Interview

สุคินธร แสนสระดี

สุคินธร แสนสระดี
ผู้อำนวยการฝ่ายขาย กัซซัน ขุนตาน กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท
“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ”

ครอบครัวนักกีฬา : เป็นลูกคนเดียวในบ้าน พ่อแม่ไปไหน กระเตงไปด้วย คุณพ่อดุมาก ส่วนคุณแม่จะอ่อนโยนมาก เป็นขั้วบวกขั้วลบให้กับเราอย่างดี (หัวเราะ) คุณพ่อ เล่นกอล์ฟก่อน ที่จังหวัดระยอง คิดไว้แล้วว่า กอล์ฟ เป็นกีฬาประเภทเดี่ยว ทำอะไรขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ถ้าประสบความสำเร็จในกีฬากอล์ฟ จะมีอายุการเล่นค่อนข้างยาว สร้างรายได้ต่อเนื่อง สังคมก็กว้างขวางพ่อมองการไกลมาก จึงอยากให้เล่นกอล์ฟมากกว่ากีฬาชนิดอื่น แพท เข้ามาสู่กีฬากอล์ฟ ตั้งแต่ 6 – 7 ขวบ พอเริ่มเล่นก็อยากได้ถ้วย มีความอยากจะชนะ แรงกระตุ้นตรงนี้มันทำให้แพทยอมทำทุกอย่างที่พ่อบอกพ่อสอน เพื่อเป้าหมายเดียวคืออยากจะแข่งชนะเป็นที่หนึ่ง คิดแค่นั้นเลย แต่ผู้ใหญ่เห็นแววว่ามีอนาคต ปูทางเตรียมถนนเส้นนั้นไว้ให้ เผอิญว่าเราเองก็ชอบ ถึงบางช่วงจะขึ้นเขาลงห้วย บางครั้งต้องไปออฟโรดบ้าง (หัวเราะ) เราก็พร้อม ต้องขอขอบคุณ คุณชนัฎ เรืองกฤตยา ที่ให้ทุนการศึกษา เรียนที่เซนต์แอนดรูว์ฯ และฝึกซ้อมที่สนามกรีนวัลเลย์ระยอง และซ้อมที่นั่นโดยตลอด ถือว่าเป็นโฮมคอร์ส ทำให้ประสบความสำเร็จในกีฬากอล์ฟกับสถานะเยาวชนในตอนนั้น ไม่ได้โอกาสจากท่านก็ไม่มีแพทสุคินธรในวันนั้น

โรยด้วยกลีบกุหลาบ? : หลายคนอาจเห็นว่า แพท มีอะไรหลาย ๆ อย่าง ชนะโน่น ชนะนี่ ได้แชมป์มาเยอะ, ได้รางวัลจากผู้สื่อข่าว 3 ปี ซ้อน เป็นเยาวชนดีเด่น ชนะจูเนียร์เวิลด์ ได้เหรียญซีเกมส์ ฯลฯ ทุกอย่างที่ได้มามันต้องแลกกับอะไรบางอย่างนะ เอาง่ายๆจะถูกรางวัลที่ 1 ยังต้องเสียเงินซื้อลอตเตอรรี่เลย (หัวเราะ) มีชิวิตอยู่ยังต้องหายใจ (หัวเราะ) เบื้องหลังของความสำเร็จเหล่านั้นแพทต้องแลกอะไรกับมันมาเยอะค่ะ ทั้งเวลา เงินทอง สังคมในวัยเด็กที่เราไม่ค่อยได้ใช้เหมือนเด็กคนอื่นๆ มันรากเลือดมากจริงๆนะ (หัวเราะ), แพท เป็นลูกคนเดียว ไม่ได้เป็นลูกคุณหนูมีตังค์ ตอนเด็กเคยใช้ชีวิตอยู่บ้านคนเดียว ตั้งแต่อายุ 12 -13 ขับรถเกียร์กระปุกไปกลับบ้านกับสนามร่วม 100 กิโลฯต่อวัน เพื่อซ้อมกอล์ฟพร้อมกับเรียนหนังสือเองทุกวัน เพราะช่วงนั้นพ่อแม่ต้องมาอยู่กับคุณตาคุณยายเพราะท่านสูงวัยมาก จำต้องให้แพทดูแลชีวิตตัวเอง ทุ่มเทให้กับกีฬา, 7 วันของแพท ไม่มีวันหยุดเลย ซ้อมตลอด ต้องใช้ปริมาณเข้าแลกจริง ๆ คำว่า อยากเก่ง ซ้อมเยอะแค่ไหน ผลลัพธ์ก็ออกมาแค่นั้นมันไม่จริงนะ คือ เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากให้ผลงานออกมา 100% คุณต้องซ้อมอย่างน้อย 150% ขึ้นไป ยิ่งถ้าเป็นกีฬามันไม่มีทางลัดใดๆทั้งนั้น ซ้อมหนักทุกวัน ออกรอบเสร็จ ชิพ พัตต์ ต่ออีกเป็นพัน ๆ ลูก ยืนกลางแดดตลอดเวลา เพื่อฝึกความอดทน แบกถุงเองตลอด ไม่ให้ใช้แคดดี้, โดยการที่ให้แพทใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้ พ่อแม่จะมีกฎอยู่ข้อนึงคือ ห้ามแพททำอาหารที่บ้าน ให้ซื้อกิน กลัวลืมปิดเตาแก๊ส แล้วบ้านระเบิด (หัวเราะ) ซึ่งเรื่องที่ว่าแพทใช้ชีวิตเองคนเดียวตั้งแต่อายุ 12 – 13 นี่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน และไม่แนะนำให้บ้านไหนทำตามนะคะ (หัวเราะ) บอกเลยว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน แต่อยากแชร์ให้ฟังว่า ไม่ว่าเส้นทางไหนก็สำเร็จได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราตัดสินใจเลือกสิ่งนั้นจริงๆแล้วหรือยัง หากเราตัดสินใจเลือกแล้วจริงๆจะให้เราแลกทำอะไรเพื่อให้ได้มันมา เราก็ยอมค่ะ วิธีการมันจะมาเอง

เพื่อใคร? : ในระดับเยาวชน น้องๆทุกคนได้รับความกดดันมหาศาลแน่นอน ปฏิเสธกันไม่ได้หรอก เพราะมีความคาดหวังจากครอบครัว แพทเองก็มีความกดดันเยอะเช่นกัน, ตอนอายุ 11 ปี เคยได้พบกับโค้ชของ ‘เอียน พอลเตอร์’ เขาถามคำถามนึงมาว่า “คุณเล่นกอล์ฟเพื่อใคร” ดชื่อมั้ยแพท ตอบไม่ได้ อึกอักกับคำตอบ เพราะถ้าตอบว่า “เล่นเพื่อตัวเอง” จะรู้สึกว่า เห็นแก่ตัว แล้วพ่อแม่เราล่ะ? แต่ถ้าตอบว่า “เล่นเพื่อพ่อแม่” แล้วเราล่ะ? ทำให้ตอบกลางๆไปแค่ว่า “มีความสุขที่จะเล่น” เหมือนโค้ชมองเราออกได้ไม่ยาก เพราะดูนักกีฬามาเยอะ แล้วบอกว่า แพทต้องเล่น “เพื่อตัวเอง” ไม่ได้เล่นเพื่อพ่อแม่ หรือเพื่อใครที่ไหนทั้งนั้น ซึ่งก็จริง เพราะนั่นคือ “ชีวิตเรา” แล้วถ้าประสบความสำเร็จ คนที่มีความสุขไม่ใช่จะมีแค่เราเท่านั้น พ่อแม่และคนรอบข้างก็มีความสุขไปกับเราด้วย การจะทำให้ตัวเองมีความสุข ประสบความสำเร็จ ขึ้นอยู่ที่ตัวเรา เหมือนที่ได้ยินพูดกันบ่อยๆว่าถ้าไม่รักตัวเองก่อน แล้วจะรักใครได้ ถ้าไม่ดูแลตัวเองก่อน จะดูแลใครได้ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเองก่อนทั้งนั้น พูดง่ายนะแต่ทำยาก

เทิร์นโปร : เส้นทางของแพท คุณพ่อคุณแม่คุยกัน แต่ไม่ค่อยบอก (หัวเราะ) แล้วยุคนั้น ยังไม่มีทางเลือกมากนัก แอลพีจีเอ เป็นจุดหมายปลายทางเดียวเลย มองเห็นนักกอล์ฟระดับโลกในช่วงนั้น ก็อยากจะไปโลดแล่นบ้าง ถ้าไปถึงจุดนั้นได้แล้ว เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น ต้องมีเยอะแน่นอน แต่กว่าจะถึงจุดนั้นไม่ใช่ง่าย เพราะที่บ้านไม่ได้มีสายป่านยาวขนาดนั้น ต้องขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนทุกท่านด้วย ณ ตอนนั้น นับว่าพร้อมทุกด้าน ทั้งเรา ทั้งผู้สนับสนุน ทำให้ได้ซ้อมเต็มที่, จริง ๆ อยากจะเทิร์นช่วงอายุ 15 – 16 ไฟกำลังติด แต่คุณพ่อขอให้รับใช้ชาติก่อน แพทโตขึ้นมาตามระบบ เล่นเยาวชน คัดตัวแทนทีมชาติ เป็นตัวแทนประเทศไทยโดยเฉพาะซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ หลังจากนั้นก็ประกาศเทิร์นโปร ซึ่งชีวิตไม่เหมือนกับช่วงเล่นเยาวชนเลย ทุกบาทต้องหาเอง ออกค่าใช้จ่ายเอง ยิ่งทางบ้านไม่ได้มีทุนเยอะ ทำให้ต้องสอนควบคู่ไปด้วย ได้เข้าไปเล่นในไชน่าทัวร์ ติดท้อปเทน เล่นทัวร์ต่างประเทศได้ เราก็มีความมั่นใจว่าไปได้ จนกระทั่งเอ็นฉีก

บทเรียนราคาแพง : อาการบาดเจ็บ เป็นสิ่งควบคู่กับนักกีฬา เริ่มที่นิ้วโป้งซ้าย น่าจะมาจากการซ้อมบนพรม การซ้อมบนพรมไม่ดีกับนักกีฬาแข่งขันมากๆเพราะใต้พรมมันคือปูนซีเมนต์ มันจะมีแรงสะท้อนกลับมาที่ร่างกายนักกีฬา ซ้อมบนหญ้าจะดีกว่ามากๆ แพทซ้อมเยอะมาก บวกกับวงที่ตอนนั้นวงไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ เลยทำให้เอ็นนิ้วโป้งข้างซ้ายอักเสบจนเรื้อรัง โชคร้ายที่ตัดสินใจผิด เจ็บก็ไม่พัก ใช้วิธีฉีดสเตียรอยด์เข้าเส้นเอ็น ทำให้ยิ่งเจ็บหนัก เพราะไม่ได้เป็นการรักษา แค่ทำให้ไม่เจ็บ ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจ แล้วยังซ้อมหนักเข้าไปอีก ประกอบกับการแพทย์อาจยังไม่พัฒนามากเหมือนตอนนี้, ถ้านักกีฬาบาดเจ็บ ต้องรีบพัก เกินสองอาทิตย์คือเรื้อรัง แพทค้างไว้ 6 เดือน เพราะคิดว่า ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หาย และมีแมทช์แข่งสำคัญที่ต้องทำเงินอยู่เรื่อย ๆ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ๆ พยายามฝืนจนเล่นต่อไปไม่ได้ ต้องถอนตัว ตลอดสองปีใช้นิ้วโป้งข้างซ้ายไม่ได้ ถือขวดน้ำยังลำบาก ไม่มีแรงจะถือ กอล์ฟต้องหยุดตีไปเลย นั่นคือจุดจบในกีฬากอล์ฟของแพทเลย เป็นบทเรียนที่ราคาแพงมากจริง ๆ

ไม่ยอมแพ้ : แต่ช่วงเวลานั้นยังรู้สึกว่า จะกลับมาได้ อาการบาดเจ็บจะหายไป คงกลับมาซ้อมได้ไหว แต่สุดท้ายแล้วมันไม่ได้จริง ๆ ตอนนั้นก็รักษามาทุกทาง ฝังเข็ม จุ่มพาราฟิน ตรวจเอ็มอาร์ไอ ปรึกษาอาจารย์หมอ กินยาที่จัดอยู่ในประเภทป้องกันการชัก เพราะเชื่อว่าระบบประสาทส่วนปลายสั่งการผิดปกติ เอ็กเรย์มาแล้วผลทุกอย่างก็ปกติ แต่มีริ้วรอยเหมือนเส้นเอ็นฉีกขาด น่าจะมาจากโดนเข็มฉีดสเตียรอยด์ การที่ไม่กลับไปเหมือนเดิมได้ 100% ทำให้ไม่สามารถซ้อมหนักเหมือนคนอื่นที่ลงเล่นในระดับแข่งขัน พอซ้อมหนักไม่ได้ นั่นหมายถึงเราไม่สามารถสู้เขาได้เลย พอรู้ว่าแข่งไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เสียใจมาก ถึงแม้จะรู้ว่าความหวังเหลือน้อยแล้ว แต่ก็ยังพยายามอยู่เรื่อย ๆ เพราะรักการแข่งขันจริงๆ

อาชีพจากกอล์ฟ : ปี 2017 แพทเริ่มเจ็บ ก็ได้เริ่มไปทำงานเกี่ยวกับโรงแรมที่พังงา ไปสายทางด้านมาร์เก็ตติ้ง ผู้ใหญ่ใจดีให้ทำงานด้วยและหยุดไปแข่งเวลามีแมทช์ด้วย เดือนละครั้ง เผื่อมันจะได้บ้าง (หัวเราะ) จนหระทั่งแน่ใจจริงแล้วว่าอาการบาดเจ็บเราไม่มีทางหาย ยื้อไปก็ไม่ได้อะไร ทั้งกอล์ฟและงานก็ไม่ได้ทำเต็มที่ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ต้องเลือกถอยจากกอล์ฟ ไม่แข่งอีกต่อไปจริง ๆ ยุติอย่างเป็นทางการตั้งแต่นั้น เลิกทั้งน้ำตา (หัวเราะ) ซึ่งครอบครัวยกให้ตัดสินใจอย่างเต็มที่ เมื่อเป็นอาการบาดเจ็บ ต้องเลิกแข่ง ฝืนต่อไม่ได้ แล้วมีเส้นทางในชีวิตที่เลือกเดินให้ไปได้ต่อ ตราบใดที่ลูกมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางไหน พ่อแม่ให้ลูกเลือกเองเลย

ประสบการณ์ตรง : ชีวิตแพทไม่เคยเรียนเสริม ไม่ใช่สายเรียน แต่เป็นสายเก็บประสบการร์ตรง (หัวเราะ) แต่อยู่กับผู้ใหญ่เยอะ ตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ ก็ไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันเลย เพื่อนของแพทคือผู้ใหญ่ที่รักกอล์ฟ มีทั้ง ผู้พิพากษา เจ้าของบริษัทรถทัวร์ เจ้าของโรงแรม ฯลฯ เป็นคุณอาที่สนิททั้งหมด คอยให้คำแนะนำ คำปรึกษา คำพูด การเรียนรู้ทุกอย่าง ก็ได้จากผู้ใหญ่ในแวดวงกอล์ฟ, เวลาไปออกงานอีเวนท์ มีแข่งพาร์ 3 ได้คุยกับนักกอล์ฟเป็นร้อยคนต่อวัน ยิ่งช่วงบาดเจ็บ แพทลงไปเล่นในงานแบบนี้บ่อย ๆ ได้เจอผู้ใหญ่ทุกแวดวงสาขา ทำให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุย ได้เข้าสังคมแบบนี้เยอะมาก ทำให้ความคิดความอ่านตอนทำงานมันถูกขัดเกลาโดยผู้ใหญ่หลายๆแบบที่กล่าวมา

ผู้จัดฯ : จากนั้นมีโอกาสได้ทำงานกับทรัสต์กอล์ฟ โดยการชักชวนของโปรเท่ห์ (อรินทพล นุชเสถียร) ไม่งั้นคงไม่ได้กลับมาในวงการกีฬากอล์ฟอีก ขอบคุณมากจริงๆ (หัวเราะ) และขอขอบคุณ ดร.ปริญ สิงหนาถ ผู้ก่อตั้ง และเป็นเจ้าของ ทรัสต์กอล์ฟ ที่ให้โอกาสนี้ด้วย มีโอกาสท่านได้พาไป TGWSO (Trust Golf Women’s Scottish Open) ที่สกอตแลนด์ ได้พบกับผู้ใหญ่ระดับสำคัญ ๆ ในวงการกอล์ฟ ทำให้รู้จัก ได้พูดคุยกับคนเยอะ ได้เห็นการทำงานมากมาย วิศัยทัศน์ที่กว้างไกล การบริหาร การวางรูปแบบ เยอะแยะเลย โดยแพทเข้าไปในส่วนของผู้จัด ซึ่งปกติจะอยู่ในส่วนผู้เล่น เชื่อมั้ยว่า มีหลายแมทช์เลยที่ไปยืนดูเขาชิพพัตต์บนกรีน เห็นแล้วน้ำตาไหลหลายครั้ง เพราะคิดว่า หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นเราที่อยู่ตรงนั้น (หัวเราะ)

เปิดรับทุกโอกาส : ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกคนเปรียบเสมือนบานประตูให้กับเราที่อยู่ในห้องสีเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยกำแพง เราอย่าปิดประตูบานไหน เปิดรับให้หมด เพราะถ้าเราผิดบานไหนก็ตาม เราจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าอะไรอยู่หลังประตูบานนั้น เหมือนปิดโอกาสไปตั้งแต่ยังไม่เริ่ม หากเราเปิดไปดูแล้วพบว่าบานนี้เปิดไปแล้วมีแต่เหว เราก็แค่ปิดไว้ ไม่มีอะไรเสีย อย่างน้อยๆเราก็ได้เห็นวิวทิวทัศน์นะ (หัวเราะ) คือมันต้องมีบานที่เป็นโอกาสให้เรา เป็นสิ่งดีๆเป็นโอกาสให้กับเราได้ ทุกคนมีข้อดีไม่ว่าจะเป็นอะไร เราอย่าปิดแค่นั้นเอง, แพท ไม่ได้เติบโตมาแบบ By the book, แพท เรียนอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จาก เอแบค แต่ใช้ชีวิตในการเดินทางเยอะมาก ได้พบปะผู้คนมากมาย การเรียนภาษาอังกฤษช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น พอเราอยู่ในแวดวงนี้ ได้เห็นการทำงานผู้จัดการแข่งขันในระดับอาชีพ ทำให้ทราบเงื่อนไขต่าง ๆ ของการทำงานกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง ฝ่ายผู้จัดต้องการอะไร ฝ่ายสนามต้องการอะไร โดยส่วนตัวแพทชอบที่จะไม่ปิดกาสที่มาไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม

ผู้บรรยายกอล์ฟ : ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเลย จนกระทั่ง ดร.ปริญ บุกเบิกไลฟ์สตรีมมิ่งในช่วงโควิด ให้แพทได้ลองพากย์กอล์ฟทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, แล้วใครสอน? ไม่มี (หัวเราะ) รู้ว่าต้องบรรยายทั้งสองภาษา ก็ไปดูตัวอย่าง ส่วนภาษาอังกฤษก็เปิดดู ฟัง ว่าเขาใช้ภาษาแบบไหน ทำการบ้านเยอะมาก พากย์ไทยแลนด์มิกซ์ราวสองปี, และต้องขอบคุณโปรพาร์ (ศิริวงศ์ สุวรรณศรี) ที่มองเห็นเรา ชวนไป กอล์ฟชาลแนล ไทยแลนด์ แนะนำให้รู้จักกับผู้ใหญ่ แล้วนักพากย์กอล์ฟหญิงในเมืองไทย ก่อนนี้เคยมี แต่ ณ ตอนนี้ไม่มี เลยให้ไปพากย์รายการแอลพีจีเอ ตอนทำใหม่ ๆ กลัวคนวิจารณ์ (หัวเราะ) เพราะเกร็งเหมือนกัน เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็แอบลุ้นว่า ขอให้มีคนชอบ มีคนไม่ชอบสัก 30% ก็พอ (หัวเราะ) พอผลงานออกไปได้รับคำชมบ้างก็รู้สึกโล่งใจ

โอกาสครั้งสำคัญ : ทรัสต์กอล์ฟ มีวิสัยทัศน์และให้โอกาสแพทเยอะมากจริง ๆ มิเช่นนั้นคงไม่ได้มาร่วมงานที่กัซซัน, เราเคยมาจัดกอล์ฟที่นี่หลายครั้ง โดย คุณฟ้า (พรหมพร เอี่ยมจิตเมตตา) ให้โอกาสทีมของเราเข้ามาทำงานในส่วนพัฒนาธุรกิจ เพื่อพัฒนาอาณาจักรของ กัซซัน ขุนตาน ในทิศทางที่ก้าวทันไปกับโลก, ที่นี่ มีสนามกอล์ฟสมบูรณ์พร้อมสรรพ บรรยากาศและวิวทิวทัศน์ ดี ๆ ซึ่งซื้อหากันไม่ได้ ในเมื่อเรามีทำเลทองแล้ว ก็เหลือแค่สรรสร้างขึ้นมา, ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์พัฒนาไปให้ถึงจุดนั้นอยู่แล้ว พอติดต่อเข้ามาคุยกัน ก็เป็นสายงานที่เราถนัดกันอยู่แล้ว การโปรโมต การทำคลิป ทำคอนเทนต์ ก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน งั้นเรามาทำด้วยกันดีกว่า (หัวเราะ) เพื่อพัฒนาที่นี่ให้ไปสู่จุดที่ผู้บริหารต้องการ และเป็นงานของคนเจนใหม่ที่จะก้าวเข้ามาในอนาคต

กัซซัน ขุนตาน : วัตถุประสงค์คือยกให้เป็นสนามและสถานที่ระดับ 5 ดาว ไม่ใช่แค่ในภาคเหนือ หรือในประเทศไทยเท่านั้น เอเชี่ยน อวอร์ด ก็เป็นเป้าหมายของเราเหมือนกัน ทุกคนมีประสบการณ์ในเรื่องจัดแมทช์อาชีพกันอยู่แล้ว ทราบในเรื่องของการบริหารต่างๆ รู้ว่าถ้าจะเป็นแชมเปียนชิพคอร์ส คอนดิชั่นคืออะไร ไม่ว่าคลับเฮ้าส์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และตัวสนามกอล์ฟ, ส่วนฟุตบอล โรงเรียนอินเตอร์ หรือกีฬาอื่น ๆ จะยกมาไว้ที่กัซซันเหมือนกัน เป็นศูนย์รวมกีฬาครบวงจร สามารถผลิตนักกีฬามากขึ้น เพิ่มประชากรเพิ่มอุตสาหกรรมกีฬาในภาคเหนือ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ใกล้เคียง และยังส่งไปถึงต่างประเทศได้ด้วย เรามองเป็นแผนระยะยาว 3 – 5 ปี และ 7 ปี มีกรอบเวลา เพราะมีหลายสิ่งที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นที่นี่ แต่ก่อนอื่นเลยคือการปรับปรุงสนามใหม่ ตอนนี้เริ่มทำที่คอร์สซีก่อน ซึ่งเป็นฝั่งที่ไม่ได้ใช้แข่ง แต่เล่นสนุก วิวสวย และเราจะปรับให้ทั้ง เอ บี ซี เป็นแชมเปี้ยนชิพคอร์สทั้งหมด ขยายระยะให้ยาวขึ้น ขยายกรีนให้ใหญ่ขึ้น พื้นที่โครงการมีมากพอที่จะทำให้ได้ตามข้อกำหนด สามารถจัดแข่งกอล์ฟได้ทุกระดับ รวมถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ คลับเฮ้าส์ โรงแรม ตลอดจนพื้นที่ใช้สอยในระหว่างจัดงาน เช่น การวางเต้นท์ สิ่งอำนวยความสะดวก เราเตรียมสถานที่ให้พร้อมรองรับมาตรฐานของทัวร์นาเมนท์ระดับสากลได้ และการได้จัดงานใหญ่ ๆ ชื่อสนามกัซซันจะเป็นที่จดจำไปอีกนาน ชื่อเสียงของกัซซันจะยังคงอยู่ตลอดไป

โลก (กอล์ฟ) กลม : ต้องขอขอบคุณ “คุณฟ้า” และ “คุณประวิทย์ เริงโพธิ์” เป็นอย่างมาก เพราะย้อนกลับไปตอนที่แพทยังอายุแค่ 7 – 8 ขวบ ก็ได้รู้จักกับคุณประวิทย์แล้ว เพราะท่านไปเป็นที่ปรึกษา เซนต์แอนดรูว์ฯ กรีนวัลเลย์ ระยอง, ตอนนั้นแพทไม่มีทุนไปแข่งจูเนียร์เวิลด์ คุณประวิทย์และคุณชณัฎ ได้ปรึกษากัน จัดแมทช์เพื่อหาทุนสนับสนุนขึ้นมา จึงเป็นผู้ใหญ่อีกท่านที่แพทต้องขอขอบคุณในการให้โอกาส ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ และในวงการกอล์ฟก็รู้จักกันหมด โชคดีที่ไปที่ไหนก็เจอคนรู้จัก มีคนเมตตาให้ความช่วยเหลือมาตลอด ไม่มีทั้ง 2 ท่านในวันนั้น ก็คงไม่มีแพทในวันนี้กับเส้นทางแข่งขันกอล์ฟ

คำสอนสำคัญ : เวลามีอะไรหนัก ๆ เข้ามา จะนึกถึงคำของผู้ใหญ่ที่เคารพท่านนึง เคยพูดกับแพทไว้ว่า สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายหรือแย่แค่ไหนก็ตาม ย่อมเป็นบทเรียน เป็นสิ่งผลักดันให้ชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะมองมุมไหน,แพท ไม่ได้เป็นคนมองโลกสวยนะแต่มองบวก คือถ้าจะดำรงชีวิตตอนเป็นผู้ใหญ่ ต้องคิดแบบนี้จริง ๆ ไม่งั้น ไม่รอด เครียดตาย (หัวเราะ) บางอย่างอาจใช้เวลา ก็ต้องทำใจ เพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ เหมือนกับกอล์ฟ หลุมที่แล้วเพิ่งตีตกน้ำมา ถ้าทำใจยังไม่ได้ หลุมถัดไปจะตียังไง, แพท พูดตอนบรรยายกอล์ฟอยู่บ่อย ๆ ว่า ‘โบกี้นี้ อาจเป็นการปลุกเสือให้ตื่นก็ได้’ ความผิดพลาด อาจสะกิดพลัง สร้างอารมณ์ขึ้นมา แล้วแต่ว่าจะนำสิ่งที่เกิดขึ้น มาดึงชีวิตให้ขึ้นหรือลง คุณอยากอยู่ตรงไหน แล้วแต่คุณเลือกเลย พูดมันดูง่ายนะแต่มันทำยาก

ตัวตน : เป็นลูกคนเดียว จริงๆเป็นคนขี้น้อยใจ คิดมาก รักพวกพ้องเป็นที่สุดใครอย่าได้มาแตะ ตัวเองเป็นคนร้องไห้ง่ายมาก (หัวเราะ) ไม่ได้เป็นคนเข้มแข็งเลย แข็งนอกอ่อนใน เป็นสิ่งที่ตัวเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน ทำให้เสียใจกับอะไรได้ง่ายมาก แต่คนไม่ค่อยรู้หรือรู้เค้าก็จะคิดว่าเราไม่เป็นอะไรเพราะดูเข้มแข็งแข็งแกร่งไรงี้ อาจเพราะอยู่คนเดียวมาตลอด จึงต้องสร้างเกราะให้แข็งแรง ยิ่งเป็นผู้หญิง ยิ่งต้องไม่ร้องไห้ไม่อ่อนแอให้ใครเห็น ซึ่งมันเหนื่อยมากๆ, แล้วยังเป็นคนยิ้มง่าย เข้ากับคนง่าย ไม่ชอบการมีปัญหา หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ไม่ทะเลาะกับใคร มีความอดทนสูง ยิ้มให้กับปัญหาทุกอย่าง, แต่การนิ่งเฉยหรือการหลีกเลี่ยงทีทำ ไม่ได้หมายความว่ายอม คิดแค่ว่าเราเข้าใจเขา ยังทนไหวอยู่ แต่ลึก ๆ ก็เป็นคนไม่ยอมคนเหมือนกัน ถ้าถึงจุดเมื่อไหร่ ‘พร้อมบวก’ (หัวเราะ) ไม่ยอม คือไม่ยอม สัญญาณอันตรายคือ ถ้าเริ่มเงียบ พูดช้าลง แสดงว่าต้องใช้เวลากลั่นกรองคำพูด ถ้าคุณล้ำเส้นมา เราก็ลุยนะ โดยเฉพาะถ้าคุณมาทำคนของเราเพื่อนของเรานี่เราบวกแบบไม่ต้องคิดเลย (หัวเราะ) กล้าได้กล้าเสียค่ะ (หัวเราะ)

กอล์ฟ : ให้นิยามกอล์ฟว่า เป็นกีฬาที่ทำให้แพทได้ออกมาเจอโลกกว้าง พบเจอคนมากมายหลายแวดวง คอยให้คำปรึกษา แนะนำ ให้ความช่วยเหลือ, กอล์ฟ สามารถบอกนิสัยของคนๆนึงได้ ใช้อ่านคนได้ในระดับนึง ใช้ ฝึกนิสัยก็ได้ ฝึกสมาธิได้ ตอบโจทย์ในหน้าที่การงาน ในธุรกิจ แม้ทุกวันนี้จะไม่ได้เล่นอาชีพแล้ว แต่ยังเล่นสนุก ๆ รับแขก รับลูกค้า เล่นกับเพื่อน ถึงจะไม่คมเหมือนก่อน เพราะความละเอียดหายไป บางทีตีไปแล้วถึงนึกได้ว่า ลืมเช็คลมก่อนตี เหมือนกระบี่ที่ไม่ได้ถูกใช้บ่อย มันก็ทื่อได้ แต่ถ้าได้ลับ ก็มั่นใจว่ายังคมฟันขาดได้อยู่ (หัวเราะ) ค่อนข้างมีความเชื่อมั่น แพทเคยแข่งขันมา รู้ตัวดีว่า หากทราบโปรแกรมล่วงหน้า ขอให้ได้ซ้อมก่อน มั่นใจว่าทำได้ ถึงแพ้ก็แพ้อย่างมีศักดิ์ศรี ขอลงไปสู้ตายในสนามรบ ไม่ยอมหลบอยู่หลังบ้านแน่นอน (หัวเราะ)

ดูแลตัวเอง : แพทค่อนข้างเป็นห่วงคนอื่น แต่กลับดูแลตัวเองไม่ค่อยดี จึงต้องพยายามมาก ๆ เพื่อดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ นอกเหนือจากเวลางาน ก็อยู่กับอะไรที่ทำให้เรามีความสุข โชคดีอย่างนึงของการเป็นคนเสียใจกับอะไรง่ายๆก็คือ สิ่งเล็กๆง่ายๆบางอย่าง ก็ทำให้แพทมีความสุขได้แล้วเหมือนกัน, ส่วนทางกาย เหนื่อยก็พัก มีแรงก็ไปต่อ และที่สำคัญ อายุเป็นเพียงตัวเลข เราเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะโสด อยู่คนเดียว อกหัก หรือในสถานการณ์ไหนก็ตาม อย่างหยุดสวยค่ะ