นิศารัตน์ ฉายมงคลชัย

นิศารัตน์ ฉายมงคลชัย
ผู้จัดการอาวุโส
ฝ่ายการตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
adidas (Thailand) Co., Ltd.

“เกือบต้องเป็นสาวโรงงานไปแล้วล่ะค่ะ” คุณ “รัก” Working Woman ตัวจริง เอ่ยถึงความพลิกผันในอดีตก่อนที่จะเดินหน้าหาโอกาสในชีวิต จนก้าวมาถึงบทบาทของหญิงเก่งนักการตลาดที่แคล่วคล่องอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

ที่บ้านคุณรักเป็นโรงงาน เมื่อเรียนจบบริหารธุรกิจจากเอแบค ก็ได้เริ่มงานกับครอบครัว ป๊าให้ทำงานอะไรก็ทำได้หมด เงินเดือนที่ได้รับก็เก็บเข้ากระเป๋าเต็มๆ เพราะไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลย ไปไหนก็ให้ป๊าจ่าย กินข้าวบ้าน นอนที่บ้าน… แต่มาเสียอยู่ตรงที่.. “ป๊า… รักไม่มีสังคมเลยอ่ะ” เพราะวันๆ ได้แต่อยู่ในโรงงาน สมัยนั้นโซเชียลก็ยังไม่มี “ป๊า… รักขอไปสมัครงานที่อื่นบ้างนะ” ซึ่งป๊าก็ใจดี ยอมให้เธอไปลองสมัครงานตามที่ต้องการ เพราะรู้ว่า การมีสังคมจะช่วยต่อยอดให้กับธุรกิจในอนาคตได้

คุณรักในวัยเด็กชอบเล่นลุยๆ ยิ่งได้น้องชายอีกสองคนมาเป็นลูกคู่ เลยยิ่งทำให้เล่นซนเหมือนกับเด็กผู้ชายไม่ผิดเพี้ยน ทุกวันเสาร์คุณพ่อจะนำทีมทุกคนไปเล่นแบดฯ ส่วนคุณแม่ก็คอยสนับสนุนให้เล่นกีฬา จับทุกคนไปว่ายน้ำ ไม่บังคับให้เป็นนักกีฬาเพื่อไปแข่งขัน แต่ทุกคนต้องเล่นกีฬา แล้วลูกๆ ก็สนุกกับการเล่นกีฬา เป็นกิจกรรมโปรดของที่บ้านกันทุกคน

คุณรักเรียนรู้กีฬาชนิดต่างๆ ได้เร็ว เล่นได้เล่นเป็นหลายประเภท ยิ่งถ้าเอาจริงเอาจังก็มักจะทำได้ดี และยังชอบติดตามกีฬา ดูเป็น เข้าใจกติกา ถึงแม้ว่าจะไม่เล่นเอง ก็คอยตามชมตามเชียร์ ไม่ว่าจะเป็นสนุกเกอร์ หรือแม้กระทั่งอเมริกันฟุตบอล เธอก็ยังเป็นแฟนตัวยง รวมถึงชนิดอื่นๆ อีกด้วย

ก่อนหน้าจะมาทำงานด้านธุรกิจกีฬา คุณรักเคยทำงานด้านการตลาดกับบริษัทรถยนต์มาก่อน เป็นงานที่ท้าทายความสามารถ ได้ดูแลในเรื่องงานประชาสัมพันธ์ ทำงานทั้งหนักทั้งเหนื่อยแต่สนุก อย่างการจัดงานมอเตอร์โชว์ ก็ลุยกันแบบลืมเหนื่อยว่าตัวเองเป็นหญิง ต้องช่วยกันตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนถึงปิดงาน

ความท้าทายอย่างหนึ่งของการทำงานด้านการตลาด คือการแก้ปัญหาตามโจทย์จากสินค้าที่มีในแต่ละปี ต้องมาคิดแผนเพื่อโปรโมทสินค้าให้ลูกค้ารู้ว่า เรามีสินค้าอะไร มีดีอะไร จุดขายของเราคืออะไร คุณรัก เคยร่วมจัดงานใหญ่ระดับสากลที่เรียกว่า Land Rover G4 Challenge ซึ่งจะจัดแข่งไปตามประเทศต่างๆ ปีนั้นเริ่มต้นจากประเทศไทยที่สนามหลวง ขับไปทางภาคอีสาน ข้ามชายแดนไปเวียงจันทร์ วังเวียง หลวงพระบาง ซึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน การเดินทางยังไม่สะดวกสบายนัก หน้าที่ของคุณรักคือ ต้องเซอร์เวย์เส้นทางทั้งหมด พร้อมทั้งคอยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อให้ลูกค้าทุกคนอยู่กันได้อย่างมีความสุข เดินทางปลอดภัย พร้อมกับได้อรรถรสในการขับขี่ไปด้วย เป็นงานที่ยากและท้าทาย เช่น เมื่อคณะจะแวะพักในสถานที่ที่ไม่มีความพร้อมใดๆ เลย เธอและทีมงานต้องลงไปเคลียร์พื้นที่ ถึงขนาดต้องลงมือล้างห้องน้ำกันเองก่อนคณะคาราวานจะเดินทางมาถึง ทำทุกอย่างเพื่อให้งานราบรื่น จนเมื่อจบงานก็ได้รับคำชมบนเวทีเลย ว่าสามารถจัดงานได้เรียบร้อย ทั้งๆ องค์ประกอบที่จะทำให้สมบูรณ์นั้นยาก นั่นคือความประทับใจอย่างหนึ่งในชีวิตการทำงานในช่วงนั้น

การได้ก้าวเข้ามาร่วมงานกับ อดิดาส ประเทศไทย นับเป็นความโชคดีอีกครั้งในชีวิต เพราะด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ใกล้เคียงกับที่คุ้นเคย และยังมีทีมที่ดี ทุกคนปรับตัวในการทำงานอยู่ร่วมกันได้ดีมาก แล้วลักษณะของการทำงานแบบตะวันตกจะเปิดกว้างให้ทำงานในรูปแบบที่คิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องทำตามแบบนั้นแบบนี้ เขามีแค่โจทย์มาให้ว่าต้องการจะไปให้ถึงอะไร ส่วนวิธีการที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จนั้น เปิดกว้างให้เราได้คิดหาวิธีกันเอง เพราะบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลก เขาทราบดีว่า แต่ละภูมิภาคย่อมมีวัฒนธรรมที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไป

คุณรักเสริมว่า… “การทำงานกับบริษัทที่เปิดกว้างทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ด้วยวิธีของตัวเอง ถ้าหากเรามีความคิดอะไรก็สามารถนำเสนอให้ผู้บริหาร ทำให้ทุกคนมีโอกาสได้ใช้ความคิดในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ มิได้เป็นการรับฟังคำสั่งแค่เพียงอย่างเดียว เป็นการให้กรอบกว้างๆ แล้วเราก็อยู่ในกรอบบ้างหรือบางครั้งไม่อยู่บ้างก็ได้ ถ้าสมเหตุสมผล เช่น เรามีการจัดคอร์สภาษาอังกฤษที่คิดขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับองค์กร เราคิดกันแล้วว่าในการทำงานนั้นควรจะเรียนรู้อะไรบ้าง อะไรจำเป็น อะไรไม่จำเป็น ใครอยากรู้เรื่องอะไรบ้าง เพื่อนำไปใช้งานได้จริงๆ เป็นการยกระดับความรู้ความสามารถของพนักงาน ซึ่งหลักสูตรแบบนี้ไม่มีสอนตามสถาบันทั่วไป การเปิดกว้างให้กับการทำงานเช่นนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้คือ การเติบโตและความก้าวหน้าขององค์กรนั่นเอง”

“ประเทศไทย มีความได้เปรียบในเรื่องของภูมิศาสตร์ เมื่อดูในภูมิภาคนี้จะเห็นว่าเราเหมาะที่สุดที่จะเป็นศูนย์กลาง ทั้งความพร้อมในด้านการขนส่งและทำเลที่ตั้ง อัตราการขยายตัวของประเทศกลุ่มนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และประเทศเรายังมีวัฒนธรรมร่วมมากกว่า ทำให้บริษัทแม่เล็งเห็นความได้เปรียบนี้จึงตั้งให้สำนักงานใหญ่ของภูมิภาคนี้ขึ้นที่ประเทศไทย แล้วค่อยๆ โตขึ้นจากที่นี่ออกไป เป็นการลงทุนที่มองการณ์ไกลไปถึงอนาคตของผู้บริหาร”

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ได้รับโอกาสให้ไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นการไปเรียนรู้หาประสบการณ์กับประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากบ้านเรามาก โดยเฉพาะในเรื่องการทำงาน ซึ่งเขาทำกันแบบรับผิดชอบหน้าที่ใครหน้าที่มันอย่างชัดเจน “เราเองก็ไม่ชินกับวิถีแบบนี้ ต้องอาศัยเวลาในการปรับตัว ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก เข้าใจแต่ไม่ชอบ แต่จะให้ยอมแพ้แล้วกลับบ้านเลยก็ทำไม่ได้ เมื่อตั้งใจเดินหน้าแล้วก็ขอเดินต่อไป จนในที่สุดก็อยู่จนครบกำหนดตามที่ตั้งใจไว้”

คุณรัก รู้กับกับกอล์ฟครั้งแรกตั้งแต่เมื่อยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับกีฬานี้เลย แต่ก็ประทับใจ ปนสงสัยและทึ่ง เมื่อกลุ่มเพื่อนๆ ที่เล่นกอล์ฟ เจอกันเมื่อไหร่ต้องคุยกันแต่เรื่องกอล์ฟอย่างไม่รู้เบื่อ แถมยังบรรยายแต่ละช็อตของตัวเองได้ละเอียดว่าตีไปยังไง ลูกตกตรงไหน หลุมไหนได้เบอร์ดี้ หลุมไหนออกพาร์ มิหนำซ้ำ ยังจำได้อีกว่าในก๊วนทุกคนตีแต่ละช็อตยังไง ได้คะแนนกันเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากสำหรับเธอ จนสงสัยว่า อะไรถึงทำให้คนเล่นกอล์ฟจำกันได้แม่นถึงขนาดนั้น

จนกระทั่งเพื่อนเริ่มชวนให้ไปลงทะเบียนเรียนกับโปรเป็นเรื่องเป็นราว แต่แค่พอถึงชั่วโมงที่สองก็พอดีเปลี่ยนงาน ทำให้ต้องหยุดเรียนไปโดยปริยาย หันมาใช้วิธีครูพักลักจำ แล้วก็ได้ออกรอบครั้งแรกเป็นสนามไนท์กอล์ฟ ไปเป็นก๊วนใหญ่เขาแบ่งทีมแข่งกัน “เราก็ไปเป็นตัวแถม” ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเล่นกอล์ฟกลางคืนยากกว่ากลางวัน รู้แค่ว่าสนุกมาก ตีโดน ตีได้ เล่นไปแบบไม่คิดอะไรเลย พอเล่นจบ    เตรียมตัวจะกลับบ้านก็มีคนมายื่นเงินให้ พร้อมกับบอกว่า ทีมรักชนะ.. “ดีใจมากเลย เล่นกอล์ฟครั้งแรกก็ได้ตังค์แบบงงๆ ถึงจะยังได้เล่นน้อยไปหน่อย แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่ออกรอบแล้วไม่สนุก”

“กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ถ้าเราทำงานวงการกอล์ฟ แล้วไม่รู้เรื่องกอล์ฟเลยคงทำงานตรงนี้ลำบาก รักจะบอกทุกคนเสมอว่า รักไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกอล์ฟที่จะมาถามคำถามทางเทคนิคแล้วจะตอบได้ทุกเรื่อง แต่รักมีมุมมองของความเป็นผู้หญิงที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าเป็นยังไง จะใช้วิธีไหนเข้าหาลูกค้า แล้วเราก็มีความรู้พื้นฐานในฐานะคนเล่นกอล์ฟ คนเล่นกีฬาจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการทำงานในสายอาชีพนี้”

หลายๆ คนมักจะบอกว่า รัก มีบุคลิกคล้ายผู้ชาย ไม่จู้จี้จุกจิก ขอแค่ถึงเวลางานต้องเป็นงาน แต่ถ้าเสร็จงานแล้ว เล่นเป็นเล่นไม่มีปัญหา แล้วในแต่ละปีก็ต้องขอเวลาพักยาวๆ สำหรับการออกไปเปิดหูเปิดตา ไปเจอสิ่งใหม่ๆ เปิดโลกทัศน์กันบ้าง ซึ่งโลกโซเชี่ยลสมัยใหม่ก็ไม่ทำให้ถึงกับตัดขาดจากโลกภายนอก แล้วก็ทำให้มีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำได้บ้าง ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนในโลก ไม่ใช่เป็นการพักผ่อนแค่เพียงอย่างเดียว เป็นการเรียนรู้หาประสบการณ์ คืนกำไรให้ชีวิตตัวเองด้วย

“การรักงานที่ทำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเมื่อรักแล้ว ทำได้หมด ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ งานอะไร ของใคร ก็ไม่เกี่ยง ขอให้ได้ผลลัพธ์ที่เราพอใจออกมา เราไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องมีทีมงาน มีคนที่คิดและเข้าใจเหมือนเรา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ การทำให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน ต้องให้รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร เราต้องจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ทั้งกับทีมงานเองและคนที่มาเกี่ยวข้อง ทำให้เขาเห็นภาพก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง เห็นว่าระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้น แต่ละคนมีหน้าที่อะไร ต้องทำอย่างไร แล้วก็ไม่ใช่แค่เห็นภาพของตัวเองเท่านั้น ต้องเห็นภาพใหญ่ เห็นภาพรวม”

ก่อนจะจบบทสนทนา คุณรัก ได้ให้ข้อคิดที่น่าฟังว่า

“คุณอาจจะมองตัวเองว่าเป็นแค่เพียงเฟืองเล็กๆ ตัวหนึ่ง อาจจะคิดว่าตัวเองไม่มีความสำคัญอะไรมากมาย แต่เมื่อประกอบรวมกับเฟืองน้อยใหญ่ทุกตัวแล้ว นั่นคือชิ้นงานที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าหากขาดชิ้นหนึ่งชิ้นใดไป ความสมบูรณ์ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยค่ะ”