กรณีศึกษา สปีธ-แม็คิลรอย-ไทเกอร์ วูดส์

กรณีศึกษา สปีธ-แม็คิลรอย-ไทเกอร์ วูดส์

มีนักกอล์ฟสมัครเล่นถามผมว่า “ทำไมคนที่เขาเคยชนะ เคยเป็นมือหนึ่งของโลกแล้วฝีมือตกลงไป แล้วทำไมถึงกลับมาไม่ได้ครับ”

นั่นคงจะหมายถึงไทเกอร์ วูดส์ หรืออาจจะย้อนไปถึงเดวิด ดูวัล ที่เคยเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกแล้วพอเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจนทำให้ฝีมือตกงไปแล้วหาทางกลับมาไม่ได้

รวมจนกระทั่ง ณ ปัจจุบันนักกอล์ฟรุ่นหนุ่มที่กำลังขับเคี่ยวเพื่อเป็นมือหนึ่งของโลก จอร์แดน สปีธ นักกอล์ฟขวัญใจคนใหม่ของชาวอเมริกัน กับรอรี่ แม็คอิลรอย ของทางฝั่งยุโรปที่มาโด่งดังในอเมริกาจนถึงขั้นเป็นมือหนึ่งของโลก

จอร์แดน สปีธ ดีกรีเป็นถึงแชมป์เดอะมาสเตอร์ และยูเอส โอเพ่น ปีพ.ศ.2558 แต่เจอปัญหาฟอร์มตกสุดขีดไม่ผ่านการตัดตัวสองรายการติดกัน

ส่วนรอรี่ แมคอินรอย เคยเป็นตำแหน่งมือหนึ่งถึง 93 สัปดาห์ แต่พอไม่ได้เล่นเพราะได้รับอุบัติเหตุหยุดไปสักระยะ กลับมาแล้วก็ยังไม่เข้าฝัก

มันก็เลยทำให้เกิดข้อสงสัยจากนักกอล์ฟทั่วไปว่า เพราะอะไรนักกอล์ฟพวกนี้เคยเป็นคนเก่ง รู้ว่าตัวเองทำอย่างไร และทำได้ขึ้นไปสูงสุด เคยชนะ แต่พอเล่นอีกรายการทำไมมันถึงตีเกิน ทำไมมันตกรอบ ทำไมๆๆ ถึงหาทางกลับมาไม่ได้

สำหรับผมที่เป็นคนเล่นกอล์ฟ เห็นสิ่งพวกนี้มานาน ต้องบอกว่ารู้ซึ้งกับสิ่งพวกนี้จนสรุปเป็นสัจธรรมแล้วว่า กอล์ฟมันไม่มีอะไรแน่นอน เพราะมันมีเรื่องของความคิดและจิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก มันไม่ใช่แค่ฝีมืออย่างเดียว ซึ่งฝีมือมันก็เกี่ยว แต่หลักความจริงอยู่อย่างหนึ่งคือ กอล์ฟไม่ใช่เก่งแล้วเก่งเลย หยุดซ้อมเมื่อไรสิ่งที่เคยทำได้มันก็ทำไม่ได้

โดยเฉพาะสิ่งสำคัญคือเรื่องของการพัตต์ วันไหนที่ตีดีและพัตต์ดี พัตต์ตรงไหนก็ลง แต่วันไหนถึงแม้ตีดี แต่ถ้าพัตต์ไม่ลงมันก็ไม่ลง

จะมีคำถามมาอีกครับว่าทำไมคนเล่นเก่งมาถึงระดับนี้แล้วทำไมไม่สามารถจัดการเรื่องการพัตต์ได้ การพัตต์นี้เรื่องมันยาวมันเยอะ มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ สำหรับนักกอล์ฟอาชีพหรือสมัครเล่นมันก็คล้ายกัน แต่นักกอล์ฟอาชีพเขาจะล้ำลึกกว่าเพราะเขาไม่ถึงกับผิดพลาดมาก แต่ก็มีผิดพลาด เพราะกรีนแต่ละกรีนโครงสร้างไม่เหมือนกัน บางกรีนสโลปมาก บางกรีนสโลปน้อย หญ้าบนกรีนก็ไม่เหมือนกัน บางกรีนฝืด บางกรีนเร็ว ดังนั้นผู้เล่นที่มีสไตล์การพัตต์ที่เหมาะกับบางกรีนแต่บางกรีนไม่เหมาะก็เป็นได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับการอ่านกรีนและการให้น้ำหนัก พอมันพลาดสักหลุมสองหลุมมันก็จะไม่มั่นใจตามมา

อีกประการหนึ่งที่มีปัญหากับนักกอล์ฟเฉพาะตัว คือการทีออฟกับลักษณะสนาม ถ้าลักษณะสนามเป็นป่าเข้าไปลูกหาย ตีไม่ได้เท่ากับเสียแต้มเมื่อเข้าป่า แต่บางสนามไม่เป็นป่า ลูกเข้าไปสามารถตีได้มองเห็น เพราะไม่เป็นป่า มีแค่ต้นไม้เป็นอุปสรรค ยังทำให้แก้ไขได้ คนที่ไดร์ฟไม่ตรงก็ยังเล่นได้ ส่วนสนามแบบแรกที่เป็นป่าคนจะทำได้ดีจึงเป็นคนที่ต้องไดร์ฟดี

และประการสุดท้ายที่สำคัญ คนที่เคยประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าไม่เก๋าพอก็จะไปเล่นในลักษณะกดดัน คิดว่าตัวเองถูกจับตาดู จะต้องตั้งใจเล่นให้ดี พอตั้งใจมากก็เกร็งแข็งไม่เป็นธรรมชาติมันก็จะพลาดง่าย ถ้าเมื่อไรไปเล่นด้วยความอยากเล่น ไม่ได้สนใจอะไร เล่นให้สนุกเมื่อนั้นผลงานก็มักจะดี

ไม่ต้องเอานักกอล์ฟระดับโลกหรอกครับ เอาแค่เราเอง บางวันตีดี ไดร์ฟอยู่แฟร์เวย์ ชิพดีชิพดำ พัตต์ดีพัตต์เก็บได้ สกอร์ก็ออกมาดี แต่พอบางวันไปเล่นในลักษณะไม่สนุก มีความกดดันกับการเล่นพนันบ้าง กับการอยากชนะบ้าง แค่จะตีให้อยู่แฟร์เวย์ ตีให้ออนกรีน ชิพให้ไปใกล้หลุม พัตต์เก็บบใกล้ๆให้ลง มันช่างทำยากเสียเหลือเกิน

ทั้งหมดนั้นสรุปได้ว่า นี่คือมนต์เสน่ห์ของกีฬากอล์ฟครับ ว่าไม่ได้ง่ายๆดังใจนึก มีขึ้น มีลงครับ ตามภาวะของร่างกายและจิตใจที่เป็นอยู่ คนเก่ง คนชนะอย่าผยองอย่างเหลิง คนที่ยังไม่ดีอย่าท้อ
สู้ๆต่อไปครับ