Sport for Life

ชีวิตที่เลือกได้

ชีวิตที่เลือกได้

ตอนนี้ครูไก่มองว่าวงการกีฬาไทยกำลังเชิดหัวขึ้นด้วยแรงผลักของกระแสของกองเชียร์ที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด เพราะบางช่วงที่กระแสวงการกีฬาไทยเกือบจะจมดิ่งสู่เมืองบาดาลพาลจะเซ็งกันทั้งประเทศก็ทักจะมีมนุษย์บางท่านที่กล้าออกมาทำงานนอกกรอบหรือผิดพลาดจากวิธีปฏิบัติเดิมๆ ที่ทำกันมา เล่นเอาวงการกีฬาไทยกลายเป็นงานที่เฉิดฉายเคียงบ่าเคียงไหล่กับกีฬาดังๆ ในประเทศซีกโลกอื่นๆ ก็ใครจะไปนึกว่าในกระบวนการของกีฬาการต่อสู้จะเป็นอะไรก็ช่างมันจะไปสู้กับมวยสากลคู่เอกๆ ที่เคยผ่านสายตาคนทั้งโลกมาก่อนหน้า ลองไล่เรียงมาสมัยเมื่อครูไก่เป็นเด็กมวยสากลที่ดังที่สุดก็ต้อง มูฮัมหมัด อาลี, โจ ฟราเซีย, จอร์ช โฟร์แมน ไล่เรียงมาถึงเวลาของนักชกร่วมอาเซียนเรานามว่า “ปาเกียว” ที่ดังทะลุฟ้า แต่นั่นกว่าจะดังถึงระดับที่เรารู้จักมันก็จะมีเรื่องราวมาก่อนหน้ากันเป็นปีๆ….

เพราะการปูทางวางรากฐานของนักต่อสู้ที่อยากจะปั้นบางคนก็สดใส บางคนก็ไปไม่รอดเล่นเอาขาดทุนกันป่นปี้เป็นหนี้สินกันบานเบิก… แต่กับมวย ONE มันตรงกันข้ามเพราะมวยรายการนี้เขาขายความชัดเจนของการจัดการที่มีระบบ บางทีมวยระดับพื้นๆ พอนำมาขึ้นสังเวียนของ ONE กลับเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดคนทั้งโลกให้หันกลับมาดูมวยไทยกันในรูปแบบของ ONE แบบนี้ถ้าไม่ใช่จัดกีฬาด้วยสมองแล้วจะใช้คำพูดอะไรมาแทนที่ให้เข้าใจได้แบบนี้ครับ…

อีกชนิดกีฬาที่คนไทยเราต้องภูมิอกภูมิใจกับเธอเหล่านั้นที่ออกไปสร้างผลงานในดินแดนที่เรียกว่าเมื่อก่อนแค่คิดยังไม่อยากคิดเลย… แต่เดี๋ยวนี้นักวอลเล่ย์บอลชาวไทยที่ออกไปตะลุยแข่งในต่างแดน แล้วไปอยู่ในสโมสรดังๆ ทั้งยุโรป เอเชีย โดยเฉพาะเอเชียสาวไทยไปกันเพียบ แล้วไปเป็นกำลังหลักอยู่เกือบจะทุกทีมที่เราสังกัดอยู่ โดยเฉพาะเซ็ตเตอร์นามกระเดืองที่เล่นเอาคนเกาหลีหลงใหลกันทั้งประเทศ แต่อีกคนที่ออกไปเล่นในดินแดนที่ถือว่าถ้าใครได้ไปเล่นมันต้องแจ๋วจริงๆ เห็นไหมครับว่าการที่คนเราจะคิดอ่านอะไรสักอย่างหากรู้จักคิดรู้จักทำอย่างมวย ONE หรือรู้จักตัวตนอย่างนักสู้สาวไทยของทีมวอลเล่ย์บอล แบดมินตัน กอล์ฟ ฯลฯ เราจะอยู่ในวงการได้อย่างภาคภูมิและสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้กันทั้งชาติ…

ครูไก่