จับตาความขับเคี่ยวเร้าใจในพีจีเอทัวร์ ฤดูกาล 2025
จับตาความขับเคี่ยวเร้าใจในพีจีเอทัวร์ ฤดูกาล 2025
แม้ช่วงครึ่งหลังฤดูกาล 2024 ของพีจีเอทัวร์ จะดูเหมือนเป็นการวัดกันระหว่าง สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ และซานเดอร์ ชาฟเฟเล แต่นักกอล์ฟชั้นนำอย่าง ฮิเดกิ มัตสึยาม่า และคีแกน แบรดลีย์ ก็คว้าชัยชนะที่น่าจดจำในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
นับตั้งแต่รายการ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อเดือนพฤษภาคมไปจนถึง เดอะ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ในเดือนสิงหาคม ซึ่งระหว่างนั้นมีการแข่งขันโอลิมปิกเพิ่มเข้ามา สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ และชานเดอร์ ชาฟเฟเล ชิงชัยในสนามเดียวกัน 9 ครั้ง ชาฟเฟเลคว้าแชมป์ 2 รายการ และทั้ง 2 รายการเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ นั่นคือพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ และดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ขณะที่เชฟเฟลอร์ คว้าชนะ 4 ครั้ง รวมถึงเหรียญทองโอลิมปิกด้วย
ในช่วงออกสตาร์ต เชฟเฟลอร์ เริ่มต้นได้อย่างร้อนแรง คว้าแชมป์ 4 รายการจาก 10 ทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเป็นตัวตัดสินที่ทำให้เขาคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 ของพีจีเอทัวร์เหนือชาฟเฟเล่
แต่หากลองเพ่งลูกแก้วคริสตัลทำนายเหตุการณ์ในอนาคตปี 2025 หลายคนอาจมองเห็นว่า ชาฟเฟเล่ จะพลิกสถานการณ์ทำผลงานคว้าแชมป์ 5 หรือ 6 รายการ หลังจากฤดูกาล 2024 ปิดฉากแบบค้างคา โดยใน 5 ทัวร์นาเมนท์หลังสุด โปรกอล์ฟวัย 31 ปีมีสถิตคว้าแชมป์ 1 รายการ ตามด้วยอันดับ 9 ร่วม, 2 ร่วม, 5 ร่วม และ 4 ร่วม
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งดีๆ ในปี 2025 จะเริ่มต้นและจบลงที่ชาฟเฟเล่ เพราะเป็นเรื่องที่ยังห่างไกลจากความเป็นจริง และมีนักกอล์ฟดาวรุ่งฝีมือดีในพีจีเอทัวร์ ที่พร้อมสร้างปรากฎการณ์เรื่องราวที่ยอดเยี่ยมมากมาย
แล้วเราคาดการณ์ภาพการแข่งขันในฤดูกาล 2025 อย่างไร ต่อไปนี่คือตัวอย่างบางส่วน
ลองดูชื่อนักกอล์ฟอย่าง จัสติน โธมัส, จอร์แดน สปีธ, คอลลิน โมริกาว่า, แพทริก แคนต์เลย์, ทอมมี่ ฟลีตวู้ด, วิคเตอร์ ฮอฟแลนด์, แซม เบิร์นส์, ลุค เอเบิร์ก, แม็กซ์ โฮม่า และโทนี่ ฟิเนา ซึ่งในฤดูกาล 2024 ลงเล่นรวมกัน 203 รายการในพีจีเอทัวร์ และสถิติคว้าแชมป์คือศูนย์ ถือเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้น แต่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปในปี 2025 ซึ่งอาจไม่ใช่สำหรับทุกคน และหากให้ฟันธงว่าใครจะกลับมาสู่ตำแหน่งแชมป์ได้ น่าจะเป็น โธมัส, โมริกาว่า และเอเบิร์ก
เหตุผลที่เป็น 3 คนนี้ ก็เพราะเมื่อรวมกันแล้ว โธมัส, โมริกาว่า และเอเบิร์ก ทำผงานได้รองแชมป์ 6 รายการ และอันดับสามอีก 2 รายการ แสดงให้เห็นถึงผลการแข่งขันที่เข้มเข้มสูสีหลายครั้ง


นักกอล์ฟอีกคนที่ไร้แชมป์ในปี 2024 แต่กำลังรอจังหวะสร้างความยิ่งใหญ่คือ ซาฮิธ ธีกาลา ด้วยวัยเพียง 27 ปี เขาชนะพีจีเอทัวร์ครั้งแรกในปี 2023 แต่ทำได้เยี่ยมในปี 2024 โดยติดท็อปเท็น 9 ครั้ง และพลาดการตัดตัวเพียง 4 ครั้งในการออกสตาร์ท 26 รายการ ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่จับจ้องไปที่ เชฟเฟลอร์ และ ชาฟเฟเล่ แต่ธีกาลา มาแบบเงียบๆ ทะยานรั้งอันดับ 12 ของโลก ในการประกาศผลจัดอันดับนักกอล์ฟโลกฝ่ายชาย ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา
ธีกาลา เป็นนักกอล์ฟที่กล้าเล่นได้อย่างดุดันและทรงพลัง เขาเกิดที่แคลิฟอร์เนีย โดยมี มูราลิธาร์ บิดา และคารูนา มารดา เป็นชาวอินเดีย เข้ามาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ธีกาลาความภูมิใจความเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย เส้นทางอาชีพนักกอล์ฟเป็นไปอย่างราบรื่น เริ่มจากระดับเยาวชน สู่นักกอล์ฟมหาวิทยาลัยเปปเปอร์ดีน ตามด้วยเวทีพีจีเอทัวร์
ในฤดูกาล 2024 ยังมีเรื่องราวดีๆ ของนักกอล์ฟอีกหลายคนที่สามารถต่อยอดในปี 2025 เริ่มจาก อดัม สกอตต์ โปรกอล์ฟวัย 44 ปีจากออสเตรเลียที่หลุดท็อป 50 ของโลกเกือบตลอดฤดูกาล และดูเหมือนไม่ใช่คู่แข่งที่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างรวดเร็ว แต่การคว้าอันดับสองในรายการ เจเนซิส สกอตติช โอเพ่น ในเดือนกรกฎาคม ตามด้วยอันดับ 10 ร่วมที่ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ในสัปดาห์ถัดไป ก่อนปิดฉาก 3 รายการสุดท้ายของปี 2024 ด้วยอันดับ 2, อันดับ 2 และ อันดับ 5 เป็นการส่งสัญญานพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์แม้อายุจะครบ 45 ปีในช่วงซัมเมอร์หน้า
ขณะที่ 3 นักกอล์ฟจากเกาหลีใต้ในท็อป 30 ของโลกอย่าง อัน เบียงฮุน (อันดับ 22), อิม ซองแจ (อันดับ 23) และทอม คิม (อันดับ 27) แม้ไม่เป็นที่จับตามอง แต่ทั้งสามทำผลงานคงเส้นคงวา และน่าจะทำแบบนั้นได้อย่างต่อเนื่องในปี 2025

อิม ซองแจและอัน เบียงฮุน จบฤดูกาลในอันดับ 9 และ 12 ตามลำดับ ในตารางคะแนนสะสมเฟดเอ็กซ์คัพ หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งคงเส้นคงวา ส่วน อิม ซองแจ มีอันดับโดยเฉลี่ยในเฟดเอ็กซ์คัพ แรงกิ้งส์ อยู่ที่ 13.83 ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เทียบกับ จอร์แดน สปีธ 46.33 ในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อพิจารณาจากอายุ ทอม คิม 22 ปี และอิม ซองแจ 26 ปี ทั้งคู่มีโอกาสสร้างตำนานในเวทีการแข่งขันร่วมกับนักกอล์ฟชั้นนำระดับโลก
เมื่อพูดถึงความคงเส้นคงวา นักกอล์ฟอีกหนึ่งรายที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ ฮิเดกิ มัตสึยาม่า สื่อสายกอล์ฟไม่ค่อยได้เขียนคำยกย่องชื่นชมเท่าที่เขาสมควรได้รับ หลังจากสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟญี่ปุ่นคนแรกที่คว้าแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส จนถึงตอนนี้ มัตสึยาม่า คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มาครองแล้ว 10 รายการ โดยบวกเพิ่ม 2 รายการในฤดูกาล 2024 จากศึกเจเนซิส อินวิเตชั่นแนล ที่สนามริเวียร่า อันโด่งดัง และเฟดเอ็กซ์ เซนต์จู้ด แชมเปี้ยนชิพ

มัตสึยาม่า ซึ่งจะมีอายุ 33 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า สร้างสถิติชนะมากกว่าหนึ่งรายการใน 3 ฤดูกาลจาก 11 ฤดูกาลของเขา และอาจเป็นแชมป์เมเจอร์ที่เงียบที่สุด โดยในฤดูกาล 2024 โปรกอล์ฟจากญี่ปุ่นเพิ่มความพิเศษด้วยการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกอล์ฟโอลิมปิกที่กรุงปารีส และไม่มีเหตุผลอันใดที่จะตัดชื่อเขาออกจากการลุ้นแชมป์ในฤดูกาล 2025
ภูมิทัศน์พีจีเอทัวร์เปลี่ยนไป หลังจากทัวร์ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สิทธิ์ผู้ทำผลงานอันดับ 1 จากพีจีเอทัวร์ ยูนิเวอร์ซิตี้เข้ามาเป็นสมาชิกในทัวร์ และนักกอล์ฟมือหนึ่งจากระดับมหาวิทยาลัยประจำปี 2023 อย่าง ลุค เอเบิร์ก ก็สามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนขยับขึ้นมาอยู่ใน 10 ของโลกแล้ว ดังนั้น ไมเคิล ธอร์บจอร์นเซน ผู้ชนะเลิศจากพีจีเอทัวร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ในปี 2024 จึงเป็นอีกคนที่น่าจับตามองในปีหน้า
ธอร์บจอร์นเซ่น มีโอกาสลงเล่นในพีจีเอทัวร์ 11 รายการในปี 2024 และทำผลงานติดใน 10 อันดับแรก 3 รายการ คว้าเงินรางวัลรวม 1.28 ล้านเหรียญสหรัฐ พิสูจน์ให้เห็นว่าทั้ง เอเบิรก และธอร์บจอร์นเซ่น เข้ามาสู่ทัวร์ระดับท็อปแบบไร้ความกลัวและมีดีพอที่จะคว้าแชมป์สำเร็จ
เชฟเฟลอร์ ก็เป็นแบบเดียวกันเมื่อย้อนกลับไปในปี 2020 เมื่อเขาเข้าสู่พีจีเอทัวร์ในฐานะรุกกี้พร้อมความฝันที่ยิ่งใหญ่ เขาไม่ชนะเลยในการลงเล่น 60 รายการแรก และไม่มีใครฟันธงว่าเขาจะขึ้นเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลก
แต่หลังจากนั้นเขาสามารถคว้าแชมป์ 13 รายการในการลงเล่น 59 รายการหลังสุด และทุกคนต่างฟันธงว่าเขาจะครองความยิ่งใหญ่ไว้ได้ต่อไป
และไม่ต้องแปลกใจหากชาฟเฟเล่ จะเห็นต่าง
จากทั้งหมดที่บรรยายมาส่งสัญญาให้เห็นว่าฤดูกาล 2025 จะมีทีเด็ดและเรื่องราวดีๆ มากมาย!!

