Sport for Life

เสียเหลี่ยมลูกกำนันจริงๆ

เสียเหลี่ยมลูกกำนันจริงๆ

ในสายของคนกีฬาที่วันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า “ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของคนไทยเกิดเป็นข่าวที่ไม่น่าเป็นไปได้” นั่นคือการทำการละเมิดทางเพศต่อเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ว่ามันจะเป็นการสมยอมหรือไม่ก็ตาม คิดถึงวันที่เขากลับมาจากกีฬาโอลิมปิกและในมือมีเหรียญทองที่เขาคว้ามาได้ โดยเฉพาะเป็นมนุษย์ไทยคนแรกที่ทำได้ คาดว่าในช่วงห้วงปีนั้นเขามีเงินไหลเข้าสู่กระเป๋าตัวเองคาดว่าได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ชั่วโมงนั้นอะไรก็ต้อง “เจ้าบาส” คนเดียวเท่านั้นโดยเฉพาะฉายา “ไม่ได้โม้” มันยังตอกย้ำความเป็นสุดของมนุษย์จาก “ขอนแก่น” คนนี้ ความจริงครูไก่เองเคยเจอ “คู่หูดูโอ้” อย่างสมรักษ์กับเขาทรายสมัยที่เคยทำรายการทีวีร่วมกัน ส่วนชื่อรายการบอกตรงๆ จำไม่ได้จริงๆ โดยรายการจะมีการแข่งขันของเด็กๆ ด้วยกันแล้วก็มีของรางวัลติดไม้ติดมือกันไป รายการนี้ดูว่าโดยรวมจะขายความเป็น “ฮีโร่ทั้งคู่” เสียมากกว่า เพราะทาง “เขาทรายกับสมรักษ์” ต่างก็เป็นฮีโร่ในดวงใจของคนไทยทั้งประเทศต่างกันก็เพียงเป็นสายอาชีพและสมัครเล่นเท่านั้นเอง…

จากนั้นมนุษย์โอลิมปิกคนนี้ก็ดูจะเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในแวดวงอบายมุขทั้งหลายทั้งปวงอยู่เป็นนิจศีล แต่จะอะไรก็ช่าง “โม้อมตะ” ก็รอดมาครั้งแล้วครั้งเล่ากับงานที่เข้ามาแล้วแต่ละงานมันเจียนไปเจียนอยู่แทบทั้งสิ้น สุดท้ายปลายทางต้นสังกัดอย่าง “ราชนาวี” ก็ต้องปล่อยตัวจากกองทัพเรือไปเหมือนกัน ส่วนจะด้วยเหตุผลใดก็ช่างสรุปว่าเขากลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีดีกรี “เหรียญทองโอลิมปิกพ่วงท้าย” มาด้วยเท่านั้นเอง ในยามที่เขารุ่งเรืองผมเคยเห็นร้าน “หมูกระทะ” ของเขาอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ออกในเชิงธุรกิจเหมือนกัน…

คนอย่าง “โม้อมตะ” คนนี้หากมีใครสักคนจะนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตก็คงไม่ยากเย็นอะไร หากแต่คนที่เข้ามาหาเขาด้วยไอเดียและความคิดที่ดี หากเป็นการจัดการกับงานที่แสนจะกระจอกงอกง่อยเสียเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้ “ฮีโร่โอลิมปิก” ของเราจึงตกอยู่ในสภาพที่เรารู้กันเวลานี้ นี่ถ้าหากตัวเขาเองสมัยที่รุ่งเรืองก่อนหน้านี้เอาความสามารถไปเปิดตลาดการต่อสู้ที่เรียกว่า “มวยไทย” ไปสู่โลกตะวันตกป่านนี้คงกลายเป็น “โคตรฮีโร่” ก็ว่าได้ แต่เสียดายที่เขาคิดและทำช้าไป เพราะถ้าจะออกไปทำอะไรในยุโรปหรืออเมริกาแต่ถ้าเขายังไม่สามารถสลัดความผิดที่คอยหลอกหลอนเขาในตอนนี้ออกไปได้ อนาคตเขาก่อนเพราะคนในอีกซีกโลกการทำผิดพลาดแบบนี้การให้อภัยจากสังคมบอกได้ว่ามันยากกว่าเรามากนัก…

แต่ก็อย่างว่าแหละครับในอีกแง่มุมของคดีมันมักมีซอกเหลือบที่น่าค้นหาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะตามกฎหมายของเราใครก็ตามที่อายุต่ำกว่า 20 ปีห้ามเข้าในสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีเช่นนี้ ไอ้ส่วนที่เขาไปได้อย่างไรใครจะผิดจะถูก “สมรักษ์”จะต้องแก้ปมชีวิตครั้งนี้ให้ได้เพราะถึงแม้จะแสดงเหตุและผลในการต่อสู้ในศาลให้ท่านเชื่อได้ว่าเขาไม่ได้รับรู้มาก่อนว่า “อายุกับสายตา” ที่เขาเห็นมันจะส่งผลขนาดนี้กับชีวิตเขา “โม้อมตะ” อาจชนะในชั้นศาลแต่ประเด็นอายุ “17” ไม่มีทางต่อสู้จริงๆ จากที่เคยเตะกระสอบทรายให้เด้งมาแต่ตอนนี้ “สมรักษ์” กลายเป็นกระสอบทรายให้ “อีหนูอายุ 17 “ เตะดังเป็นลูกชิ้นนายใบ้เสียแล้ว…สงสารก็สงสารแต่กฎหมายมันเขียนไว้ชัดเจนว่า “ห้ามเด็ดขาดกับเด็ก” ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม …..

ครูไก่