทีกระเด็นพร้อมฟ้าสาง ฟ้าที่ค่อยๆทอแสงทอง เสียงก้องในไพรพฤกษ์ มีเสียงนกกาประสาน ลมเย็นหนาววิบๆ ..นี่คือ รางวัลล้ำค่าแห่งธรรมชาติที่มอบกับผู้ที่ตื่นมาด่ำดื่ม ให้คุณภาพชีวิตกับตัวเองโดยไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อเพิ่ม

ตีกอล์ฟหน้าหนาว อย่าเอาแต่ เร่งรีบ จรดจ่อกับเกมกอล์ฟของตัวเองอย่างเดียว สูดลมหายใจลึก ให้เต็มปอด มองรอบตัวดูความงามของธรรมชาติ สดับฟังเสียงแห่งพงไพร ดูฟ้า ดูเฆม (ถ้าแคดดี้หุ่นดี ก็ใช้สายตาโลมบ้าง พอเป็นความสุข เป็นความภูมิใจของผู้ถูกมอง) นี่คือ รางวัลแห่งชีวิต ตัวตวงให้เต็มที่นะครับ

ไปเขาใหญ่ทีไร คิดถึงสนามกอล์ฟ มิชชันฮิล เขาใหญ่เก่าทุกที ( ปัจจุบันคือ เขาใหญ่ คันทรีคลับ แต่ขอเรียกชื่อเก่าน่ะครับ)

คราวนี้แค่ผ่าน ไม่ได้เล่น เพราะวันที่ไปนั้น สนามปิด มีรายการแข่ง ต้องไปเล่นสนามอื่น

เคยเขียนมาหลายครั้งแล้ว ว่า ผมชอบสนาม เขาใหญ่ คันทรีครับ หรือ อดีตมิชชั่นฮิลเขาใหญ่ มากที่สุด จะเรียกว่าเป็น สนามกอล์ฟในดวงใจ ก็ว่าได้

เพราะ มิใช่เพียงสนามเก่า 18 หลุม หากเลย์เอาท์ ทุกหลุม เมื่อขึ้นไปบนแทนทีออฟ แล้วมองไปรอบๆ จะพบความงามที่มีความลดหลั่นของธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละหลุม เรียกความทรงจำตั้งแต่ สามสิบปีก่อน ยี่สิบปีก่อน สิบปีก่อน เมื่อครั้งกระโน้นที่ มายืนอยู่ตรงที่เดียวกัน ในวันและวัยที่ต่าง..แค่นี้ก็เป็นปรัชญา แนวคิด

หรือแม้แต่ธรรมะที่สอนตัวเอง หรือสอนคนอื่น หากมายืนหรือเคยมายืนตรงนั้นด้วยกัน ด้วยมุมมองที่แตกต่าง

บางทีจะเป็นเรื่องแสนโรแมนติกด้วยซ้ำ หากเป็นคู่คนรัก ที่แก่ไปด้วยกัน ที่ครั้งกระโน้น จูงมือกันขึ้นกรีนด้วยหวาน ครั้งกระนี้ก็ยังจูงมือกันอยู่ แต่จะเป็นการประคองกัน กลัวหกล้ม แก่แล้วหกล้มไม่ดี

หรือ เป็นคู่คนรักที่แสนรัก หากไม่สมรัก จากกันไปตามพรหมลิขิต แต่ยังจำได้ ภาพเก่าๆในวิวนั้นทำให้ คิดถึง จนอยากฮัมเพลง..They can’t take that away from me หรือ Still ( Lionel Richie) หรือ Even Now ( Barry Manilow)

..ป่านนี้ เธออยู่ที่ไหนนะ ก็ยังเป็นอารมณ์โรแมนติก ที่ไม่เคยแก่ เก็บไว้ในใจ

สนามกอล์ฟแห่งความหลังนี้ ถ้าออกรอบแต่เช้าตรู่ ก็งดงาม ได้คุณภาพชีวิต ได้รางวัลแห่งชีวิตที่ธรรมชาติมอบให้อีกแบบหนึ่ง ถ้าออกรอบบ่าย 9 หลุมหลัง เล่นแข่งกับเวลาที่อาทิตย์คล้อยอัศดง ด้วยหน้าหนาวมืดไว ก็ได้บรรยากาศอีกอย่าง สวยงามแบบเหงาๆ เศร้าๆ เสียงนกกาบินกลับรัง จะแตกต่างกว่าเสียงยามเช้า
บางทีจะโล่งใจยังไงไม่รู้ ตอนพัตต์หลุมุสดท้ายเสร็จ

ตอนขับรถออกมายามค่ำ หากผิดหลังดูกระจกหลังมองย้อนกลับไปที่สนาม เห็นสีขาวซากอาคารลิบอยู่ในความมืดของป่า ดั่งราววิญญาณมาส่ง..ไปแล้ว กลับมาอีกนะ..ฮูย

ผมว่า เสน่ห์อันยิ่งยวดของสนามเก่า ก็คืออดีตของคนเคยมาเล่น กับธรรมชาติที่คงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงของเลย์เอาท์สนาม อย่างไรอย่างนั้น มัน “คลิก”กันได้ จุดอารมณ์อบร่ำแห่งความคิดถึง

หรือ เมื่อครั้งกระโน้น ณ.สนามแห่งนี้ ที่เคยมาเล่น มาพัก มีคลับเฮาส์งดงามตระการ โรงแรมหรู บันไดเดินลงมาถึงทีออฟหลุม1บัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพังที่จมอยู่ในป่ารกชัฏ ดั่งราวอนุสรณสถานแห่งความล่มสลาย นักกอล์ฟรุ่นใหม่อาจผวา ..โรงแรมผีสิงกลางสนามกอล์ฟรึเปล่า? เช่นเดียวกับ อาคารคอนโดเป็นแนว

ทางหลุม2 ก็ถูกทิ้งเป็นซากมานานหลายทศวรรษ อันไม่มีวันจะกับฟื้นคืนได้

ภาพเหล่านั้น สอนถึงสัจธรรม ความไม่แน่นอนแห่งวิถีความเป็นไป มีเรืองรอง มีทรุดโทรม เคยมีค่าแล้วไม่มีค่า ตามเงื่อนไขแห่งกฏกติกาและกาลเวลา

มิใช่ เจ้าของในปัจจุบันไม่ลงทุน หากเป็นเงื่อนไขแห่งกฎหมาย ไม่อาจสร้างอาคารถาวรได้ในเขตุป่าสมบัติแผ่นดิน อย่างไรต้องคืนกลับให้ธรรมชาติดังเดิม

ว่ากันว่า ที่ มิได้คืนสู่ป่าไปทั้งผืนสนามกอล์ฟนั้น ก็เพราะ เจ้าของในปัจจุบันที่เป็นไทคูนมหาเศรษฐี ท่านชอบ ท่านรักสนามกอล์ฟแห่งนี้มาก หากทิ้งไปก็จะเป็นการสูญเปล่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง จึงดำเนินการขอรักษาสนามกอล์ฟนี้ อย่างถูกกฎหมาย (น่าจะเป็นลักษณะสัมปทาน) ดูแลคงสภาพแค่ส่วนของสนามกอล์ฟให้คงอยู่เท่านั้น ไม่มีอาคารถาวรวัตถุ ไม่มีกระทั่งคลับเฮาส์ ที่มีอยู่ ก็เป็นลักษณะ contemporary เล็กๆนิดเดียว (อ้างว่าชั่วคราว)

ผู้ที่ไม่รู้ อาจคิดว่า สนามเก่าเจ๊ง ทิ้งให้ป่าปรก เข้าไปตี จบตอนเย็นค่ำๆแล้วเข็ด เพราะกลัวความวังเวง พวกรุ่นเก่าที่รู้ ตีไปก็ขอบคุณ เจ้าของสนามไป ที่ รักษาสนามนี้ด้วยรัก ( ถ้าเป็นธุรกิจหวังเม็ดเงิน จะรอดไหมล่ะ)

ผมเคยไปเล่นสนามกอล์ฟ 5 ดาว ราคาแพง ทางไปวังน้ำเขียว(เพื่อนเลี้ยง) 18 หลุมวิลิศมาหรา ดั่งราวยกดินแดนทัสคานีมาไว้ที่นี่ ตีไปก็งั้นๆ คือได้ความสนุกจากเกมกอล์ฟ หากมิได้ความซาบซึ้ง โรแมนติกแบบที่ได้จากสนามกอล์ฟ มิชชั่นฮิลเขาใหญ่เก่า

คงไม่ต่างกับ การได้เจอสาวสวยมีเสน่ห์ชวนมองอย่างฉาบฉวย ด้วยอำนาจเงินตรา กับ การได้เจอพื่อนเก่า ที่สบตาก็สามารถพรั่งพรูความรู้สึกแห่งความคิดถึงต่อกันได้

เหมือนเขียนซ้ำนะครับ แต่ชอบไง

นักกอล์ฟรุ่นแก่ กำซาบความสุขแถบเขาใหญ่เมื่อยี่สิบสามสิบปีก่อน คงชอบแหละ คิดถึง เกิดแรงบันดาลใจ ไปตีเลย

นักกอล์ฟรุ่นใหม่ ที่ไม่มีอดีตกับสนามใดๆ นึกอยากไปลอง กลับมาอาจโวยผม

สนามอะไรวะ แฟร์เวย์แข็งโป้ก กรีนไม่สมบูรณ์ บังเกอร์ทรายแน่นตึ้บ ( ทริคคือ ตกทราย ต้องตีเด็ด หรือเป็นบังเกอร์ริมกรีน สันขอบบ่อทรายมักตื้น ก็ใช้พัตเตอร์เคาะออกไปเลย) กว่าจบ18หลุม เหนื่อยแทบตาย ที่อาบน้ำก็ไม่น่าอาบ บรรยากาศวิเวกหวังโหวง

คิดไปตีสนามนี้ ต้องมีความรักครับ

รักอดีตของสนาม รักเลย์เอาท์ที่ธรรมชาติห่มไว้ทุกหลุม รักบรรยากาศ รักความทรงจำ

จุดขายของสนามนี้..มีแค่นี้จริงๆ

ยอดชาย ขันธะชวนะ