Special Report

‘แม็คอิลรอย’ หวังป้องกันแชมป์ เจเนซิส สกอตติช โอเพ่น

‘แม็คอิลรอย’ หวังป้องกันแชมป์ เจเนซิส สกอตติช โอเพ่น และแชมป์เมเจอร์ลำดับที่ 5

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่มีกลางวันยาวนานขึ้นและสภาพอากาศอุ่นขึ้น เป็นการส่งสัญญาณบ่งบอกการเปลี่ยนฤดูกาล และสำหรับในวงการกอล์ฟ การทำสกอร์ที่ต่ำและช่วงการแข่งขันที่ร้อนระอุ มักเกิดขึ้นในเวลานี้ของปีเช่นกัน ลองไปศึกษากรณีของ รอรี่ แม็คอิลรอย ยอดโปรกอล์ฟชาวไอร์แลนด์เหนือเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้กัน

แม้ว่ามีหลักฐานมากมายบ่งบอกว่า แม็คอิลรอยเป็นนักกอล์ฟที่เล่นได้ดีในทุกฤดูกาล แต่ก็มีข้อพิสูจน์ที่น่าประหลาดใจว่า เขาอยู่ในฟอร์มดีที่สุดเมื่ออุณหภูมิอุ่นขึ้น และช่วงการผ่านจากฤดูใบไม้ผลิเข้าสู่ฤดูร้อน

ยกตัวอย่างในปี 2002 แม็คอิลรอยได้รองแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส เป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน 11 รายการ ซึ่งเขาได้แชมป์ 2 ครั้ง คือรายการ อาร์บีซี แคนาเดี้ยน โอเพ่น ซึ่งเจ้าตัวปิดฉากรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 62 และแชมป์เดอะ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ โดยจบใน 10 อันดับแรก 8 รายการจาก 11 ทัวร์นาเมนท์ดังกล่าว

ในอีก 1 ปีต่อมา แม็คอิลรอย ทำได้ดียิ่งกว่าเดิมในช่วงเวลาเดียวกัน เขาคว้าอันดับ 7 ร่วมในรายการพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งจุดประกายสู่การจบใน 10 อันดับแรก 10 รายการติดต่อกันในเวทีพีจีเอทัวร์

หากเชื่อว่าสองครั้งเป็นเรื่องบังเอิญ สามครั้งคือแพทเทิร์น ทางที่ดีที่สุดคือให้ปักหลักอยู่กับแพทเทิร์นที่มีประสิทธิผลของแม็คอิลรอย โดยก่อนเข้าสู่การแข่งขัน อาร์บีซี แคนาเดี้ยน โอเพ่น 2024 ที่เจ้าตัวทำสถิติครองแชมป์สมัยที่สาม โปรกอล์ฟวัย 35 คว้าแชมป์ 3 รายการ และจบใน 12 อันดับแรกอีก 3 รายการก่อนหน้านั้น

ชัยชนะที่ซูริค คลาส ออฟ นิวออร์ลีนส์ และเวลส์ ฟาร์โก้ แชมเปี้ยนชิพ ในสนามที่เจ้าตัวชื่นชอบอย่าง เควล ฮอลโลว์ คลับ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า เขาเร่งเครื่องด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแข่งกับสภาพอากาศในฤดูซัมเมอร์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน เพราะสิ่งที่แม็คอิลรอยจ้องมองตรงหน้าคือ การเล่นกอล์ฟที่ทำให้เขายิ้มได้ นั่นคือแชมป์เจเนซิส สกอตติช โอเพน และดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ

บางทีทัวร์นาเมนท์ที่จุดประกายไฟในตัวของแม็คอิลรอยคือการแข่งขันรายการ เจเนซิส สกอตติช โอเพน ซึ่งจัดร่วมกันระหว่างพีจีเอทัวร์และดีพีเวิลด์ ทัวร์ โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคมนี้ ณ สนามเรเนสส์ซอง คลับ ความมีชีวิตชีวาของการแข่งขัน ไม่ใช่แค่เป็นทัวร์นาเมนท์ที่จัดขึ้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนกอล์ฟเมเจอร์รายการ ดิ โอเพ่น แชมปี้ยนชิพ แต่ยังเป็นโอกาสให้แม็คอิลรอย ได้รื้อฟื้นความทรงจำแห่งชัยชนะที่น่าทึ่งของเขาเมื่อปีก่อน

โดยในการแข่งขันรอบสุดท้าย โรเบิร์ต แม็คอินไทร์ ฮีโร่เจ้าถิ่นสร้างความกดดันให้กับแม็คอิลรอย ด้วยการขึ้นไปนำบนคลับเฮาส์รออยู่หนึ่งสโตรก

แม็คอิลรอย มีสกอร์ตามหลังหนึ่งสโตรกขณะที่เหลือสองหลุม ก่อนทำสองเบอร์ดี้ติดต่อกันแซงคว้าชัยสำเร็จ พร้อมช็อตแอพโพรชเหล็ก 2 สุดมหัศจรรย์ และเป็นช็อตแห่งความทรงจำของพีจีเอทัวร์ฤดูกาล 2023 ซึ่งโปรกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือ ก็ยกให้เป็นหนึ่งในช็อตที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาเช่นกัน

“ผมแค่พยายามถ่ายภาพฉากนั้นร่วมกับทุกคนรอบกรีน” แม็คอิลรอย เผยหลังปิดฉากด้วยสกอร์ 68 รวมสี่วัน 15 อันเดอร์พาร์ 265 เอาชนะแม็คอิลไทร์ ที่ตี 64 ในรอบสุดท้าย และเสริมต่อว่า “ผมต้องทำสิ่งนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อเลี้ยงชีพ แต่ต้องพยายามและเติมเต็มความฝันในวัยเด็กด้วย ดังนั้น เพื่อให้ได้อยู่บนกรีนในบรรยากาศแบบนั้น และเพื่อให้ได้สัมผัสกลิ่นความสำเร็จที่โรยด้วยกลีบกุหลายตลอดเส้นทางมากยิ่งขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำ”

เมื่อพิจารณาในด้านอื่นๆ ของแม็คอิลรอย สถิติผลงานของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ จากความครบเครื่องในทุกๆ ด้าน โดยคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มาแล้ว 26 รายการ และชนะอย่างน้อย 1 ครั้ง ใน 13 ฤดูกาลจาก 15 ฤดูกาลในทัวร์ แต่เจ้าตัวทราบดีว่ายังมีคำถามมากมายรอเขาอยู่

ยกตัวอย่างเช่น “ทำไมคุณไม่ได้แชมป์เมเจอร์เลยนับตั้งแต่ปี 2024 ? คุณรู้สึกผิดหวังไหมกับการไม่ชนะในรายการเมเจอร์ที่ยาวนานแบบนี้?”

คำถามเหล่านั้น ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับแม็คอิลรอย เขาตระหนักดีว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางในอาชีพ ก่อนหน้านั้นเขาไม่ชนะเลยในการลงเล่น 10 ครั้งแรกในระดับเมเจอร์ และจากนั้นมาได้แชมป์ 4 รายการในการลงเล่น 15 ครั้งต่อมา เมื่อตอนที่ชนะในพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ปี 2024 ซึ่งเป็นโทรฟี่เมเจอร์ใบที่สี่ของเขา ยังขาดอีกแค่หนึ่งรายการ ก็จะทำแกรนด์สแลมครบทุกรายการ และตอนนั้นเขาอายุเพียง 25 ปี ซึ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะคิดว่าเขาอาจไล่ทัน ไทเกอร์ วูดส์ ที่ตอนนั้นเป็นแชมป์เมเจอร์ 14 สมัย

แต่ตอนนี้ ในวัย 35 ปี หัวข้อที่มีการพูดถึงไม่ใช่การคว้าแชมป์เมเจอร์ได้ถึงเลข 2 หลัก แต่มีข้อกังขาว่าเขาจะสามารถคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 5 ได้หรือไม่ และแม็คอิลรอย กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างการแข่งขันรายการพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า “ผมไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ภายใต้การจับเวลา และมันก็เป็นเวลา 10 ปีแล้วที่ผมไม่ชนะรายการเมเจอร์”

โดยในสัปดาห์นั้น แม็คอิลรอยกลับสู่ตำแหน่งที่คุ้นเคยในการลงเล่นระดับเมเจอร์ 36 ครั้ง นับตั้งแต่ได้แชมป์พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ในปี 2014 นั่นคือ จบใน 6 อันดับแรก

ถือเป็นการปิดฉากที่แข็งแกร่ง แม้ไม่ถึงกับยอดเยี่ยม แต่ก็กลับมามีลุ้นแชมป์ “ผมแค่ต้องพยายามผลักดันตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งเหล่านั้นต่อไป และไม่ช้าก็เร็ว การคว้าแชมป์เมเจอร์จะเกิดขึ้นอีกครั้ง”

ในการลงเล่นระดับเมเจอร์ 36 ครั้งหลังสุด (1 มิ.ย.) แม็คอิลรอย จบในตำแหน่งรองแชมป์ 2 รายการ และใน 5 อันดับแรก 10 ครั้ง ทำให้เขามองเห็นโอกาสและมีความหวังในการกลับมาคว้าแชมป์เมเจอร์ โดยตั้งเป้าไว้ที่การแข่งขันรายการ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ระหว่างวันที่ 18-21 กรกฎาคม นี้ ซึ่งแม็คอิลรอย ทำผลงานใน 6 อันดับแรก 5 ครั้ง ในการลงแข่งศึก ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ 7 ครั้งหลังสุด และเขาก็เติบโตมากับสนามลิงค์คอร์ส รวมทั้งมีโอกาสสร้างโมเมนตัมการลุ้นแชมป์ ดิ โอเพ่น ในรายการเจเนซิส สกอตติช โอเพ่น

ขณะที่สภาพอากาศในปี 2024 ตอนนี้ก็เริ่มร้อนขึ้น เหมือนเมื่อครั้งที่เขาอายุ 22 และ 23 ปี โดยในการแข่งขันรายการอาร์บีซี แคนาเดี้ยน โอเพ่น แม้แม็คอิลรอยสามารถกดดันแม็คอินไทร์ ในการลุ้นแชมป์ แต่ไม่สามารถเค้นช็อตเด็ดออกมาเพื่อคว้าแชมป์ได้เหมือนรายการ เจเนซิส สกอตติช โอเพ่น 2023 เขาปิดฉากรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 64 รวมมี 13 อันเดอร์พาร์ 267 จบอันดับ 4 ร่วม ตามหลัง แม็คอินไทร์ 3 สโตรก แต่เขายังสามารถเดินออกจากสนามด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี

เพราะแม็คอินไทร์ เพื่อนร่วมทีมไรเดอร์ คัพ ของเขาคว้าแชมป์ และแม็คอิลรอยก็กลับมาทำผลงานได้ดีขึ้นมีสถิติ 4 ครั้งหลังสุด จบด้วยอันดับ 1-1-12-4 เป็นการย้ำเตือนว่าเมื่อมาอยู่ในสถานที่ที่มีความสุข แม็คอิลรอยก็เข้าสู่โหมดลุ้นแชมป์อีกครั้ง

แม็คอิลรอยได้พักเล็กน้อยก่อนการแข่งขันรายการอาร์บีซี แคนาเดี้ยน โอเพ่น และไม่ว่าเขาจะสามารถเคาะสนิมฟอร์มการเล่นออกไปได้หมดแล้วหรือไม่ แต่การจบอันดับ 4 และห่างจากแชมป์ 3 สโตรก ก็ทำให้เขายิ้มได้

“ผมพร้อมไปต่อ” แม็คอิลรอย กล่าวก่อนการแข่งขันสองรายการใหญ่ระดับ ซิกเนเจอร์ อีเวนส์ และรายการเมเจอร์ และโอกาสป้องกันแชมป์เจเนซิส สกอตติช โอเพ่น พร้อมเสริมอีกว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นสัญญาณที่ดีในเกมการเล่นของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนท์ใหญ่และพยายามคว้าแชมป์ให้ได้ทุกรายการ”

อาจมีคนหัวเราะ ไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้อย่างที่พูด แต่มั่นใจได้เลยว่า รอรี่ แม็คอิลรอย จะมุ่งมั่นเต็มที่เพื่อทำผลงานให้ดีพอสำหรับการกลับมาสู่ตำแหน่งแชมป์ระดับเมเจอร์อีกครั้ง