อมยิ้มริมกรีน

หัว ‘ไม้’ ความยิ่งใหญ่ ที่ไม่จีรัง

หัว ‘ไม้’ ความยิ่งใหญ่ ที่ไม่จีรัง

สวัสดีปีงูครับ… หวังว่า เทศกาลช่วงวันหยุดยาว เคาท์ดาวน์ก้าวข้ามปีเก่าที่ผ่านมา จะทำให้ทุกท่านได้พานพบกับสิ่งดี ๆ มีชีวีอันสนุกสนาน บันเทิง สำเริง สำราญ แบบ ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่ต้องทนกับความทุกข์ใด ๆ นะคร้าบ…

เมื่อมีความสุขกันอย่างเต็มที่แล้ว ก็นึกถึงข้อเท็จจริงทางธรรมที่ว่า ‘เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป’ ไม่มีอะไรคงสภาพค้างฟ้า แล้วยิ่งมาคิดได้ว่า สิ่งหนึ่งที่เข้าหลักที่ว่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องกอล์ฟ ‘หัวไม้’ ที่เคยได้หยิบจับในอดีต ตรงกับเรื่องนี้พอดีเด๊ะ…​มันไปเข้าเรื่องนี้ได้ยังไง ลองอ่านเล่นเพลิน ๆ กันนะครับ

ในช่วงหลายสิบปีมานี้ อุปกรณ์กอล์ฟมีการพัฒนามาไกลมาก มากจนคิดว่า ถ้าให้คนยุคนี้ ดูภาพ แล้วจินตนาการถึงไม้กอล์ฟยุคนั้น โดยไม่เคยสัมผัสตัวเป็น ๆ ของจริง ๆ คงจะรู้สึก ‘ขำ’ แปลกใจในรูปลักษณ์ และอาจจินตนาการไม่ออกว่า ตีกันเข้าไปได้ยังไง? แต่สำหรับนักกอล์ฟที่อายุเข้าหลัก ‘ซีเนียร์’ หรือใกล้เคียง คาดว่าคงจะคุ้นเคยกับ ลักษณะอุปกรณ์ หัวไม้ ที่ทำจาก ‘ไม้’ จริง ๆ กันบ้าง เพราะเพิ่งจะ ‘สูญพันธุ์’ ไปเมื่อยุคทศวรรษที่ 90 นี้เอง… จะว่าไปก็สามสิบกว่าปีมาแล้ว และนี่คือเรื่องราวบางส่วนจาก golf.com ที่น่าสนใจจนอยากนำมาถ่ายทอด

‘เดฟ วูด’ คือหนึ่งในปรมาจารย์ของการสร้างหัวไม้ในยุคก่อนโลหะ มีชื่อเสียงสูงสุดว่า เป็นสุดยอดในเรื่องคุณภาพ ผลิตด้วยมือทีละชิ้น สามารถฟิตติ้งให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขาเปิดบริษัท Wood Bros Golf ณ เมือง ฮัมเบิล รัฐเท็กซัส ร่วมกับน้องชาย ‘ชาร์ลี วูด’ ผลิตหัวไม้กอล์ฟจากไม้เพอร์ซิมมอน (ไม้พลับ) คุณภาพสูง ได้รับความนิยมจากนักกอล์ฟชื่อก้องโลกในยุคนั้นอย่างมากมาย เรียกว่าทุกคนต้องรู้จักและอยากครอบครอง เพื่อความไม่รองหรือเสียเปรียบใคร ทั้งในเรื่องระยะทาง การควบคุม ชนิดที่เรียกว่า สั่งช็อตต่าง ๆ ‘ได้ดั่งใจ’ ราวกับมีรีโมท อีกทั้งยังมีพลังอันหนักแน่น แต่นุ่มมือเมื่อยามกระทบลูก เนื่องจาก ไม้ที่ใช้ผลิตผ่านกระบวนการพิเศษ พิถีพิถันในการสร้างทีละชิ้น แช่น้ำมันสูตรลับเฉพาะ เพื่อให้ได้ความแข็งแกร่ง ไม่แตกหักง่าย เมื่อต้องอยู่ในมือระดับพระกาฬ ต่อให้กระหน่ำตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังคงสภาพไว้ได้

ในการแข่งขัน PGA Tour รายการ 1986 Los Angeles Open ณ ริเวียร่า คันทรี คลับ เดฟ วูด ได้นำไม้ตัวอย่างที่เขาบรรจงผลิต ไปร่วมงานด้วย โดยเขาได้ขัดหัวไม้จนขึ้นมันวาว ขันแผ่นเหล็ก เป็นสัญลักษณ์รูปแผนที่ มลรัฐ ‘เท็กซัส’ สีเงินขนาดใหญ่เห็นได้ชัด พร้อมคำว่า “TEXAS GOLF CO.” ตรงกลางพื้นล่าง ติดเข้ากับก้าน Dynamic Gold X100 ขนาด 43 ½ นิ้ว, ตั้ง ลอฟต์ 10 องศา, สวิงเวจ D3 ซึ่งที่นี่ เขาจะได้พบกับนักกอล์ฟระดับโลกหลายราย โดยในปีนี้มีลูกค้ารายใหม่ เป็นนักกอล์ฟชาวเยอรมัน วัย 28 ที่มีบุคลิกสุภาพ อ่อนโยน และยังเป็นแชมป์มาสเตอร์คนล่าสุด เขาคนนั้นคือ ‘เบิร์นฮาร์ด ลังเกอร์’ ซึ่งเป็นแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ คนล่าสุด เมื่อปี 1985 มีความต้องการไดรเวอร์คู่ใจอันใหม่ ก็เข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

ขณะที่ลังเกอร์ได้เลือกทดสอบไดรเวอร์รุ่นต่าง ๆ ในสนามซ้อม เขาก็รู้สึกชอบบางรุ่น แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด จนกระทั่งได้เห็น ‘คริสทีน’ (ตั้งชื่อให้เป็นสุภาพสตรี)

“ทรงสวยเหมือนลูกแพร์” ลังเกอร์ เอ่ยย้อนความทรงจำ “ดูแน่น, ผมคงตีได้ระยะที่ดีแน่, ผมสนใจในเรื่องประสิทธิภาพเสมอ, แล้วยังดูดีอีกด้วย”

ลังเกอร์ หยิบ ‘คริสทีน’ ตั้งลูกบนที แล้วเริ่มหวดทันที โดยมี แคดดี้ของเขา (ปีเตอร์ โคลแมน) ทำหน้าที่ดูลูกจากอีกฝั่งของสนามซ้อมที่ริเวียรา คอยส่งสัญญาณด้วยแขน เพื่อบอกว่าวิถีบอลเป็นอย่างไร ราวกับเป็นเครื่องแทร็คแมนในปัจจุบันยังไงยังงั้น โดยมีเจ้าของไม้ ยืนยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ขณะที่ ลังเกอร์ หวดลูกแล้วลูกเล่าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่ง วูด เคยผลิตไม้กอล์ฟให้กับผู้เล่นหน้าใหม่ในทัวร์มาหลายปีแล้ว แต่การมีผู้เล่นที่คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์มาเลือกใช้ ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเขารู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมา… เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ ระหว่าง นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก กับ วูด บราเธอร์ส

ลังเกอร์ และ วูด บราเธอร์ส เข้าขากันได้ดีมากในช่วง ปลายทศวรรษ 1980 จนถึง ต้นทศวรรษ 1990 เขาพา ‘คริสทีน’ ที่เปรียบเสมือนคุณแม่ และ ‘ลูกหลาน’ หัวไม้ชิ้นต่าง ๆ ไปแข่งทั่วโลก คว้าชัยชนะมาไ้ด้มากกว่าสิบครั้ง ลงเล่น ไรเดอร์ คัพ สามครั้ง และในปี 1986 ยังได้เป็นนักกอล์ฟมือ 1 ของโลกเป็นคนแรก เมื่อมีการจัดระบบอันดับมือวางของโลกอย่างเป็นทางการใหม่ นั่นทำให้ธุรกิจของ เดฟ วูด เติบโตควบคู่ไปกับความสำเร็จของ ลังเกอร์ โดยในช่วงปลายยุค 80 นักกอล์ฟระดับโลก อย่าง เซวี บาเยสเตรอส, เกร็ก นอร์แมน, เบน เครนชอว์, สตีฟ เอลคิงตัน, บ็อบ ทเวย์, ฮัล ซัตตัน, เจฟฟ์ เม็กเกิร์ต และ เจฟฟ์ สลูแมน ต่างก็ใช้ทักษะของ เดฟ ช่วยในการคว้าแชมป์ในรายการต่าง ๆ และแน่นอนว่า ยอดสั่งซื้อย่อมหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนต้องเพิ่มพนักงาน เพิ่มผู้บริหาร และในเวลาต่อมา ก็มีหุ้นส่วนชาวญี่ปุ่นเข้ามาร่วมด้วย ชื่อของ เดฟ วูด กลายเป็นที่รู้จักระดับสากล ต้องบินไปโน่นมานี่ทั่วโลกเป็นว่าเล่น

ในปี 1993 เดฟ วูด ได้ชมรอบสุดท้ายของ เดอะ มาสเตอร์ส ซึ่ง เบอร์นาด ลังเกอร์ จะออกจากสนามด้วยตำแหน่งผู้ชนะ โดยใช้ไม้กอล์ฟ ‘Wood Brothers Texan persimmon’ นั่นทำให้ เบิร์นฮาร์ด ลังเกอร์ เป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่คว้าแชมป์รายการระดับเมเจอร์ด้วยไม้กอล์ฟ ‘เพอร์ซิมมอน’ ซึ่ง เดฟ วูด ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมาตลอด ยิ้มอย่างปลื้มปิติเมื่อชมการถ่ายทอดสดจากอีกฝากฝั่งของโลก ขณะที่ ลังเกอร์ สวมกรีนแจ็คเก็ตเป็นตัวที่สองในชีวิต คนหนึ่งขึ้นจุดสูงสุดในชีวิตในฐานะนักกอล์ฟแนวหน้าของโลก ส่วนอีกคนก็ขึ้นสูงสุดในฐานะมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จ

แต่นั่น ก็ไม่มีใครหยั่งรู้ หรือคาดเดาได้เลยว่า ต่อจากนั้นอีกไม่นาน ชีวิตของ เดฟ วูด ก็ถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อโลกของกอล์ฟ ก้าวเข้าสู่ยุค หัวไม้ ‘โลหะ’ นำโดย Taylormade Pittsburgh persimmon และเปลี่ยนแปลงวงการอุตสาหกรรมกอล์ฟไปตลอดกาล อย่างไม่มีวันหวนคืน…

ตรงกับคำพระที่ว่า… ​เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป.

เล่นกอล์ฟให้สนุกกับอุปกรณ์ของเราที่มีอยู่ในมือนะครับ… 555

Mr.A