สัพเพฯ กอล์ฟ

เรื่องเล่าจาก ทร. (เรือดำน้ำ)

เรื่องเล่าจาก ทร. (เรือดำน้ำ)

ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น นอกจากจะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความเชื่อแล้วในภูมิภาคนี้ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ก็มีมากมายเช่นกัน.. นั่นคงเป็นเพราะภูมิประเทศที่แต่ละกลุ่มนั้นได้ปักหลักสร้างเผ่าพันธุ์นั่นเอง  ในกลุ่มที่เคยเป็นมนุษย์ที่อยู่ป่าอยู่รกในซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีเค้าโครงเดิมให้เห็นอยู่บ้าง จากสารคดีที่พอจะสืบค้นได้นั้นบางกลุ่มเพิ่งจะเลิกตัดหัวคั่วแห้งกันมาเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง…หรือแม้แต่การที่มีรสนิยมบริโภค “พวกเดียวกันเอง” ก็เลิกรากันมาได้ไม่นานเท่าไหร่เลย

แต่ในบรรดาเผ่าพันธุ์ที่พอจะเก่งกล้าอยู่บ้าง ส่วนมากมาเป็นบรรดาผู้ที่อยู่กันแถบชายขอบของภูมิภาคนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ ไล่เรียงกันมาตั้งแต่เมียนมาร์ ไทย เขมร เวียดนาม ล้วนมีผู้ที่เก่งกล้าด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นก็จะเห็นได้ว่า ประเทศที่เคยเป็นผู้นำทางภูมิภาคนี้นอกจากจะมีความปราดเปรื่องของผู้นำทางการศึกสงครามแล้ว อีกข้อที่ต้องทำควบคู่กันไปคือการสร้างรายได้ให้กับประเทศนั่นเอง

ทีนี้เราลองมาดูคำว่า “รายได้” นั้นจะมาจากอะไรถ้าไม่ใช่การค้าขายกับชาติต่างๆที่เข้ามาติดต่อค้าขายด้วย อดีตนั้นการค้าขายกับชาติที่อยู่ในแถบเดียวกันเนี่ยคงเป็นไปได้ยาก เพราะปกติส่วนมากจะเน้นการรบพุ่งกันเสียมากกว่า ส่วนประเทศที่อยู่โพ้นทะเลนั้นก็คงหนีไม่พ้น คนจีน ญี่ปุ่น หรือฝรั่งมังค่าที่มาติดต่อการค้ากับเรา…ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนที่สุดในการค้าขายนั้นคงต้องเป็นรูปแบบ “กองเรือ” ที่มากัน

เมื่อมีกองเรือมีสินค้าสิ่งที่จะหนีไม่พ้นคือบรรดา “โจรสลัด” ไอ้พ้มเองก็ไม่รู้ว่าในช่วงเวลาที่เราเริ่มคิดคำ หรือแปลคำกันนั้น “โจรสลัด” ใครเป็นผู้คิดขึ้นมา เอาเป็นว่าลืมๆไปเสียบ้างก็ได้นะ…! เรามาว่ากันต่อดีกว่านะครับ ในแถบนี้ไม่ว่าจะเป็นทางมหาสมุทรอินเดีย หรือแถบทะเลจีนใต้ ความเลื่องชื่อเรื่อง “การปล้นเรือสินค้า” ไม่แพ้ใครในโลก ดังนั้นในแต่ละน่านน้ำของทุกประเทศจึงต้องมี “กองเรือคุ้มครอง…ป้องกัน” เกิดขึ้น

จากอดีตจนมาถึงยุคปัจจุบันความสำคัญของกองเรือที่ว่านั้นยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นเป็นทวีคูณ จากการใช้เรือดูเรือกันเอง หนักเข้าต้องใช้เครื่องบินคอยจับตาเรือ มันก็พอจะทัดเทียมกัน แต่พอมาระยะหลังความจำเป็นในการดูแลกิจการมันถูกพ่วงโยงไปกับความมั่นคงของกองทัพเข้าไปอีก ถ้าเราไม่มีอะไรที่จะทำให้ใครๆเขาเกรงอกเกรงใจ ในน่านน้ำนี่ก็เท่ากับว่า “เมื่อใดที่เกิดความขัดแย้งกันขึ้น” ปากอ่าวไทยอาจเป็น “นรก” ในยามนั้นก็ได้นะครับ

ลองนึกย้อนกลับไปในอดีต แค่เรือรบฝรั่งมาปิดปากอ่าวเท่านั้น ไทยเราก็จนจากเคยเป็นพี่ใหญ่กลายเป็นเราทำอะไรกันไม่ได้สักนิด ปล่อยให้เขาเอาตรงนั้นเฉือนตรงนี้ไปเป็นว่าเล่น หากสมัยนั้นเรามีอะไรที่พอจะป้องกันตัวเองได้บ้าง เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นนะ… ทีนี้หันกลับมามองปัจจุบันว่าเรามีอะไรที่พอจะเป็นที่อุ่นอกอุ่นใจกับผู้คนได้บ้าง ไล่เรียงไปจะเป็นบก เรือ หรืออากาศ แต่อย่าลืมนะเมื่อไม่นานมานี้เราโดนประเทศเพื่อนบ้านสอยซะเจียนไปเจียนอยู่ ในเรื่องความขัดแย้งในพื้นที่ถึงขนาดต้องเจรจาหย่าศึก แต่ในเชิงลึกว่ากันว่าเราโดนพวกเดียวกันเองชี้เป้าผิดทางก็คงเซ็งกันไป

จากประเทศเพื่อนบ้านขนาดเล็กยังกดเราซะแย่…ถ้าอะไรที่พอฟัดพอเหวี่ยงในขนาดของผู้คน แต่ด้วยอาวุธที่หลากหลายที่เขามีครูไก่ว่าเราลำบากอีกแล้วนะ ความจริงกองทัพเรือของเรานี่เคยเป็นผู้นำทางกองทัพเมื่อครั้งกาลก่อน แต่ด้วยเหตุบ้านการเมืองของเรากันเอง “ทัพเรือ” ก็เป็นอย่างที่เห็น…แล้วทำไมผมถึงได้เขียนถึงเรื่องนี้ นั่นเพราะเรื่องของ “เรือดำน้ำ” ที่ทัพเรืออยากจะมีไว้เป็นเขี้ยวเล็บเพื่อความอุ่นใจในระดับหนึ่ง ลองนึกดูนะวันหนึ่งเราถูกปิดปากอ่าวจะด้วยอะไรก็ช่างจะเข้าก็ยากจะออกก็ลำบากจบครับ…ประเทศไทย

จากปากคำที่ครูไก่ได้พูดคุยกับนายทหารเรือท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันอายุอานามก็ปาไป 75ปีเข้าไปแล้ว นั่นแสดงว่านายทหารท่านนี้เกษียณมากกว่า 15ปีเข้าไปแล้ว แต่เรื่องที่ท่านเล่าให้ฟังนั้นมันมีมาตั้งแต่ปี 2537 ในขณะที่ท่านมียศเพียง “นาวาเอก” แห่งกองทัพเรือ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดหาเรือดำน้ำที่ลากยาวกันมาถึงปัจจุบันคงเป็นระยะเวลากว่า 20ปี ในความพยายามของกองทัพที่จะหา “เรือดำน้ำ” มาคอยปกป้องท้องน้ำไทย…เรื่องมีอยู่ว่า

เมื่อปี 2537 ได้มีคณะของกองทัพเรือ 6นายประกอบไปด้วย พล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช ผบ.ทร.ในขณะนั้น เป็นผู้นำคณะไปดูและศึกษางานเรือดำน้ำ ทั้งอู่ต่อเรือและการปฏิบัติภารกิจในท้องทะเล ท่านเล่าว่าการไปครั้งนั้นคณะเราไปถึง 2ประเทศ นั่นคือสวีเดนและรัสเซีย ทั้งสองประเทศนี้เขามีอู่ต่อเรือดำน้ำที่มีความล้ำหน้าไม่แพ้ที่ใดในโลก แล้วที่สำคัญบรรดาเรือที่ท่านเห็นมันน่าสนใจมากสำหรับบ้านเราเมืองเราครับ…ในตอนหน้าครูไก่จะนำข้อคิดในทุกแง่มุมว่าทำไมเราต้องมี “เรือดำน้ำ” เสียที… แต่อยากจะบอกว่าเกือบจะทุกประเทศในอาเซียนเขามีมานานแล้ว และก็ไม่ใช่ลำเดียวเสียด้วยนะ ขอบอกตอนหน้าห้ามพลาด

ครูไก่ ลำพอง ดวงล้อมจันทร์