คุยกับ ดร.อมร (จากแดนไกล)
คุยกับ ดร.อมร (จากแดนไกล)
เมื่อเกือบสองปีก่อน มีคอลัมน์ คุยกับ ดร.อมร ที่เขียนโดย ดร.อมร นันทวะกุล สุดยอดคุณพ่ออีกท่าน ที่ทุ่มเทเกินร้อยให้กับกีฬากอล์ฟสำหรับลูก ๆ จากเดิมที่คุณพ่อเคยอยู่ในแวดวงฟุตบอลมาพักใหญ่ พอถึงคราที่ลูกสาวทั้งสองเกิดอยากเล่นกอล์ฟ ท่านก็ผันตัวเองมาสู่แวดวงกอล์ฟอย่างเต็มตัวในช่วงเวลาไม่นานนัก และด้วยความเป็นผู้ที่ศึกษาวิชาทางด้านกีฬามาอย่างล้ำลึก จนจบปริญญาเอก การจัดการกีฬา จาก ม.เกษตรศาสตร์ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ท่านได้วางแผนชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ให้กับลูก ๆ โดยใช้กีฬากอล์ฟ เป็นแกนสำคัญในการพัฒนาชีวิต จนเมื่อท่านได้เดินทางไปปักหลักอย่างถาวรที่อเมริกา คอลัมน์นี้ก็ห่างหายไปตามภาระหน้าที่ และหลังจากที่ชีวิตเริ่มลงตัวมากขึ้น ดร.อมร ก็บอกว่า พอมีเวลาที่จะเล่าเรื่องราวให้เราฟัง ถึงกิจวัตรต่าง ๆ ที่ได้ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน กับการเป็นครอบครัวนักกอล์ฟไทย ที่ตัดสินใจย้ายไปตั้งรกราก เพราะอยากให้ลูก ๆ ได้อยู่กับกอล์ฟ ในแบบที่เด็ก ๆ ต้องการ… ฉบับนี้จึงขอเริ่มนำเรื่องที่ท่านเขียนมาให้อ่านกันเป็นประเดิม และหากเข้าที่เข้าทาง ก็จะบรรจุเข้าสู่คอลัมน์ให้ได้ติดตามกันเป็นประจำนะครับ…
“สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมกลับมาอีกครั้งในรอบหนึ่งปีครึ่ง ที่หายไปไม่ได้ไปไหนนะครับเพียงแค่ย้ายครอบค รัวไปอยู่ที่อเมริกา เมื่อกลางปี 2022 ลูกสาวผมได้มีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกอล์ฟเยาวชนที่อเมริกา เช่น รายการ World Star Championship ที่ Las Vegas, IMG Junior World และ FCG International 2022 ที่เมือง San Diego ประเทศอเมริกา แข่งขันอยู่ประมาณเกือบสองเดือน เกิดติดใจ อยากอยู่ต่อ เด็ก ๆ บอกมีความสุขมาก อากาศดี สนามกอล์ฟสวย ที่เที่ยวเยอะ ผมจึงหาลู่ทางอยู่ที่นี่ไปเลย และได้มาลงทุนร่วมกันกับรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่เปิดร้านอาหารไทยในซานดิเอโก ซึ่งร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยที่นักกอล์ฟเยาวชนไทย จะต้องมาแวะรับประทานอาหารกัน ผมเองกับครอบครัวก็เคยมาทานอาหารที่ร้านนี้ทุกปีที่มาแข่งขัน อยู่ใกล้กับสนาม ที่แข่ง IMG Junior World ทั้ง2 สนาม คือ The Heights Golf Club และ Rancho Bernardo Inn”


“ปัจจุบันนี้ผมก็อยู่ที่นี่ได้เกือบปีครึ่งแล้ว ทุกอย่างเริ่มลงตัว พาลูกซ้อมกอล์ฟเกือบทุกวัน หยุดเฉพาะวันอาทิตย์ซึ่ง เป็นวันครอบครัว เด็ก ๆ มีความสุขมาก ชอบไปโรงเรียน เพราะมีเพื่อนเยอะ และที่สำคัญไม่มีการบ้าน 555 ลูกคนโตน้องแพรี่ ตอนนี้อยู่เกรด 5 คนเล็กน้องมิลลี่ อยู่เกรด 1 หลังเลิกเรียนเด็ก ๆ จะขอเวลา 1 ชั่วโมงไปเล่นในสวนสาธารณะกับเพื่อน ๆ หลังจากนั้นจะไปซ้อมกอล์ฟ 2 – 3 ชั่วโมง”
“ผมและลูก ๆ ชอบที่นี่ เพราะได้ประหยัดเวลาสำหรับการเดินทางไปถึง 3 – 4 ชั่วโมงต่อวัน ระยะเวลาจากบ้านไปสนามกอล์ฟและโรงเรียนใช้เวลาประมาณแค่ 5 นาที ซึ่งในระยะไม่เกิน 5 – 10 กิโลเมตร มีสนามกอล์ฟถึง 5 สนาม เด็ก ๆ สามารถเลือกออกรอบในสนามกอล์ฟได้หลายแห่ง และที่สำคัญมีโครงการสนับสนุนเยาวชนนักกอล์ฟ ออกรอบหลังบ่ายสอง ราคาแค่ 5 เหรียญ หรือประมาณ 180 บาท ต่อ 18 หลุม ทั้งประเทศอเมริกา กว่า 1,000 สนาม ที่นี่ไม่มีแคดดี้ ไม่จำเป็นต้องใช้รถ เด็ก ๆ ลากถุงกอล์ฟเอง เรียนรู้ กลบทราย ดูไลน์ รับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง สนามกอล์ฟที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นสนามในหมู่บ้าน สร้างเพื่อการพัฒนาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ บ้านเกือบทุกหลังติดกับสนาม การเข้าถึงกีฬากอล์ฟเป็นเรื่องที่ง่ายดายไม่มีพิธีรีตองมากนัก ไม่ต้องเดินทางไกล แค่หลังบ้านก็เล่นได้แล้ว ผู้อยู่อาศัยมีทั้งคนหนุ่มสาว คนแก่ เด็ก ๆ ก็สามารถเล่นด้วยกันกับผู้ใหญ่ได้”
“มีโครงการสนับสนุนเยาวชนนักกอล์ฟที่น่าสนใจหลายโครงการ เช่นออกรอบเพียงเดือนละ 10 เหรียญหรือประมาณ 350 บาทต่อเดือน ก็สามารถตีในสนามกอล์ฟชื่อดังได้เช่น Torrey Pines, Balboa Park และ Mission Bay ช่วงหลังบ่ายสอง กี่วันก็ได้ภายในหนึ่งเดือน นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ผมย้ายครอบครัวมาอยู่ที่อเมริกา ผมได้มีที่อยู่กับลูก ๆ อย่างมีคุณภาพมากขึ้น มีเวลาพาเด็ก ๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน อากาศ อาหารการกิน คุณภาพชีวิตที่ดี


ในอนาคตอันใกล้สำหรับ ลูกสาว ยังมีทุนเรียนฟรี ทุนการศึกษาในมหาวิทยาลัย ไว้ในโอกาสหน้าผมจะมาคุยเรื่องราวทุนเรียนฟรีให้ฟัง วันนี้ขออนุญาตจบเรื่องไว้เท่านี้ก่อน แล้วค่อยพบกันใหม่ในครั้งต่อไปครับ” (โดย ดร.อมร นันทวะกุล)
คอยติดตามเรื่องราวครอบครัวนักกอล์ฟเยาวชนไทยในต่างแดนในโอกาสต่อไปกันนะครับ
Mr.A

