สัพเพฯ กอล์ฟ

สิ่งที่เสียไปเราควรได้อะไรกลับมาบ้าง

สิ่งที่เสียไปเราควรได้อะไรกลับมาบ้าง

จากความบอบช้ำของชาวพุทธที่มีต่อศาสนาของประชาชนส่วนใหญ่ที่นับถือกันเล่นเอาบางคนออกมาบอกว่า “เดี๋ยวจะไปอยู่กับที่ยึดเหนี่ยวแบบอื่นแล้ว” หรือในบางกระแสก็สาปส่ง “พระผู้สืบทอดพระศาสนา” กันไปเลย เพราะจากกรณีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งไปประกอบความผิดในเชิงผิดศีลผิดธรรมแบบไม่น่าให้อภัย สุดท้ายผลกระทบก็ตกมาที่ผู้คนตาดำๆ ที่ยืนเซ่อกันเป็นแถวเพราะในบรรดาพระที่สตรีคนนั้นไปยุ่งด้วยไม่ว่าจะได้ตัวกันหรือไม่ก็ตามหลายคนมีชั้นยศระดับสูงแทบทั้งสิ้น จากการตรวจสอบของผู้เกี่ยวข้องตอนนี้ก็ได้สึกกันไปสิบกว่าคนเข้าไปแล้ว ส่วนตัวต้นเหตุก็ต้องโคจรไปนอนคุกก่อนครับ แต่สิ่งที่ครูไก่อยากจะฝากไว้คือ “สิ่งที่เราเสียไปควรมีอะไรดีๆ กลับมาบ้าง” อย่าใช้คำว่า “เรื่องที่ต้องศึกษา” พอกันทีได้แล้วไหมกับคำๆ นี้…

จากเหตุการณ์ดังกล่าวเล่นเอาบรรดาลูกชาวบ้านที่หมู่ผ้าเหลืองและรู้ตัวว่าทำผิดก็หาทางร่อนลงกันแถวๆ ครูไก่เชื่อว่าจากเรื่องราวที่บานปลายถึงขนาดต้องมีพระชั้น, ราช, จ้าวคุณ หรืออื่นๆ ที่เรียกพากันปลดจีวรมาเป็นนุ่งขาวห่มขาวกันเป็นแถว ดังนั้นผมอยากจะบอกว่า “พระยิ่งแก่พรรษาเท่าใดก็ยิ่งเข้าข้างตัวเองมากเท่านั้น” การที่มีคนกราบไหว้ตั้งแต่หัวจดเท้ามันทำให้พระเหล่านั้น “หลงตน” และคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันก็แค่เล็กน้อยแล้วเดี๋ยวก็กลับมา “ปลงอาบัติ” เสียก็จบ…

เมื่อพระต้องการ “ยศ” ต้องการ “ศักดิ์” แน่นอนที่สุดก็ต้องเรียนรู้และศึกษากันนะครับ แต่ขอโทษครูที่มาสอนกลับพฤติกรรมแบบนั้นแอบแฝงอยู่ในตัวตนมันก็เท่ากับว่า “เรากำลังให้โจรสอนนักบุญ” นะครับ เพราะใครที่รู้และปฏิบัติได้ก็ครองความเป็นลูกของ “พระพุทธเจ้า” ได้เสมอต้นเสมอปลาย แต่ใครที่คดในข้อง้อในกระดูกอยู่ก็คงเล็งช่องทางในการทำเลวไว้แล้วแหละ

นี่เห็นผู้ใหญ่ในรัฐบาลเข้าเฝ้าสมเด็จฯ และพระองค์ทรงตรัสให้ใช้นโยบายที่เด็ดขาดทั้งแพ่งและอาญาต่อทั้งสงฆ์และคนที่เข้ามาทำให้ศาสนามัวหมอง… ผมเองก็เห็นว่าเรื่องเช่นนี้ไม่ควรจะมีแต่สงฆ์หรือศาสนาแต่เพียงอย่างเดียวในบรรดากฎหมายที่เรามีอยู่ควรทำแนวทางของ “สมเด็จฯ” มาปรับใช้เข้าบ้างผิดคือผิดไม่ต้องมีลดหย่อนโทษใดๆ กันอีกแล้วบรรดาคนที่เห็นต่างก็ควรสงบปากได้แล้วประชาชนทั่วไปเขาจะได้ทำมาหากินกันได้แบบสบายใจเสียที

ครูไก่