For Golf Trust

กอล์ฟในออสเตรเลียที่ประทับใจ

กอล์ฟในออสเตรเลียที่ประทับใจ

นับเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม ที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส(ส่วนหนึ่ง)ของวงการกอล์ฟของประเทศออสเตรเลีย เป็นช่วงๆเวลา

โดยเฉพาะการแข่งขันในระดับอาชีพ

องค์กรที่ทำงานเพื่อวงการกอล์ฟของออสเตรเลียมีหลายองค์กร

แต่ที่ได้พบเห็น และสัมผัส ในช่วงเวลา 1 ปี คือการส่งเสริมวงการกอล์ฟของรัฐ NSW (New South Wales)

 NSW Golf ทำงานส่งเสริมกอล์ฟทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟอาชีพหรือสมัครเล่น

ส่วนอีกองค์กรหนึ่งคือ WPGA Australia (Women Professional Golf Assosiation Australia)

รับผิดชอบการจัดแข่งขันกอล์ฟอาชีพของผู้หญิง

และในทัวร์นาเม้นท์ของ WPGA องค์กร NSW ก็เข้ามาสนับสนุนในการให้สปอนเซอร์

นอกจากนั้นแล้ว WPGA ยังทำงานประสานงานกับทัวร์ของผู้ชาย หรือ PGA Australia

ทุกต้นปี WPGA ได้จัดสอบคัดเลือกเพื่อให้คนใหม่ หรือคนที่ปีที่ผ่านมาทำเงินรางวัลรวมไม่สูงได้ให้เข้ามาเป็นสมาชิก

นอกจากจะเป็นนักกีฬาของออสเตรเลียแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นานาประเทศเข้ามาร่วมเป็นสมาชิก

ว่าไปแล้วสมาชิกที่เป็นนักกอล์ฟอาชีพของออสเตรเลียอย่างเดียวมีน้อยมาก ประมาณไม่ถึง 50 คน

แต่มีนักกอล์ฟต่างชาติเข้ามาเป็นสมาชิกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ทางอเมริกา ยุโรป และไทยเรา(เพิ่งมีเข้าไปจำนวนหลายคน)

สนามกอล์ฟทั่วออสเตรเลียมีจำนวนมากกว่า 1800 สนาม และมีสนามที่มีกรีนเป็นทรายมากกว่า 400 สนาม และแต่ละสนามมีความยาก ท้าทาย ไม่ซ้ำกัน

จึงไม่แปลกใจที่นักกอล์ฟออสเตรเลียจะเก่ง

ถึงแม้เราจะเห็นว่านักกอล์ฟออสเตรเลียเก่งๆ ในระดับโลกมีหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เกรก นอร์แมน อดัม สก็อต เจสัน เดย์ แครี่ แวบ และลี จินมี เป็นต้น

แต่ปัญหาของนักกอล์ฟออสเตรเลียคือ มีนักกอล์ฟอาชีพน้อย ทั้งๆ ที่ตอนเป็นสมัครเล่นในแต่ละรัฐมีจำนวนทั้งชายหญิงมีจำนวนไม่น้อย

สาเหตุที่นักกอล์ฟอาชีพน้อยทั้งชายหญิง โดยที่คนในองค์กรก็ทราบดี คือ นักกอล์ฟที่เข้าแข่งขันเมื่อได้เงินรางวัลจะถูกหักภาษีแพงมากประมาณ 39-47 %

รวมทั้งปัญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ถึงหิมะไม่ตก แต่ก็เป็นอุปสรรคต่อการจัดทัวร์นาเม้นท์ภายในประเทศ

นักกีฬาคนไหนมีสปอนเซอร์ มีฝีมือหน่อยก็กระโดดไปเล่นเอเชี่ยนทัวร์ ยูโรเปี้ยนทัวร์ และพีจีเอ อเมริกา

นักกีฬาอาชีพทั่วไปส่วนมาก ไม่สามารถเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัวได้จากเงินรางวัล

หลังจากทุกๆต้นปีทำการควอลิฟายเสร็จ ทาง WPGA และ PGA ก็ได้จัดทัวร์นาเม้นท์อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ และทั้งสององค์กรได้ร่วมมือกันทำทัวร์นาเม้นท์ผสมของชายหญิงขึ้นมาเล่นชิงเงินรางวัลรวมกัน แยกแท่นตี และในแต่ละทัวร์ก็มีทัวร์นาเม้นท์ของตัวเองหลังจากผสม แต่เงินรางวัลจะน้อย ทัวร์นาเม้นท์จะไปสิ้นสุดช่วงต้นๆเดือนเมษายน ของทุกปี และจะเว้นว่างไปจัดส่งท้ายแมทช์ใหญ่ คือ ออสเตรเลียนโอเพ่น ซึ่งก็จัดรวมกันครั้งเดียวทั้งชายหญิง แต่ครั้งนี้แยกเงินรางวัลกัน

ช่วงที่เว้นว่างจากทัวร์นาเม้นท์ภายในประเทศ คนที่ไม่ได้ไปเล่นต่างประเทศ ทำอะไร ???

บางคนไปทำงานพิเศษ ทำงานในโปรช็อป ทำงานในสนามกอล์ฟ เป็นพนักงานขายในห้าง ไปทำงานในปั้มน้ำมัน และหลากหลายเพื่อให้มีรายได้ ซึ่งก็มากพอที่จะเลี้ยงตัวได้ และก็เก็บเงินเพื่อฝึกซ้อมและเตรียมลุยเมื่อทัวร์นาเม้นท์เปิดฤดูกาล

ปัญหาเหล่านี้ทางคนในองค์กรรู้ดี จึงพยายามที่จะหาทางออกเพื่อให้นักกีฬาของตัวเองไม่หยุดที่จะแข่งขัน จึงพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์กับสมาคมกอล์ฟอาชีพของต่างประเทศที่มีทัวร์นาเม้นท์เพื่อแลกเปลี่ยนให้ซีทซึ่งกันและกัน

เหมือนที่นักกีฬาผมได้ไปเล่นที่ออสเตรเลียก็เพราะ ทาง WPGA ได้แลกเปลี่ยนกับ TrustGolf ประเทศไทย

อย่างหนึ่งที่ผมชอบและศรัทธากอล์ฟของออสเตรเลีย คือ คนเล่นกอล์ฟ สนาม และคนที่ทำงานเกี่ยวกับกอล์ฟส่วนมาก คือการช่วยส่งเสริมนักกอล์ระดับเด็กและเยาวชน

เริ่มต้นที่เขาสนับสนุนเด็กๆในพื้นที่ให้เล่นกอล์ฟในราคาถูกมาก หรือคิดค่าแมมเบอร์รายปีก็ไม่แพง

ซึ่งแต่ละคนจะต้องลากหรือแบกถุงเอง หรือจะให้พ่อแม่ช่วยทำให้ก็ได้ โดยไม่เสียค่าผู้ติดตาม(บ้าบอ) อะไร

สนามแต่ละสนามจะวนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันให้เด็กๆ ได้มีทัวร์นาเม้นท์อยู่ตลอดเวลา

อย่างทัวร์นาเม้นท์ของ WPGA ทั้งที่เป็นผสมและแยกจัด เขาจะเปิดโอกาสให้เยาวชนมือดีๆ ที่ผ่านการคัดเลือก ที่เป็นสมาชิกของสนามหรือเด็กในพื้นที่ หรือที่ชนะมาจากรายการไหน ได้เข้ามาเล่นกับโปรเป็นจำนวนมาก

ในทัวร์นาเม้นท์ผสม 4 วัน 2 วันแรกจะมีจำนวนนักกอล์ฟเต็มจำนวน 144 คน

พอ 2 วัน หลังจากตัดตัวจะเหลือนักกอล์ฟอาชีพเพียง 50 คน แล้วจัดแพริ่งให้นักกอล์ฟอาชีพเล่นกัน 2 คน แล้วให้นักกอล์ฟเยาวชนมาร่วมด้วยก๊วนละคน มีถ้วยรางวัลให้กับนักกอล์ฟเยาวชน รวมเป็นประมาณ 60 กว่าคน

รวมทั้งให้โอกาสนักกอล์ฟกลุ่มพิการมาร่วมด้วย(จัดกลุ่มแยกแต่จัดกลุ่มแทรกกับการแข่งขัน)

เมื่อมีทัวร์นาเม้นท์ นักกอล์ฟที่มีรายชื่อสามารถเข้าไปซ้อมในสนามได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ก่อนแข่งล่วงหน้า 2-3 วัน จะมีโค้ชจะมีผู้ปกครอง ญาติ เพื่อน คนดู เดินตามเข้าไปในสนามด้วยกันอย่างใกล้ชิด ไม่มีการห้ามแต่อย่างใด เอาใครมาเป็นแคดดี้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้

วันแข่งขันจะมีสมาชิกของสนาม ส่วนมากอายุมาก ซึ่งล้วนแล้วแต่คนรวยทั้งนั้น เข้ามาช่วยในตำแหน่งต่างๆ เช่น เก็บลูก จัดการในสนามไดร์ฟ ปล่อยตัว เป็นโฟว์แคดดี้ ยกป้ายเตือนให้คนเงียบ บริการอาหารเครื่องดื่ม และอื่นๆ อย่างเต็มใจ ทักทายนักกอล์ฟแบบเป็นกันเอง ดูแล้วเขามีความสุขที่ได้ทำอะไรๆให้การแข่งขัน

สิ่งที่เขาทำกันอย่างนี้ ก็เพื่อต้องการให้มีฮีโร่ในวงการกอล์ฟเกิดขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนมาเล่นกอล์ฟเพิ่มมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรมกอล์ฟของเขา…ซึ่งเป็นความคิดที่มีวิสัยทัศน์มาก

สังเกตุคนที่ทำงานในสนามกอล์ฟแต่ละสนาม มีจำนวนไม่มาก แต่ละสนามตั้งแต่ผู้จัดการ คนครัว คนทำสนาม คนดีแลรถกอล์ฟ ในสนามไดร์ฟ มี 10-15 คน แคดดี้ไม่ต้องมี ทุกคนมีเงินเดือนสูง แต่ต้องทำงานหลายอย่าง

แล้วเมืองไทยเราเล่า…เพื่อเงินทุกอย่าง วิสัยทัศน์อะไรไม่รู้จัก อย่ามาพูดถึง จะเล่นก็เล่น ไม่เล่นก็ไม่ต้องมา

อนาคตจะเป็นอย่างไรช่าง…แ…งมัน

ฉันทำธุรกิจ มีรายจ่ายมาก ฉันต้องจ้างคนเยอะ (มากมายแต่เงินเดือนคนละนิด แทบไม่พอเลี้ยงครอบครัว)

นักกอล์ฟเราจะเก่งได้ พ่อแม่ก็ต้องทำกันเอง เสียเงินกันมากๆ ไม่มีเสียก็เลิกเล่นไป

ก็มีบ้างที่บางสนามให้เล่นโดยไม่เสียกรีนฟี แต่ต้องจ่ายค่าแคดดี้ และต้องทิป ครั้งหนึ่งก็ต้องมีพันบาท อยากจะเก่ง อาทิตย์หนึ่งต้องเล่นสัก 2-3 วัน ก็ต้องมี 2-3 พันบาท เดือนหนึ่งๆก็เป็นหมื่นที่ต้องจ่ายให้แคดดี้

พูดไปก็เครียดนะ รอเมื่อไรได้ทำสนามเอง หรือบริหารสนามเอง จะทำให้ดู ทำไมมันจะไม่ได้ มันจะสูญเสียอะไรหนักหนา(สักวันมันจะต้องมีได้น่า)

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์