For Golf Trust

คำภีร์ 10 ประการของการจะตีกอล์ฟดีให้ประสบความสำเร็จ

คำภีร์ 10 ประการของการจะตีกอล์ฟดีให้ประสบความสำเร็จ

การจะตีกอล์ฟดี ดีระดับไหน ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายของแต่ละคนอยู่แค่ไหน และจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ อยากให้ลองพิจารณาคัมภีร์ที่ผมจะแนะนำดังต่อไปนี้

เป้าหมายบางคนแค่เล่นกอล์ฟเพื่อออกรอบได้ บางคนต้องการมีแต้มต่อตัวเดียว บางคนเล่นเพื่อให้ได้ทุนศึกษาต่อต่างประเทศ และบางคนเพื่อเป็นนักกอล์ฟอาชีพ

เป้าหมายแต่ละระดับ ไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติครบทุกอย่างในคัมภีร์ แต่ถ้าเป็นเป้าหมายระดับสูงขนาดตีอันเดอร์ ขนาดหวังเป็นแชมป์ หรือขนาดเพื่อเป็นนักกอล์ฟอาชีพ จำเป็นต้องมีครบทุกอย่างในคัมภีร์ ซึ่งในแต่ละข้อไม่ต้องถึงขนาด 100% ทุกอย่าง ขอเฉลี่ยสัก 80% ทุกข้อละก็ การันตีได้ว่าโอกาสถึงเป้าหมายได้แน่นอน

การจะเล่นกอล์ฟเป็นอาชีพให้เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวได้และก้าวไปสู่ระดับมีรายได้ดี มีเงินเก็บ มีเงินลงทุนให้เงินทำงานเมื่อต้องเลิกลาจากการแข่ง และใช้ชีวิตต่อไป เป็นเรื่องที่ต้องคิดวางแผน เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไร อนาคตเป็นอย่างไรไม่สามารถทำนาย และบอกได้จริงๆว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว

มีผู้ทำสำเร็จให้เห็น แต่มีจำนวนน้อย ยังมีจำนวนมากที่ต้องอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน จะไป หรือจะหยุด บ่มเพาะความท้ออยู่ในจิตใจ และขนาดเลิกลาไปก็ไม่น้อย

คัมภีร์ 10 ประการของการจะเป็นนักกอล์ฟให้ประสบความสำเร็จ

ข้อ 1.  ต้องมีพื้นฐานอยู่ที่ความรัก ความชอบกอล์ฟอย่างเต็มที่ ไม่ใช่อยู่ที่การบังคับของผู้อื่นหรือคำสรุปง่ายๆของภาษาอังกฤษคือ ต้องมี Passion นั่นเอง คนที่มี Passion จะมีความพยายาม มีความขยัน มีความอดทน มีวินัยในตัวเอง ชนิดไม่ต้องให้ใครบอกให้ทำ แต่จะทำด้วยตัวเอง

ข้อ 2.  ต้องมีทักษะพื้นฐานของวงสวิง การเล่นลูกสั้นที่ดี เป็นการสร้างและสะสมวงสวิงที่ถูกต้องจนกระทั่งมั่นใจว่าตัวเองมีสิ่งที่ดีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำระยะได้ในขั้นเฉลี่ยมาตรฐานสามารถควบคุมทิศทางและน้ำหนักได้ตามที่ต้องการตี

ข้อ 3. ต้องมีกลยุทธ์ในการเล่นในสภาพสิ่งแวดล้อมต่างๆของสนามกอล์ฟที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นสภาพสนามปกติ สนามภูเขา สนามลมแรง พื้นที่ระดับไม่สม่ำเสมอ การแก้ไขจากตำแหน่งที่ลูกไปอยู่ไม่ดี เช่นในป่า บนรอยดิวิด ในบังเกอร์กลางแฟร์เวย์ ในสภาพบังเกอร์ที่หลากหลายของทรายที่ละเอียด หยาบ ของบังเกอร์สูง การตีลูกพุ่งต่ำ ลูกลอยสูง ตีลูกให้ไปในทิศทางที่ต้องการ เช่น เลี้ยวอ้อมต้นไม้ในทางเฟด ดรอร์ว ต้องมีความสามารถตีเหล็กเดียวให้ได้หลายๆระยะ และสามารถตีระยะเดียวโดยเหล็กหลายเบอร์

ข้อ 4. ต้องมีสมาธิที่มั่นคง ควบคุมอารมณ์ การเล่นและการตีของตัวเองได้มั่นคงในสถานะการณ์ต่างๆ ไม่วอกแวก ไม่หวาดระแวง ไม่กลัว ไม่วิตกกังวล ไม่ตื่นเต้น ไม่ตื่นต่อคนดู ไม่ตื่นต่อสื่อมวลชน ไม่ตื่นต่อสกอร์ที่ตัวเองทำได้ดี ไม่ตื่นต่อสกอร์ที่เสียไป และไม่ตื่นต่อการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง รับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ความคิด และมีวิธี หาทางสกั้นกั้นความรู้สึก และอารมณ์ต่างๆได้ดี

ข้อ 5. ต้องมีทีมงานสนับสนุน เน้นว่าเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นโค้ชดูแลสวิง ลูกสั้น ดูแลการฝึกซ้อมการวางแผนการเล่น นักจิตวิทยา ทีมเสริมสร้างร่างกาย ผู้จัดการที่คอยวางแผนการเดินทางหาสปอนเซอร์ ทำประชาสัมพันธ์​ ต่างๆ และที่ปรึกษา ซึ่งถ้าทุกอย่างอยู่ในตัวนักกอล์ฟ หรืออยู่เพียงแค่คนในครอบครัวแล้วละก็ โอกาสจะก้าวเดินไปข้างหน้าช้ามาก สิ่งที่เป็นความจริงแท้คือลงทุนน้อย ผลที่ได้ก็จะน้อย อยากได้มากก็ต้องลงทุนมาก เปรียบเหมือนขายก๋วยเตี๋ยวรถเข็นข้างทาง กับขายในห้าง การลงทุนแตกต่างกันอย่างมากมาย แต่ผลที่ได้ก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน ต้องหาโค้ชที่ให้ความไว้ใจเชื่อมั่นในตัวโค้ช ทำงานร่วมกันอย่างใส่ใจ ไม่จำเป็นต้องดูตลอดเวลา แต่ต้องหาเวลาไปดูตอนแข่งให้บ่อยเพื่อไปเห็นด้วยตาของตัวเองว่านักกีฬาเล่นอย่างไร ยิ่งถ้าลงไปเป็นแคดดี้ด้วยจะดีมาก เพราะได้ไปเห็นว่าตำแหน่งลูกเป็นอย่างไร ความคิดของนักกีฬาเป็นอย่างไรเวลาเลือกเหล็ก นักกีฬาวางแผนเล่นอย่างไรเป็นต้น

ข้อ 6. ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสูงสุดที่จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อปัจจัยข้อ 1 ถึงข้อ 5 ถ้ามีครบถ้วนก็จะทำให้มีความมั่นใจ

ข้อ 7. การฝึกซ้อมต้องมีคุณภาพ คำว่าคุณภาพ คือการซ้อมที่เอาไปใช้ได้จริง เหมือนจริงที่สุดไม่ใช่ซ้อมแบบเอาปริมาณ ซ้อมมากเข้าไว้ แต่เวลาเอาไปใช้จริงไม่ได้ผล ซ้อมทุกช็อตควรมีเป้าหมายว่าไปที่ไหน ไม่ใช่เอาแค่ตีโดนลูก

ข้อ 8. ต้องไม่ให้ตัวเองมีปัญหาในทัวร์ นั่นคือต้องเป็นคนที่จังหวะการเล่นเร็ว เป็นคนซื่อสัตย์เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ มีเพื่อน ไม่ใช่เพื่อนยี้เมื่อเวลาพูดถึง ไม่ใช่ยิ่งอายุมากในทัวร์ยิ่งโชว์ความเก๋า บ่นหรือตำหนิคนทำทัวร์นาเม้นท์ เถียงหรือแสดงความไม่นับถือกรรมการ พอตีไม่ดีก็วิพากษ์วิจารณ์ โทษนั่นโทษนี่ เพราะไม่เช่นนั้น จะเจอปัญหาเสมอๆเมื่อลงเล่น รวมทั้งต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นที่รักต่อผู้พบเห็น กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะบุพการี

ข้อ 9. เล่นให้สนุก เมื่อลงสนามแล้วต้องอยู่กับการทำคะแนน มีแค่สติ ความรอบคอบ ไม่ตั้งใจมาก ไม่กดดันตัวเอง และไม่เก็บความหวังของคนรอบข้างมาแบบเป็นความกดดันตัวเอง คำว่าเล่นสนุก มันพูดง่าย ทำจริงยาก แต่ก็ต้องพยายามและค้นหาให้ได้ว่าจะต้องคิดอย่างไร

ข้อ 10. ต้องมี Mindset ที่ถูกต้อง Mindset หรือกรอบแนวคิดในหลายๆเรื่องจะต้องถูกต้องกับการทำกิจกรรมทุกอย่างจะต้องเกิดประโยชน์ เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง อาทิ เช่น

            – บางคนบอกว่าต้องไปทำร่างกายให้แข็งแรงขึ้น เพื่อตีให้ไกลมากขึ้น ระยะ 230-240 หลามันสั้นไป เห็นแชมป์คนตีดีๆเขาต้องมี 260 -270 ซึ่งถ้าคิดอย่างนี้ แล้วไปทำจริง อีกกี่ปีถึงจะฝึกได้มันยาก มันใช้เวลานาน ตอนนี้ความสามารถมันได้ในระดับหนึ่งแล้ว ระยะ 230-240 หลา มันเป็นระยะเฉลี่ยของ lpga ทัวร์แล้ว ปรับเรื่องการตีให้ตรง ปรับการเล่นลูกสั้น ตรงไหนก็เข้าไปพัตต์เดียว ฝึกพัตต์เดียวให้เกิดขึ้นมากๆ ใช้เวลาปรับเรื่องลูกสั้น ลูกพัตต์ให้มากๆ ขอแค่ทำมันพัฒนาแน่นอน ใช้เวลาไม่มาก

            – หลายๆคน พัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นมา โดยการทำงานหนักกับการซ้อม โปรคนเดิมที่สอนก็ช่วยสอนจนพัฒนามาได้ถึงขนาดได้แชมป์ แทนที่จะนิ่งทำต่อไป แต่กลับไปฟังเสียงรอบข้างว่าถ้าต้องการไปไกลกว่านี้ ต้องเปลี่ยนโค้ชใหม่ ต้องหาโค้ชที่เก่งขึ้น ที่จะสามารถปรับให้ไปไกลถึงอินเตอร์มากกว่าเดิม…ประสบการณ์ที่ผ่านมา กล้าพูดได้เลยว่า ไปไม่ถึงที่ฝัน มีแต่ถอยหลังเข้าคลอง เพราะโค้ชคนใหม่ก็จะปรับใหม่ รื้อวงเก่า เข้าสู่”วงจรใหม่ใช่ว่าจะดีกว่าเก่า” ผมเป็นโค้ชประเภทต้องให้นักกีฬาฝึกเอง ตามแบบฝึกที่ให้ไป เราคอยตรวจสอบการบ้านที่ให้ไป ไม่ชอบมานั่งเฝ้าฝึก เพราะตอนออกไปเล่นไปเล่นเอง ในสนามใครก็ไปสอนไม่ได้ จะต้องเล่นด้วยตัวเอง

            – หลายคนคิดว่าการพัฒนาการเล่น จะต้องไปหาโค้ชที่ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่มีตัวเลขให้ข้อมูลมากๆ ซึ่งความจริงแล้วดูแค่สถิติที่แข่งขัน ตีอยู่กี่แฟร์เวย์ ออนกรีนเรคกูเลชั่นเท่าไร อัพแอนด์ดาวน์กี่เปอร์เซนต์ พัตต์กี่พัตต์ เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้อันไหนไม่ดีก็ฝึกซ้อมให้ดียิ่งขึ้น ถ้ามัวไปอยู่กับการปรับให้ได้ตามเลขกว่าจะเข้าที่ก็เสียเวลานานอีก นักกีฬาผม 6 เดือนที่แล้ว มีปัญหาแอพโพชขึ้นกรีนที่ไม่ค่อยอยู่ในเบอร์ดี้โซน (12 ฟุต) ฝึกมาครึ่งปีก็ดีขึ้น ระยะเข้าเบอร์ดี้โซนลงมากขึ้น และจำนวนพัตต์ลงก็มีเปอร์เซนต์มากขึ้น ที่เห็นข้อดีหลังจากซ้อมพัตต์มากๆ คือไม่มี 3 พัตต์

            – กอล์ฟเก่งแล้วไม่ใช่เก่งเลย ถ้าประมาท ต้องมีวันที่ตีดี มีวันที่ตีไม่ดี มีวันที่บาดเจ็บ มีวันที่พัตต์ไม่ดี มีวันที่สนามไม่เข้าจริตของตัว แต่ในวันตีไม่ดีต้องให้เสียน้อยที่สุด ถ้าดีก็อย่าลำพองอย่าเดินกล้ามใหญ่

            – ตีไกลได้เปรียบจริง แต่การควบคุมน้ำหนักและทิศทางในช็อตการแอพโพรช ช็อตลูกสั้นช็อตพัตต์ใครทำได้ดีคนนั้นเข้าเกณฑ์มีโอกาสเป็นแชมป์มากกว่าคนตีไกล

            – แข่งกับซ้อมไม่เหมือนกัน การซ้อมแทบไม่มีอะไรกดดัน จึงทำได้ดีมากกว่าตอนแข่งขันเพราะตอนแข่งขันมีความกดดันมากมาย เช่นต้องการทำคะแนนดีๆ กลัวตกทราย กลัวตกน้ำกลัวทำได้ไม่ดี กลัวไม่ชนะ กลัวสู้เพื่อนไม่ได้ และไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะทำได้ดีหรือไม่

คัมภีร์ 10 ประการนี้ คือเครื่องมือและตัววัดความสำเร็จกับความสำเร็จในกีฬากอล์ฟ

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์