‘แม็คอิลรอย’ คนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ทำแคเรียแกรนด์สแลม
‘แม็คอิลรอย’ คนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ทำแคเรียแกรนด์สแลม
รอรี แม็คอิลรอย นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือจบการรอคอยอันยาวนานกับตำแหน่งแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส หลังพัตต์เบอร์ดี้ลงไปที่หลุมแรกของการซัดเดนเดธเพลย์ออฟ เฉือนชนะ จัสติน โรส จากอังกฤษ หลังจบ 72 หลุม 11 อันเดอร์พาร์ 277 เท่ากัน ในการแข่งขันที่ ออกัสตา เนชันแนล กอล์ฟคลับ ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา
หลังพัตต์เซฟพาร์ระยะ 5 ฟุตพลาดบนกรีนหลุม 18 ทำให้ต้องมาดวลซัดเดนเดธเพลย์ออฟ แต่ แม็คอิลรอย ไม่ยอมให้โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดอีกครั้งต้องหลุดมือไปด้วยการกลับมาเล่นที่หลุมเดิมอีกครั้งพร้อมกับช็อตแอพโพรชที่ขึ้นไปออนห่างธงเพียง 2 ฟุต
แม็คอิลรอย ไม่ยอมพลาดเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 2 ฟุต หลังลูกหยดลงหลุมหนุ่มจากไอร์แลนด์เหนือชูสองมือขึ้นฝา ขณะที่พัตเตอร์ในมือหล่นไปอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะลงไปคลุกเข่าก้มหนาลงไปอย่างตื่นตันใจกับชัยชนะที่ทำให้เขาสร้างประวัติศาตร์ให้กับตนเองด้วยการทำแคเรียแกรนด์สแลมสำเร็จ
แม็คอิลรอย สวมกอดกับ เอริกา ภรรยา และ ป็อปปี ลูกสาว พร้อมกับเสียงเชียร์ “รอรี รอรี” จากบรรดาแฟน ๆ ที่อยู่รอบกรีนและตลอดทางสู่ บัทเลอร์ เคบิน เพื่อไปรับกรีนแจ็กเก็ต สัญลักษณ์แห่งแชมป์มาสเตอร์ศ ซึ่งเขาเกือบจะโยนทิ้งไปแล้วจากผลงานที่มาสะดุดในช่วงเก้าหลุมหลัง
“มันมีอารมณ์ที่เก็บกดเอาไว้มากมายที่พรั่งพรูออกมาบนกรีนหลุม 18” แม็คอิลรอย กล่าวก่อนเข้าพีธีรับมอบแจ็กเก็ตสีเขียว “มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้หลายปีที่ผ่านมา และหลายครั้งที่ผมเข้าใกล้แชมป์รายการนี้ยิ่งมีค่ามากขึ้นไปอีก”
จากชัยชนะทำให้ แม็คอิลรอย กลายเป็นนักกอล์ฟคนล่าสุด ต่อจาก ยีน ซาราเซน, เยน โฮแกน, แกรี เพลเยอร์, แจ็ค นิคลอส และ ไทเกอร์ วูดส์ ที่สามารถทำแคเรียแกรนด์สแลมสำเร็จ จากการคว้าแชมป์เมเจอร์ แชมเปียนชิพ ทั้ง 4 รายการมาครองครบทุกรายการ
นักกอล์ฟวัย 35 ปีจากไอร์แลนด์เหนือ เคยเข้าใกล้แชมป์มาสเตอร์สมาแล้ว โดยเฉพาะใน มาสเตอร์ศ 2011 ที่เขาเข้าเก้าหลุมสุดท้ายด้วยการนำ 4 สโตรกแต่สุดท้ายพลาดแชมป์ ก่อนมาชนะครั้งงนี้ที่เป็นการกลับมาชนะเมเจอร์อีกครั้งนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2014
การแข่งขันรอบสุดท้ายในปีนี้ดูเหมือน แม็คอิลรอย ทำท่าจะต้องหัวใจสลายอีกครั้งกับรายการระดับเมเจอร์ โดนเฉพาะในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายที่มีการสลับสับเปลี่ยนผู้นำบนลีดเดอร์บอร์ดอย่างรวดเร็ว
แม็คอิลรอย ที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เกือบหมดตอนที่ผ่านเก้าหลุมแรก แต่สุดท้ายจากที่นำห่างถึง 4 สโตรกกลับหายไปต่อหน้าต่อตา ทว่า ยังมีสองช็อตที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้เขายังมีความหวังที่จะกลับมาชนะได้
ที่หลุม 15 พาร์ 5 ช็อตสองของ แม็คอิลรอย เขาตีลูกดรอว์ได้อย่างน่าทึ่ง ลูกเลี้ยวผ่านกิ่งไม้ข้ามบ่อน้ำมาตกหน้ากรีนห่างธงประมาณ 6 ฟุต แม้จะพลาดอีเกิ้ล แต่เบอร์ดี้ก็ทำให้เขาขยับนำหน้า จัสติน โรส 1 สโตรก
หลังจากที่ โรส ซึ่งเล่นก่อนหน้า แม็คอิลรอย 5 ก๊วนทำสกอร์ขึ้นมาเสมอจากเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 20 ฟุตที่หลุม 18 แม็คอิลรอย ก็งัดทีเด็ดออกมาด้วยช็อตแอพโพรชระยะ 197 หลา ที่หลุม 17 พาร์ 4 ซึ่งลูกขึ้นไปออนห่างธง 2 ฟุต
“ผมมาเล่นที่นี่เป็นครั้งที่ 17 แล้ว และผมก็เริ่มคิดว่า บางทีมันอาจจะถึงเวลาของผมบ้างแล้ว”แม็คอิลรอย กล่าว โดยเขาเป็นนักกอล์ฟจากยุโรปคนแรกที่สามารถทำแคเรียแกรนด์สแลมสำเร็จ
“ผมคิดว่าการแข่งขัน 10 ปีหลังสุดที่ผมเดินทางมาแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส โดยมีบทสนทนาเกี่ยวกับโอกาสในการทำแกรนด์สแลมของผมมาตลอด และแน่นอน ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยเหมือนกันว่าเราจะพูดกันเรื่องอะไรใน เดอะ มาสเตอร์ส ปีหน้า”
ในส่วนของ จัสติน โรส นักกอล์ฟจากอังกฤษนั้น เป็นอีกครั้งที่เขาหัวใจสลายใน เดอะ มาสเตอร์ส หลังจากการแข่งขันเมื่อปี 2017 ต้องจบลงด้วยการแพ้เพลย์ออฟให้กับ เซอร์จิโอ การ์เซีย และนับถึงตอนนี้ โรส จบการแข่งขันในอันดับสองที่ ออกัสตา เนชันแนล มาแล้ว 3 ครั้ง
โรส อดีตแชมป์ยูเอส โอเพน มาแรงในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายก่อนจบวัน 6 อันเดอร์พาร์ 66 หนึ่งในสกอร์ต่ำสุดของรอบสุดท้าย แต่นักกอล์ฟอังกฤษวัย 44 ปี ไม่สามารถพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 15 ฟุตลงไปเพื่อยืดซัดเดนเดธเพย์ออฟต่อไปที่หลุมถัดไป
“คุณไม่มีทางที่จะผ่านอาชีพนี้ไปได้โดยปราศจากอาการหัวใจสลายได้” โรส กล่าว โดยเขาลุ้นจะเป็นนักกอล์ฟอังกฤษคนที่สามที่สามารถคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส ต่อจาก นิค ฟัลโด และ แดนนี วิลเล็ตต์
“มันจะไม่เกิดขึ้น” โรส กล่าว “แต่ถ้าคุณหวังที่จะชนะรายการใหญ่ คุณต้องทำตัวเองให้มีโอกาส และที่สำคัญคุณต้องเสี่ยงกับความรู้สึกที่จะผิดหวัง”
ทางด้าน ไบรสัน เดอแชมโบ นักกอล์ฟอเมริกัน ซึ่งเริ่มวันอยู่อันดับสองตามหลัง แม็คอิลรอย 2 สโตรก หล่นไปจบอันดับห้าร่วมหลังทำสกอร์วันสุดท้าย 3 โอเวอร์พาร์ 75 รวมสี่วัน 7 อันเดอร์พาร์ ห่างจากตำแหน่งซัดเดนเดธเพลย์ออฟ 4 สโตรก
ส่วน แพทริก รีด อดีตแชมป์รายการนี้จบอันดับสามแต่เพียงผู้เดียว แพ้แชมป์ไป 2 สโตรก ขณะที่แชมป์เก่า สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ ที่ลุ้นจะเป็นคนที่สี่ที่สามารถป้องกันแชมป์รายการนี้ได้ จบการแข่งขันในอันดับสี่ด้วยสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 280
สรุปผล เดอะ มาสเตอร์ส 2025 (สนามพาร์ 72)
277 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 72-66-66-73
277 จัสติน โรส (อังกฤษ) 65-71-75-66 (แม็คอิลรอย ชนะที่หลุมแรกของการซัดเดนเดธเพลย์ออฟ)
279 แพทริก รีด (สหรัฐฯ) 71-70-69-69
280 สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ (สหรัฐฯ) 68-71-72-69
281 อิม ซุงแจ (เกาหลีใต้) 71-70-71-69
281 ไบรสัน เดอแชมโบ (สหรัฐฯ) 69-68-69-75
282 ลุดวิก โอเบิร์ก (สวีเดน) 68-73-69-72
283 ซานเดอร์ ชาฟเฟเล (สหรัฐฯ) 73-69-70-71
283 แซก จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 72-74-66-71
283 เจสัน เดย์ (ออสเตรเลีย) 70-70-71-72
283 คอรีย์ คอนเนอร์ส (แคนาดา) 68-70-70-75
284 แฮร์ริส อิงลิช (สหรัฐฯ) 70-73-73-68
284 แม็กซ์ โฮมา (สหรัฐฯ) 74-70-69-71

