Masters at Augusta โรงละครใหญ่ของกีฬากอล์ฟ
Masters at Augusta โรงละครใหญ่ของกีฬากอล์ฟ
รายการแข่งขันกอล์ฟอาชีพของผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ 1 ใน 4 ของโลก ของทุกปี ที่เรียกว่า เมเจอร์ รายการแรกของปีคือ มาสเตอร์ ที่แข่งในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนของทุกปี
เป็นรายการการแข่งขันที่มีมาอย่างยาวนานเกิน 80 ปี ที่ใช้สนามเดิมมาตลอดคือ Augusta National Golf Club ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเรียกได้ว่าเป็นตำนาน มีเอกลักษณ์มากมายเกินที่จะกล่าวได้หมดในครั้งนี้
เป็นรายการการแข่งขันที่มีถ้วยรางวัลเป็นรูปคลับเฮ้าส์ของสนาม และมีจุดเด่นคือ ผู้ชนะจะได้สวมแจ็คเก็ตสีเขียวจากแชมป์คนก่อน
เป็นรายการการแข่งขันที่นักกอล์ฟอาชีพชายฝันที่จะได้แชมป์รายการนี้สักครั้งในชีวิต แต่ก็ไม่ง่าย
ณ รายการแข่งขันนี้ ณ สนามแห่งนี้ ทุกปีเกิดดราม่าทุกครั้งให้เป็นที่เล่าขาน ผลการแข่งขันไม่สามารถคาดเดาได้ว่าใครจะเป็นแชมป์ เปรียบเหมือน ละคอนเรื่องหนึ่งที่ถูกเขียนบทไว้จากใครก็ไม่รู้ ที่มักจะหักมุมออกมาแบบนึกไม่ถึงแทบทุกครั้ง
ปี 2025 เป็นอีกปีหนึ่งที่มีดราม่าเกิดขึ้นการผู้ชนะ แต่เป็นดราม่าที่จบในลักษณะแฮปปี้เอนดิ้งกับพระเอกของเรื่อง
ผู้ชนะที่เป็นพระเอกในปีนี้คือ รอรี่ แมค็อิลรอย นักกอล์ฟวัย 35 จากไอแลนด์เหนือ
ผลของการชนะครั้งนี้ส่งผลให้เขาเป็นนักกอล์ฟคนที่ 6 ของโลก ที่ทำแกรนด์สแลมได้ หรือทำแชมป์ครบในรายการเมเจอร์ 4 รายการครบ(มาสเตอร์สอง, พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ, ยูเอส โอเพ่น และ ดิโอเพ่น) ซึ่ง 5 คนแรกที่ทำสำเร็จ ได้แก่ จีน ซาราเซ็น (1935), เบน โฮแกน (1953), แกรี่ เพลเยอร์ (1965), แจ็ค นิคลอส (1966) และไทเกอร์ วูดส์ (2000)
รอรี่ เป็นนักกอล์ฟที่โดดเด่นมาตั้งแต่เป็นเยาวชน เทิร์นโปรตั้งแต่อายุยังน้อย
ในวัย 25 ปี แม็คอิลรอย ประสบความสำเร็จอย่างมาก กับการเป็นแชมป์เมเจอร์ 4 รายการ ได้แก่ แชมป์ ยูเอส โอเพ่น (2011), พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ (2012), พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ (2014) และ ดิโอเพ่น (2014)
ผ่านมา 11 ปี รอรี่ ไม่เคยสัมผัสแชมป์เมเจอร์แต่อย่างใด โดยเฉพาะรายการ มาสเตอร์ส ที่ใฝ่ฝัน
ปี 2011 เป็นปีที่เกิดดราม่ากับรอรี่ เป็นเรื่องเล่ามาถึงทุกวันนี้ จบ 3 วัน รอรี่เป็นผู้นำที่ 12 อันเดอร์พาร์ ทิ้งห่างอันดับสองถึง 4 สโตรค แต่สุดท้าย 4 วัน รอรี่ จบห่างแชมป์ถึง 10 สโตรค นับเป็นการเล่นที่น่าประหลาดใจสุดๆ จนถูกเรียกว่าเป็นเหตการณ์ “Meltdown” หรือ ”ล่มสลาย“
ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา เป็นสิ่งที่หลอนทุกครั้งกับลงเล่นรายการ มาสเตอร์ส ทั้งๆที่ทุกครั้ง เขาทำการบ้านอย่างละเอียด เตรียมตัวดีทุกครั้ง ศึกษาทุกหลุม ย้อนดูเทบการแข่งขันซ้ำแล้วซ้ำอีก รู้ทั้งรู้ว่าทุกวัน ทุกปีเขาจะเจาะหลุมตรงไหนไม่เคยเปลี่ยน จะต้องตีวางตัวอย่างไร ลูกจะไหลอย่างไรบนกรีน แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นเหมือนเดิม และที่หนักคือบางปีไม่ผ่านการตัดตัว
มีคนพูดว่า นักกอล์ฟบางคนไม่มีดวงสมพงศ์กับสนามออกัสต้า ถึงแม้จะเป็นนักกอล์ฟที่มีฝีมือปานใด อาทิเช่น เออร์นี่ เอลส์ และเกรก นอร์แมน ไม่มีทางได้แชมป์สนามนี้ ทำให้ รอรี่ คิดว่าแบบท้อแท้ว่า เขาก็จะเป็นหนึ่งในนั้นไหม
สำหรับปีนี้ เรามาโฟกัสที่ รอรี่ ที่เป็นแชมป์คนเดียว แต่สำหรับนักกอล์ฟคนอื่นๆ ที่หมายมั่นปั้นมือไคว่คว้าหาแชมป์รายการนี้ไม่แพ้ รอรี่ อาทิ เช่น จัสติน โรส ที่พลาดท่าในการเล่นเพลย์ออฟกับรอรี่ ที่ขึ้นนำในวันแรก และทำ 6 อันเดอร์ในวันสุดท้าย จบที่ 11 อันเดอร์ เป็นผู้ที่ทำคะแนนรอที่คลับเฮาส์ และรอรี่ ที่เป็นผู้นำอยู่ที่ 12 อันเดอร์เมื่อจบหลุม 17 และออกโบกี้หลุม 18 จบ 11 อันเดอร์เท่ากัน
ไบรซัน ดิแชมโบ เป็นอีกหนึ่งนักกอล์ฟที่ชื่นชอบแมคคานิคสุดๆ ที่เตรียมตัวและตั้งใจอย่างมากกับรายการนี้ ถึงแม้วันสุดท้ายจะมีสกอร์ตามหลังรอรี่แค่ 2 สโตรค แต่สุดท้ายตัวเองจบสกอร์ในวันสุดท้ายไป บวก 3 เหลือสกอร์ 7 อันเดอร์ หล่นไปอยู่ที่ 5 ร่วม ผจญกับอาการของเมลทัลเกม ผิดหวังไปอีกครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ รอรี่ แม็คอิลรอย ในปี 2025 เป็นพิเศษคือ ปรากฎการณ์ “แม็ค-แพ็ค” นั่นคือทีมงานที่พร้อมเพรียงแข็งแกร่งของเขา นอกจาก “แฮร์รี่ ไดมอนด์” แคดดี้คู่ใจ, ไมเคิล แบบนอน โค้ชสวิงที่ทำงานร่วมกับรอรี่มา 13 ปี, แบรด แฟกซัน โค้ชพัตต์, ฌอน โอฟลาเฮิร์ตตี้ เอเยนต์ส่วนตัว, เอริก้า สโตลล์ ภรรยาและลูกสาววัย 4 ขวบ ชื่อป๊อปปี้ แล้ว ยังมี ดร.บ๊อบ โรเทลล่า มาร่วมทำงานแบบฟูลไทม์กับเขาตลอดทัวร์นาเม้นท์
ซึ่งความเป็นจริงแล้ว บ๊อบ ก็ไม่ใช่เพิ่มมาเริ่มทำงานกับ รอรี่ ครั้งนี้ ได้ทำงานร่วมกันมานานแล้ว ได้ให้ข้อคิดกับรอรี่ หลายๆ ประเด็น อาทิเช่น “นักกอล์ฟมักจำช็อตที่ดีที่สุดที่เคยตีในหลุมนั้นๆ เมื่อไรกลับมาตีหลุมนั้นอีกก็จะนึกถึงช็อตที่ดีมีความมั่นใจว่าจะทำให้ได้เหมือนเดิมอีก แต่จากสถิติ นักกอล์ฟไม่สามารถตีได้ดีเหมือนช็อตที่ดีที่สุดที่ตัวเองเคยตีได้”
บ๊อบ สรุปว่า “ถ้าจะประสบความสำเร็จจริงๆ จะต้องจดจำช็อตที่ผิดพลาดไว้ และลืมช็อตที่สวยที่สุดไปซะ”
เอาละสิ มันย้อนแย้งจากสิ่งที่เคยรับรู้มาตลอดว่า เราควรอยู่กับช็อตดีๆ นึกถึงช็อตดีๆ
ซึ่งสิ่งนี้ นักจิตวิทยา ใกล้ตัวผม (ดร.จ๋า) อธิบายว่า สิ่งนี้อาจไม่เหมาะกับนักกอล์ฟมือใหม่ เพราะนักกอล์ฟที่ยังอยู่ในขั้นต้นจนถึงขั้นกลาง ยังอยู่ระหว่างการฝึกฝนทักษะ ซึ่งการเล่นยังไม่มีความแน่นอนในการเล่นช๊อตต่างๆ การมุ่งเน้นภาพจำช็อตดีๆ จึงมีความจำเป็น แต่หากเป็นนักกอล์ฟมือดี ควบคุมทักษะการเล่นได้อย่างแม่นยำเป็นอัตโนมัติ การใช้เทคนิคเผชิญกับปัญหาเป็นอีกวิธีการที่สามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาไม่ได้จบเพียงการจดจำช๊อตที่แย่ แต่ต้องไปจบที่กระบวนการแก้ไขอย่างไร เพื่อสร้างเส้นทางความคิดใหม่ นั่นเอง
และ ดร.บ็อบ ยังบอกอีกว่า “อย่าหลงระเริงกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นจนเกินไป ครั้งหนึ่งในหลุมพาร์ 5 อาจจะตี 2 ออน ได้อีเกิ้ล แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะทำได้ทุกครั้ง ต้องขึ้นอยู่กับสถานะการณ์ เตรียมความพร้อมของตัวเองให้ดี”
ครั้งนี้ รอรี่ จึงถึงพร้อมทุกอย่าง ร่างกาย จิตใจ ทีมงาน รู้สึกความตึงเครียดจะลดน้อยลง ใจสงบมากกว่าเดิม แต่ความฝันที่จะคว้าชัยชนะยังคงอยู่ในใจ แต่เขาพยายามยกเอาความกดดัน และความคาดหวังของตัวเองและคนอื่นออก ทำใจให้สบายๆ เล่นแบบวันต่อวัน
มันเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายสำหรับ รอรี่ กับคนอายุ 35 ท่ามกลางนักกอล์ฟที่เก่งๆ ของโลก กับความพยายามที่สนามแห่งนี้มาแล้ว 17 ปี ถึงแม้ก่อนหน้านี้มาเพิ่งจะชนะรายการเดอะเพลย์เยอส์ มา แต่ความมั่นใจของเขาก็หดหายไปเมื่อมาสนามออกัสต้าแห่งนี้
กับสกอร์วันแรกอีเวนท์พาร์ ตามผู้นำ 7 สโตรค อยู่อันดับ 27 ถ้าเป็นคนอื่นก็ดูว่า ปีนี้คงไม่ใช่ปีของเขาแน่นอน แต่ในวันที่สองเขาทำได้ 6 อันเดอร์ ตามผู้นำอย่างจัสติน โรส เพียง 2 สโตรค และวันที่สามทำได้อีก 6 อันเดอร์ ขึ้นมาเป็นผู้นำที่ 12 อันเดอร์ เท่ากับปี 2011 ที่เคยเกิด Meltdown กับเขา
เมื่อการเล่นวันที่สี่มาถึง แนวโน้ม คล้ายปี 2011 เริ่มจะเกิดขึ้น กับการทำดับเบิ้ลที่หลุมแรก และทำได้ดีสลับกับเสียเรื่อยๆมา ซึ่ง รอรี่ กล่าวว่า ”ผมเตรียมพร้อมกับเรื่องแบบนี้ไว้แล้ว ผมคิดมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าถ้าเจอปัญหาที่เข้ามา ผมจะรับมือกับมันอย่างไร ผมภูมิใจมากที่เอาตัวรอดมาได้“
อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น รายการนี้ สนามแห่งนี้มันมีดราม่าเกิดขึ้นเสมอ คนดู ผู้บรรยาย ก็จะพูดว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดซ้ำรอยกับปี 2011 อีกไหม หลายคนที่เชียร์ก็รู้สึกใจหายใจคว่ำในการหลุดจากพาร์ในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะตอนออกดับเบิ้ลที่พาร์ 5 หลุม 13 สกอร์ร่วงไปเหลือ 11 อันเดอร์ และมาออกโบกี้ที่หลุม 14 เหลือ 10 อันเดอร์ แต่ต่อมาที่หลุม 15 และ 17 มาทำเบอร์ดี้ได้ สกอร์อยู่ที่ 12 อันเดอร์ ทำให้แฟนคลับโล่งใจ แค่ทำพาร์หลุม 18 ก็จะชนะอย่างแน่นอน
แต่ละคอนก็ยังไม่จบง่ายๆ ด้วยช็อต 2 จากกลางแฟร์เวย์ตำแหน่งดี ระยะประมาณ 124 หลา เล็งขวาของกรีนเพื่อให้ลูกตกแล้วไหลลงกลับมาที่หลุมตามที่วางแผนไว้ แต่ด้วยพื้นหน้าต่ำ เล็งเผื่อไม่พอทำให้ลูกพุชไปตกทราย ระเบิดทรายลูกห่างจากหลุม 5 ฟุต แต่พัตต์ไม่ลงออกโบกี้หลุม 18 ทำให้สกอร์เหลือ 11 อันเดอร์เท่ากับจัสติน โรส ที่จบไปก่อนหน้านี้ และต้องออกเพลย์ออฟ ทำให้แฟนคลับรู้สึกและกลัวสิ่งที่เกิดขึ้นว่าจะทำให้ รอรี่ พลาดแชมป์ที่รอคอยอีกครั้ง
…แต่ผู้กำกับบทใจดี ทำให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง คือทำให้พระเอกกลับมาพัตเบอร์ดี้ลงเป็นผู้ชนะไปในการเพลย์ออฟหลุมแรกไป
แล้วก็ทำให้ฝันของ รอรี่ แม็คอิลรอย เป็นจริง คว้ากรีนแจ็คเก็ตไป พร้อมกับเงินรางวัล 4.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และตำแหน่งเจ้าของแกรนด์สแลมคนที่ 6
ยินดีด้วยกับ คนที่มีความฝัน มีความพยายาม ไม่ย่อท้อ สู้ไม่ถอย ทำงานหนัก จริงจัง มีวินัย ทุ่มเท และเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ล้มเลิกในความฝัน
โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์

