ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ชีวิตเด็กต่างจังหวัดจะได้เปรียบเด็กในเมืองในเรื่องประสบการณ์ ผมเกิดที่ปราจีนบุรี แต่มาโตที่อยุธยา มีกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเยอะ ได้เข้าป่าหาผลไม้ที่ขึ้นเอง อย่าง พุทรา ชำมะเลียง รสหวาน เวลากินทีสีดำติดปากไปนาน เป็นชีวิตที่สนุก ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง

ผมเรียนเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันถึงสามปี เพราะมีพี่สาวคอยสอนหนังสือจนอ่านออกเขียนได้ เข้า ป.1 โดยไม่ต้องผ่านอนุบาล พอขึ้น ป.2 สอบได้เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นก็ได้ข้าม ป.3 ไปเรียน ป.4 ตอนจบ ม.6 อายุแค่ 14 ยังเป็นเด็กชายอยู่เลย

คุณพ่อของผมทำงานสรรพสามิต มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการจับเหล้าเถื่อน บุหรี่เถื่อน จับฝิ่น ส่วนใหญ่ใช้เรือเป็นพาหนะ เราจึงมีทั้งบ้านบนบกและแพ ทำให้ผมใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกับแม่น้ำ ได้ตกกุ้ง ปลูกผัก ครอบครัวเรามีพี่น้อง 8 คน ผมเป็นคนที่ 6 เป็นลูกชายคนเล็ก คุณแม่ต้องทำงานหารายได้มาช่วยครอบครัวด้วยการไปซื้อเสื้อผ้าจากโบ๊เบ๊มาขายในแผง ต่อมาพี่สาวก็สืบทอดกิจการจนใหญ่โตในปัจจุบัน

สมัยเรียนผมชอบทางด้านการเขียนรูป ตอน ม.5 – ม.6 มีอาจารย์จากเพาะช่างมาสอนที่โรงเรียน ทำให้รู้สึกชอบทางนี้มากเป็นพิเศษ แล้วผมเองก็ตัวเล็ก จะให้ไปเรียนช่างกลรู้สึกไม่ชอบ อยากเรียนทางด้านครูด้วย ซึ่งที่เพาะช่างก็มีสอนวิชาครู อยู่ปี 3 ได้ไปฝึกสอนที่โยธินบูรณะ พอปี 5 ไปฝึกสอนที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา

ระหว่างเรียน ผมทำงานพิเศษไปด้วย รับวาดภาพให้กับร้านอาหารที่พัทยา เสาร์อาทิตย์เจ้าของร้านขับรถมารับไปพร้อมกับเพื่อนๆ เสร็จงานก็ขับมาส่ง รายได้ถือว่าค่อนข้างดี เมื่อหาเงินเองได้ เลยมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ทำให้พอมีพอใช้ เก็บเงินไปซื้อกางเกงยีนส์แพงๆ ไว้ใส่ เพราะผมชอบของแพง ยอมอดนิดหน่อย แต่ก็ถูกใจเรา

ช่วงจบปี 3 พวกเราไปสมัครเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ผมติดสำรอง เลยกลับมาเรียนต่อที่เพาะช่าง ซึ่งจริงๆ แล้วต่อมาเขาก็เรียกสำรองให้ไปเรียนด้วย แต่ผมต้องเรียนไปด้วยทำงานด้วย เลยเรียนที่เพาะช่างจนจบ แล้วก็ไปสอนที่โรงเรียนของเพื่อนอยู่ปีนึง ก่อนจะมาทำงานที่สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ออกแบบหนังสือเรียน และนิตยสาร ผมมีหน้าที่ทำดัมมี่ ทำภาพประกอบ หนึ่งเพื่อนที่ร่วมรุ่นที่ทำงานด้วยกันคือ คุณชูเกียรติ อุทกะพันธ์ ซึ่งต่อมาก็คือเจ้าของอมรินทร์พริ้นติ้ง แต่ผมออกมาทำหนังสือกรังด์ปรีซ์ก่อน

ระหว่างทำงานที่ไทยวัฒนาฯ ผมซื้อมอเตอร์ไซด์เพื่อขับไปทำงานอีกแห่งในตอนค่ำให้ทัน เริ่มงานสองทุ่มจนถึงเที่ยงคืน ได้ค่าแรงเยอะกว่าเงินเดือนอีก ทำหน้าที่เขียนสไลด์ เขียนภาพประกอบ ให้กับหน่วยงาน ยูซอม เพื่อส่งไปเป็นอุปกรณ์การสอนให้ชาวเขา ทำให้มีความรู้เรื่องการผลิตหนังสือ และมีครั้งหนึ่งได้ไปดูงานแข่งขันมอเตอร์ไซด์ที่ตาคลี นครสรรค์ พอจัดงานแข่งเสร็จมีการจัดงานบอลเพื่อแจกรางวัล ผมได้ทำสูจิบัตรแจกในงาน ชื่อ มอเตอร์ไซด์บอล มีเนื้อหาเป็นข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่ง นั่นคือจุดเริ่มกำเนิดของหนังสือ สปอร์ตสปีดเวิลด์ ในตอนนั้น ซึ่งผมทำกับเพื่อน จนเจ้าของไปเรียนต่างประเทศ พอกลับมาก็คืนเขาไป แล้วผมก็มาเปิด หนังสือ กรังด์ปรีซ์ ซึ่งได้ชื่อมาจากภาพยนต์แข่งรถในยุคนั้น และยังเป็นชื่อที่สื่อความหมายว่าเกี่ยวกับรถยนต์ได้อย่างชัดเจน

ตอนอยู่หนังสือสปอร์ตสปีดเวิลด์ ผมซื้อรถยนต์คันแรกยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า ตอนนั้นเริ่มมีข่าวรถยนต์และแข่งแรลลี่ ซึ่งเดิมทีมีแค่ข่าวมอเตอร์ไซด์อย่างเดียว หนังสือรถยนต์ยังต้องแปลจากของต่างประเทศ รถที่ผมใช้ทำข่าว ใช้ส่งหนังสือ ก็ไว้ใช้แข่งด้วย ผมลงแข่งแรลลี่ เริ่มขับจากเวียงจันทร์ ลาว ขับมาไทย มาเลเซีย จบที่ สิงค์โปร์ เป็นการเปิดเส้นทางสายใหม่ของอาเซี่ยน เรียกว่าเอเซี่ยนไฮเวย์แรลลี่ ใช้เวลาขับ 2 วัน 1 คืน ผลัดกันขับกับเพื่อน ส่วนใหญ่ผมจะเป็นเนวิเกเตอร์ เราชนะที่หนึ่งในรุ่น 1,100 – 1,300 ซี.ซี. เป็นอันดับสองโอเวอร์ออล จากรถทั้งหมด 178 คัน และได้ ทีมที่หนึ่ง รับทั้งหมดรวม 3 รางวัล สมัยนั้นรับเงินรางวัลมา 4,000 เหรียญ ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร แต่ก็เลี้ยงกันคืนเดียวหมด (หัวเราะ)

ผมเป็นคนรับผิดชอบ งานที่สำเร็จได้ก็เพราะเรื่องนี้ คนไม่ประสบความสำเร็จก็เพราะไม่รับผิดชอบในงานที่ตัวเองทำอยู่ ผลัดวันประกันพรุ่ง ฉะนั้น งานที่ผมรับมา จะต้องทำให้ได้ดีที่สุด จนเริ่มติดเป็นนิสัย และความเชื่อมั่นในตัวเองว่าทำได้

คนที่ประสบความสำเร็จ ต้องมีใจให้กับงานที่ทำ เพราะทุกงานย่อมมีปัญหา คนแก้ปัญหาได้ต้องมีใจผูกพันกับสิ่งนั้น เปรียบเทียบเหมือนกับการจีบผู้หญิง ที่เราต้องไปหมั่นนั่งเฝ้า คอยดูแล ตามรับตามส่ง งานก็เช่นกัน ถ้าเอาใจไปผูกพันอยู่ก็จะประสบความสำเร็จ คนล้มเหลวคือไม่ได้เอาใจไปผูกพันด้วย

เมื่อผมทำงานไปก็เห็นความสำเร็จไปด้วย เพราะใจมันผูกพัน ได้เห็นตัวอย่าง ผมอ่านหนังสือเยอะ หนังสือเป็นตัวกำหนดชีวิตผม ผมเป็นคนแรกในประเทศไทยที่ทำหนังสือรถ เป็นคนแรกที่ทำสนามแข่งรถ เป็นคนแรกที่จัดงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งในต่างประเทศนั้นเขาทำกันล่วงหน้าไปก่อนเราร่วมยี่สิบปีแล้ว เราได้เห็นจากการเดินทางไปดู เห็นจากข่าว จากการอ่านหนังสือ แต่คนไทยไม่มีใครกล้าทำ เพราะไม่มีใครรู้จริง

สมัยก่อนต่างประเทศยังไม่มีสนามแข่งรถ เขาก็เริ่มจากอาศัยการจัดตามสนามบิน ผมก็เริ่มจากการจัดแข่งในสนามบินตามเขาบ้าง แล้วค่อยๆ เติบโตขึ้นมา จนเริ่มมีคนสนใจเข้ามาร่วมลงทุน หลายคนอาจจะเคยอ่าน แต่ไม่กล้าทำ เพราะไม่มีประสบการณ์ หรืออ่านแล้วงงๆ เพราะไม่เคยได้เริ่ม แต่ผมเริ่มตั้งแต่ต้น ทำให้รู้ทุกกระบวนการ ตั้งแต่แข่งเอง เป็นโปรโมเตอร์ ทำสนาม เป็นผู้จัดการการแข่งขัน เราเองทั้งนั้น พอประสบการณ์แก่กล้าขึ้น ความมั่นใจก็ตามมา เหมือนกับการเดินทางไปต่างประเทศคนเดียว ครั้งแรกย่อมเต็มไปด้วยความวิตกกังวล กลัวไปหมดทุกเรื่อง แต่พอผ่านครั้งแรกไปได้ ครั้งต่อๆ มาสบาย ผมไม่กลัวเพราะได้อ่าน เหมือนมีลายแทงอยู่ในมือแล้ว ที่เหลือคือเอาใจเข้าไปใส่เท่านั้นเอง

ผมเป็นคนแก้ปัญหาเก่ง ปัญหาเกิดขึ้นมาแล้วต้องแก้ ปัญหาเกิดจากคน คนก็ต้องแก้ เกิดจากธรรมชาติ คนก็ต้องแก้ มันแก้ได้หมด ถ้าแก้ไม่ได้ความเจริญก็ไม่มี คนที่เดินถอยหลังหลบปัญหา ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ผมเดินชนแก้ปัญหาทุกเรื่อง พอยิ่งแก้ไปภาวะความเป็นผู้นำก็จะยิ่งมากขึ้น มีความแก่กล้าที่จะไม่กลัวปัญหา คนเราพอไม่กลัวทุกสิ่งทุกอย่างก็จบ ไม่ใช่ฝนตก แดดออก ก็ไม่ออกไปไหน เขามีร่มให้ใช้กางกันแดดกันฝน เราไม่เอาธรรมชาติมาเป็นปัญหา ไม่เอาคนมาเป็นปัญหา เพราะคนมีปัญหาทั้งนั้น

การแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นการฝึก ขนาด ช้าง ม้า วัว ควาย พูดคุยกันไม่รู้เรื่องเรายังฝึกได้ คนเราคุยกันรู้เรื่องก็ต้องได้รับการฝึก ผมขับแรลลี่ได้ทั้งวันทั้งคืน ผมก็ต้องฝึกอดนอน ทุกอย่างต้องฝึก ที่คุณเห็นนักกีฬาเก่งๆ เห็นโปรเล่นแต่ละช็อต ทำอะไรก็ดูง่ายไปหมด นั่นคือภาพลวงตา เพราะกว่าเขาจะทำทุกอย่างให้ดูเป็นเรื่องง่ายนั้น ต้องซ้อมกันมาเท่าไหร่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมองดูตัวเอง ดูสิ่งที่เราทำอยู่ ทุกอย่างมีปัญหา ถ้าขจัดปัญหาได้เราคือผู้ชนะ

ผมทำสนามกอล์ฟตอนอายุ 68 ต้องไปเฝ้า ไม่งั้นไม่สำเร็จ อุปสรรคมันมีอยู่เสมอ แต่ยังแพ้ใจเรา บางคนเจออุปสรรคแล้วหนี งานหนักนิดหน่อยก็ไม่เอาแล้ว ตอนเริ่มทำทุกคนพูดเลยว่า ผมจะลำบากตอนแก่ แต่ผมก็ทำเพราะตัดสินใจไปแล้วใครก็ห้ามไม่ได้ ใช้เวลา 3 ปี เสร็จสมบูรณ์ สวยงาม จนมีนักเขียนฝรั่งบอกไว้ว่า ถ้ามาเมืองไทย สนามกรังด์ปรีซ์ คือหนึ่งในสิบที่คุณต้องมาเล่น ปากต่อปากคือสิ่งสำคัญ ถ้ามาแล้วเราไม่ดีจริง เขาก็จะไม่มาอีก ทุกอย่างเราจึงต้องทำให้ดี

สนามกรังด์ปรีซ์โชคดีที่มีสภาพพื้นที่เดิมสวยอยู่แล้วเป็นทุน เรามีหน้าที่มาเจียระไนให้สมบูรณ์ การเป็นเหมืองพลอยเก่าทำให้ต้นไม้บางชนิดเท่านั้นที่ขึ้นได้ดี เช่น อินทผาลัม มะขามเทศ สะเดา มะม่วงหิมพานต์ ไผ่ ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสนาม เราจึงใช้อินทผาลัมค่อนข้างเยอะ เพราะได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งสวยงาม ไม่บังทัศนวิสัย หรือต้นหูกระจงบ้างในบางพื้นที่ หรือต้นสาละ และยังมีต้นไม้ชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่ผลัดกันออกดอกให้ชมกันทั้งปี สนามนี้ผมก็ออกแบบเอง ร่วมกับคุณประหยัด ชินราช ที่เขามีประสบการณ์ทางด้านนี้เยอะ ผมเคยไปดูสนามกอล์ฟต่างประเทศ แล้วซื้อหนังสือสนามสวยๆ มาเก็บไว้ล่วงหน้านานแล้ว โดยไม่คิดว่าสักวันจะได้นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง

ผมเป็นลูกศิษย์กอล์ฟของโปรทิม ทัพพวิบูลย์ ครูกอล์ฟคนแรกของประเทศไทย เรียนกันที่ทุ่งมหาเมฆ แต่ผมไม่ค่อยถนัดในเรื่องกีฬาเท่าไหร่นัก เรียนเพราะอยากรู้จัก สนุกสนานไปกับเพื่อนๆ การฝึกฝนของผมจึงแย่มาก ถ้าอยู่กับโปรก็จะต้องหัดให้ซ้อมแบกถาดอยู่สามเดือนถึงจะพาออกรอบ แต่ผมเรียนได้แค่ไม่กี่อาทิตย์ก็หนีไปเล่นเอง เพราะอยากเล่นเร็วๆ ขณะที่คนอื่นไดร์ฟกัน ผมต้องมาฝึกแบกถาดๆ บิดไปบิดมา ตีลม คนข้างๆ ก็ตียั่วเราเหลือเกิน เราหยิบเหล็กสั้นมาตีครึ่งวง เขาก็หวดหัวไม้เปรี้ยงๆ เลยทำให้อดใจไม่ไหว ไม่ได้ดั่งใจ จนต้องหนีไปออกรอบ วันที่ไปก็บังเอิญว่าโปรทิมพาลูกศิษย์ไปออกรอบด้วยพอดีแล้วเห็นผม ท่านก็บอกว่า พวกคุณวงจะไม่ดี เพราะยังไม่ได้ฝึกแต่หนีมาออกรอบก่อน ตั้งแต่นั้นผมก็ไม่ได้ไปเรียนอีกเลย เล่นกันเองตลอด แล้ววงก็ไม่ดีจริงๆ อย่างที่โปรว่าไว้

ผมไม่ยึดติดกับกอล์ฟ เพราะต้องทำงาน เวลาที่ใช้ไปเล่นกอล์ฟ ถ้าไม่คุ้มค่า ผมก็ไม่ไป, กอล์ฟเป็นเรื่องรองจากงาน ถ้าจะไปเล่น ผมก็ต้องเตรียมเงินไปจ่ายให้ครบทุกหลุม ต้องทำใจ เพราะเราไม่เคยซ้อม ไม่เคยเข้าสนามไดร์ฟ ถ้าเหลือกลับมาบ้างต้องถือว่าผมเล่นได้ แล้วก็ไม่เคยต้องจ่ายทุกหลุม เหลือกลับมาทุกที

ผมทำมอเตอร์โชว์ เห็นว่าทุกบริษัทรถเล่นกอล์ฟ เลยอยากทำสนามกอล์ฟ เอาพันธมิตรมาเล่นกอล์ฟที่นี่ แต่สนามต่างจังหวัดอยู่รอดลำบาก ก็ต้องหาสปอนเซอร์เข้ามาช่วย โดยขายทีละหลุม แต่ละหลุมจะเลือกว่าบริษัทไหนเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการตกแต่งสนามให้สวยงามกลมกลืนไปกับสภาพพื้นที่อีกด้วย

นอกจากเรื่องกอล์ฟแล้วในโครงการยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งพืชพรรณต่างๆ ทั้งสวยงาม และกินได้ เรายังได้ทำสวนเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวความคิดของในหลวง ร.9 ปลูกผักไร้สาร ทำอุโมงค์ผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ทำผักออร์แกนิค ส่งคลับเฮ้าส์และขายให้คนซื้อกลับบ้าน มีขายที่ร้านกาแฟด้วย และพื้นที่ด้านหน้ามีน้ำอยู่หลายสิบไร่ ก็จะทำเป็นแพอาหาร ให้ชาวบ้านไปนั่งทานกัน เอาผัก ปลา ไข่ไก่ หมู ส่งไปขายที่นั่น ทำเป็นตัวอย่างให้เห็น และตรงนั้นยังเป็นศูนย์สัมนา เชิญวิทยากรมาให้ความรู้เรื่องไร่นาสวนผสม ในโครงการยังมีศูนย์ฝึกการขับรถยนต์ทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ก็อยู่ในนั้นด้วย ต่อไปก็จะเปิดเป็นสนามแข่งออฟโรด ปีหนึ่งจัด 3-4 ครั้ง ส่วนปลายปีก็จะจัดคอนเสิร์ต รับผู้ชมแค่พันคนพอ ไม่เอาคนเยอะ เลิกแค่เที่ยงคืน เตรียมปรับที่เตรียมความพร้อมไว้แล้ว

อย่าอิจฉาว่าทำไมคนนั้นรวยคนนี้รวย ต้องถามว่าคุณทำงานเท่าเขาหรือเปล่า ผมทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด แต่ละวันทำ 18 ชั่วโมง นอนแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับผมเพียงพอแล้ว ผมมีสูตรที่ได้มาจากบริษัท IBM นั่นคือ เขาจะให้ทุกคนจดบันทึกรายละเอียดว่า ในระหว่างทำงานทั้งวัน ทุกครึ่งชั่วโมงคุณทำอะไร โดยห้ามโกหกตัวเอง เมื่อจดไปสักพักคุณก็จะตกใจว่า ในแต่ละวันนั้น เวลาที่สูญเสียไปเปล่าๆ มีเยอะมาก เหลือเวลาที่ทำงานจริงๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น คุณทิ้งชีวิต ทิ้งอนาคตไปกับเวลาเหล่านี้ ซึ่งผมไม่เคยทิ้ง

ถ้าถามว่าแล้วผมไม่เหนื่อยกับการทำงานหนักหรือ? ผมก็ต้องถามกลับไปว่า แล้วสิ่งที่คุณทำ คุณสนุกกับมันรึเปล่า? ผมอยู่ได้เพราะสนุกกับสิ่งที่ทำ ผมเคยกลับมาจากยุโรปถึงสนามบินตอนหกโมงเช้า แปดโมงถึงบ้าน สิบโมงครึ่งขึ้นรถออกไปสนามกอล์ฟ จนภรรยาถามว่า ทำยังกับมีเมียน้อยอยู่ที่นั่น (หัวเราะ) ที่ผมต้องรีบไปก็เพราะ ห่วง ทั้งสนาม ต้นไม้ งานที่สั่งไว้ ความสวยงามต่างๆ ถ้าเอาใจไปใส่ไว้แล้ว คุณไม่เหนื่อยหรอก

ทุกคนมีความฝัน ถ้ามีความฝันจะทำงานไปได้เรื่อยๆ ผมก็ฝันว่าจะทำโครงการสนามกรังด์ปรีซ์ให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ทำให้เป็นสวนสวยๆ สำหรับทุกคน ทุกคนไม่อาจจะไม่มีสวนแบบนี้ที่บ้าน เราก็จะทำให้เขา ได้บุญได้กุศล ได้ความสนุก เป็นสุขใจอีกด้วย

สิ่งที่ผมทำทั้งหมด อยากจะทำให้เศรษฐี คนมีตังค์ ได้เห็นกันว่า ความสุขของผมไม่อยู่ที่การมีทรัพย์สมบัติเยอะแยะมากมาย แต่อยู่ที่ เมื่อทำไปแล้ว ใครจะมาร่วมมีความสุข ร่วมชื่นชมไปกับเรา เขาเจอหน้าเราเข้ามาทักทาย แค่ชมว่าสวนเราสวย สนามกอล์ฟเราสวย นั่นแหล่ะความสุขของผมครับ