อนาคตกีฬากอล์ฟของประเทศไทย จะไปถึงไหนถ้าไทยช่วยกัน

อนาคตกีฬากอล์ฟของประเทศไทย จะไปถึงไหนถ้าไทยช่วยกัน

ปัจจุบันกีฬากอล์ฟของประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของผู้หญิง ทั่วโลกไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เนื่องด้วยอิทธิพลของความโดดเด่น ความเก่งของพี่น้องโม-เม “โมรียา – เอรียา จุฑานุกกาล” และโปรแหวน “พรอนงค์ เพชรล้ำ” รวมทั้งมีคนอื่นๆในทัวร์อีก 6 คน โดยเฉพาะตั้งแต่โปรเม ได้แชมป์ภายในปีเดียว 5 รายการ ได้แชมป์ติดกัน 3 รายการ และพอได้แชมป์รายการที่ 6 ในปีถัดมา ขึ้นเป็นมือหนึ่งของโลก

ได้ข่าวภายในมาว่า เมื่อไรที่โปรเม กลับประเทศไทยมา ทางรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ ทางรายการทีวีได้เตรียมการไว้ต้อนรับและออกรายการทีวีอย่างมากมาย น่าจะทำให้โปรเม และครอบครัวเหนื่อยถึงเหนื่อยมากถ้ารับหมด และพอไปแข่งขันรายการต่อไปฝีมือก็จะดร็อปลงไป เพราะกลับมาไทยแล้วไม่ได้ฝึกซ้อม ยกเว้นว่าทาง IMG ประเทศไทย จะจัดการอย่างมืออาชีพ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ลูกเกรงใจได้แค่ไหน

ซึ่งสิ่งนี้ก็ถือว่าดีมาก เพราะคนทำชื่อเสียงให้ประเทศก็ต้องตอนแทนให้อย่างดียิ่ง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เป็นบันทัดฐานเป็นวัฒนธรรมต่อๆไป ทำให้นักกีฬาและผู้ปกครอง ครอบครัวรู้สึกภาคภูมิใจ

หลังจากนั้นแล้วยังไงต่อ….ที่ต้องพูดอย่างนี้ เพราะครั้งหนึ่งนึกถึงวงการเทนนิส “ภราดร ศรีชาพันธ์” ได้ติดท็อปเท็นของโลก ซึ่งไม่เคยมีคนไทยที่ไหนเคยทำได้มาก่อน ช่วงนั้นวงการเทนนิสเฟื่องมาก เด็กๆหันแห่มาเล่นกันมาก เพราะมีฮีโร่เกิดขึ้น แต่ผ่านมาถึงบัดนี้ร่วม 10 ปี ยังไม่มีนักเทนนิสคนไหนที่จะมีแววก้าวขึ้นมาเทียบเท่า”ภราดร”ได้ วงการเทนนิสประเทศไทยปัจจุบันเงียบเหงา เป็นเพราะอะไร….เป็นเพราะคนที่รับผิดชอบทั้งหมดไม่ได้หันมาคุยกัน ร่วมมือกันเพื่อจะพัฒน ต่างคนต่างพัฒนา

ผมไม่เชื่อว่าในวงการกอล์ฟจะเป็นเหมือนกีฬาเทนนิส เพราะที่ผ่านมา ผู้ปกครองได้ช่วยตัวเองและเมื่อถึงระดับหนึ่งทางเอกชนที่มีความรักและชอบในกีฬากอล์ฟได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเด็กๆให้ก้าวไปข้างหน้าได้ โดยมีทางหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบทุกภาคส่วนมาช่วยน้อยมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณที่มี
ในทางกลับกันเอาไปทุ่มกับกีฬาและกิจกรรมบางอย่างที่อ้างว่าช่วยในเรื่องของการท่องเที่ยวกีฬาปีหนึ่งๆเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแบบยั่งยืนแทบไม่มีปรากฎเหลือให้ชม

จะบอกว่ากีฬากอล์ฟลอยตัวแล้ว เขาประสบความสำเร็จแล้ว เอาไปช่วยกีฬาอย่างอื่นดีกว่า นี่คือสิ่งที่น่าเสียดายในความคิดเป็นอย่างยิ่ง คิดแบบวิสัยทัศน์ไม่มี
เพราะกีฬากอล์ฟเมื่อสุดท้ายแล้ว ได้เงินคืนกลับในการลงทุนมหาศาล ลองดูว่ามีกีฬาชนิดไหนทำได้แบบกีฬากอล์ฟได้บ้าง กีฬาอื่นลงทุนแล้วต้องการเพียงแค่เหรียญ เพื่อชื่อเสียงของประเทศชาติ แต่กีฬากอล์ฟชื่อเสียงก็ได้ ได้ทุกสัปดาห์ ถ่ายทอดทั่วโลก แถมเงินก็ได้เข้าประเทศอีก

อย่าเพียงแค่คิดว่าเท่านี้กีฬากอล์ฟก็ประสบความสำเร็จแล้ว ทำไมไม่คิดว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ทำไมไม่ช่วยกันคิดและทำให้นักกอล์ฟของไทยเราได้เข้าไปในทัวร์ระดับโลกเพิ่มมากขึ้นให้เป็นหลายสิบคน ให้ไปผลัดกันได้แชมป์ คนไม่ได้แชมป์คนอื่นก็ยังได้เงิน สะสมๆ เข้าปีหนึ่งเป็นพันล้านได้ แถมชื่อเสียงในระดับโลกก็เป็นที่ยอมรับ

การลงทุนก็ไม่ถึงกับมากอะไร เพียงแค่จัดสรรงบประมาณปีละสัก 100 ล้านต่อเนื่องกับการส่งเด็กไปเก็บตัวต่างประเทศเพื่อให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรม อากาศ อาหาร ภาษา ได้เพื่อน ได้คอนเนคชั่น อย่างน้อย 3 ปี ผลัดเปลี่ยนกันไป ใครเข้าทัวร์ได้ก็ไปต่อ ใครไม่ได้ก็กลับมาฝึกต่อด้วยการมีเป้าหมาย และสนับสนุนเพิ่มเงินรางวัลในทัวร์นาเม้นท์ภายในประเทศ เพื่อให้นักกอล์ฟได้อยู่ได้

และที่สำคัญคือ ต้องผลักดันช่วยเหลือสนามกอล์ฟให้หลุดจากการที่ถูกจัดอยู่ในประเภทต้องเสียภาษีสรรพสามิตให้ได้ เพื่อให้สนามกอล์ฟได้ช่วยสนับสนุนเด็กๆ และเยาวชนรุ่นใหม่ๆให้มีโอกาสเข้ามาเล่นกอล์ฟให้มากๆขึ้น

ขอเพียงเท่านี้กีฬากอล์ฟของประเทศไทยก็จะไปไหนต่อไหน อนาคตประเทศไทยอาจจะเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนการฝึกแห่งใหม่ของโลก คนต่างชาติหันมาเรียนมาฝึกในประเทศไทยกันเพิ่มมากขึ้น เงินทองก็ไหลมาสู่ประเทศเพิ่มขึ้นอีก ใครจะไปรู้

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์