Interview

ม.ล.นรานุกูล ชุมพล

ม.ล.นรากูล ชุมพล
จักรตรีเอ็นเตอร์เทนเมนท์
“คุณไม่ได้แข่งกับใคร แต่คุณแข่งกับตัวคุณเอง”

ค้นพบตัวเอง : จากการผลิตรายการโทรทัศน์มายาวนาน ทำละคร และสื่อต่าง ๆ ที่ทำออกไป มันให้อะไรกับสังคม ได้สะท้อนให้เห็นคุณค่า ‘การทำความดี เสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม’ อาจทำให้คนได้หันมาทำดี บางคนที่เคยทำไม่ดี อาจจะหยุดทำ หรือช่วยให้คนที่ขาดแรงบันดาลใจในชีวิต กลับมาสู้ชีวิตได้, เคยมีคนโทรมาบอกว่า อยากฆ่าตัวตาย แต่พอได้ดูรายการ ‘76 จังหวัดตามหาคนดี’ แล้วเขากลับมามีพลังอีกครั้ง คิดที่จะสู้ต่อไป ทำให้เห็นว่า งานที่เราทำนั้น ให้คุณค่าทางสังคม, การทำรายการทีวี ทำให้ผมค้นพบความงดงาม คุณค่าความดี เสียสละ ของคนในสังคมส่วนรวม ทำให้รู้สึกใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น เพราะผมมีครูจากผู้ออกรายการ 76 จังหวัดตามหาคนดี เป็นผู้สอน ได้เห็นถึงคุณค่าและเห็นแววตาแห่งความเสียสละ เวลาที่เขาพูดถึงสิ่งที่รักและเทิดทูน,

พอเรามาทำละครโทรทัศน์ มันก็เป็นภาคขยาย ที่ลงไปในมายา แต่เราเอาสิ่งที่คิด ที่เป็นอุดมการณ์ ใส่เข้าไปในละคร ‘ทหารกล้ากรุงศรี’ เพื่อบอกไปว่า การเสียสละเลือดเนื้อ ชีวิต ให้กับแผ่นดินนั้น มีความหมายคุณค่ายังไง ทำให้ได้รับคำ ‘ขอบคุณ’ จากคนที่เริ่มเข้ามาดูผลงานในโซเชียล ไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน ก็มีความภูมิใจกับผลงานที่เราลงทุนไป ถึงจะต้องหมดเงิน เป็นหนี้เป็นสิน ก็ยังเห็นสิ่งที่เป็นผลลัพธ์ ให้เราได้ชโลมใจ ตอกย้ำเลยว่า นี่คือสิ่งที่เราได้ค้นพบตัวเองแล้ว

กรรมกร : จากเคยอยู่หน้าจอ เป็นพิธีกร ตอนนี้กลายมาเป็นคนที่ต้องสอนเด็กในเรื่องการแสดง แนะแนว และยังมีหมวกอีกใบ นั่นคือการเป็น ‘ผู้กำกับ’ ซึ่งสอนเราหลายอย่างมาก สำหรับผมเรียกหน้าที่นี้ว่าเป็น ‘กรรมกร’ คนหนึ่ง ที่ใช้ทั้งความคิด สติปัญญา แรงกายแรงใจ ในการแก้ปัญหา, ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ค้นพบ ความอดทนที่ผมได้มาตั้งแต่เด็ก, การทำงานอย่างมีรูปแบบ การวางแผน ได้มาจากเอเจนซี่, การทำงานแก้ปัญหาสำหรับทุนน้อย ก็ได้จากการทำเพลงของเราเอง ตระเวนทัวร์ตามสถาบันศึกษาก็ทำมาแล้ว, ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด ได้หล่อหลอม และบอกผมว่า นี่ใช่แล้วล่ะ คือตัวตนของเรา วัยขนาดนี้แล้ว เราควรจะถ่ายทอดแนวคิด ให้กับน้อง ๆ ที่มาอยู่กับเรา ผลตอบแทนอาจจะไม่ได้เยอะ แต่เราสู้ไปด้วยกัน ทุกคนอยู่ได้เพราะมีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกัน เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้กับสังคมแล้วส่วนรวมได้รับประโยชน์ ตัวเราเองก็จะมีความสุขไปกับการกระทำนั้นด้วยเช่นกัน, เสียงชื่นชม คนให้กำลังใจ มันมีค่ามาก ย้อนกลับไป สมัยเป็นเซลล์ เป็นเอเจนซี่ ไม่เคยมีคำชม ไม่เคยรับกำลังใจอะไรแบบนี้เลย ในหน้าที่ ที่เป็นทั้งพิธีกร เป็นทั้งคนฝึกการแสดงให้กับน้อง ๆ ในสังกัด รวมทั้งมาเป็นผู้กำกับ เป็นงานที่เหนื่อยยากมาก รู้สึกว่า ทุกเรื่องในชีวิตของผม ได้นำมาปรับใช้ทั้งหมด ตอนเป็นผู้กำกับ ต้องประสานผู้คนมากมาย ออกกองถ่ายแต่ละครั้งเป็นร้อยชีวิต ทีมไฟ ทีมกล้อง ทีมดารา ทีมสไตล์ลิส ทีมอาหาร ฯลฯ ถ้าประสานงานผิดพลาด จะส่งผลกระทบไปถึงกันทุกฝ่าย เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่าย การเป็น ผู้กำกับ สอนให้รู้จักความละเอียด คิดทุกอย่างให้รอบคอบมาก ๆ ขึ้น

เจ้าฟ้าอุทุมพร : เป็นละครเทิดพระเกียรติ อิงประวัติศาสตร์ พระองค์คงเป็นพระมหากษัตริย์ที่โลกลืม คุณงามความดีที่ได้ทำไว้ครั้งแรก คนกลับไม่พูดถึง แต่คนกลับมาครหา ติฉิน ในครั้งที่สอง ว่าไม่ออกศึก ไม่ออกมาปกป้องกรุงศรีอยุธยา เราต้องการให้พระองค์นั้นได้แสดงออกถึงพระอิสริยยศ พระเกียรติยศ ดูสิว่าเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่ต้องถูกจับไปเป็นเชลย ต้องสิ้นพระชนม์ที่ต่างบ้านต่างเมือง เราอยากจะสะท้อนมุมมองตรงนี้ ทีมงานคิดว่าจะนำเสนอมุมมองในประวัติศาสตร์ ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ และไม่เคยเข้าใจ ออกมาให้เห็นอีกด้านหนึ่ง

ดูละครย้อนดูตน : เป้าหมายของเราคือ ให้ตระหนัก สำนึกถึงรากเหง้าว่าเรามาจากไหน เติบโตมาอย่างไร และประวัติศาสตร์เหล่านั้น ได้สอนอะไรให้เราได้เรียนรู้ สิ่งที่บอกไว้นั้น เป็นต้นทุนอันมีค่าสำหรับคนยุคปัจจุบัน ที่จะได้รู้ ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ว่าเราจะต้องระวัง จะต้องแก้ไขเรื่องอะไรในอนาคต ผมคิดว่าละครเรื่องนี้ คงสะท้อนให้ทุกคนได้รู้ว่า ความเป็นชาติมีความหมายยังไง ไม่ใช่ตัวเราเป็นที่ตั้ง แต่หมายถึงคนทั้งหมดเป็นส่วนรวม ทำให้เราได้ฉุกคิดว่า สิ่งที่บรรพบุรุษเสียสละไป ไม่ใช่แค่เรื่องการจับดาบแล้วเอาชีวิตเข้าแลก แต่ยังหมายถึงการสูญเสียอิสระ สูญเสียความเป็นตัวตนและจิตวิญญาณ แต่การได้รับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ หรือการตีความในบางแง่ ก็อาจทำให้เข้าใจไปผิด ๆ ได้ และอย่างน้อยการที่เราจะมีประเทศได้นั้น ต้องผ่านอะไรมามากมาย จะได้เรียนรู้ว่า เราจะไม่ทำข้อผิดพลาดเหล่านั้นในยุคนี้อีก

ไม่มีบังเอิญ : พระอาจารย์ที่วัดบวรฯ บอกว่า ‘ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีคำว่าบังเอิญ’ ถ้าผมไม่ได้มาปฏิบัติธรรม ชีวิตนี้ หรือชาตินี้ ผมอาจจะไม่มีวาสนาบวชก็ได้ ผมเคยคิดจะบวชให้กับคุณพ่อ แต่ไม่มีวาสนาได้ทำ จนท่านเสียชีวิตไปแล้ว พ่ออยากให้ผมบวชที่วัดบวรฯ เพราะผมเคยเรียนที่นี่ คุณพ่อขอตลอด สุดท้ายผมก็ไม่มีวาสนาทำให้พ่อ จนพ่อเสียชีวิต จนวันนี้เหลือแต่คุณแม่ ผมบอกว่าจะบวช แต่ไม่เคยทำได้เลย เหตุจะต้องมีเรื่องเข้ามาตลอด จนในที่สุดผมได้คำตอบ ในมิติแห่งธรรมก็คือว่า 246 วัน รวมวันนี้ ที่ผมปฏิบัติธรรม เพื่อผมจะได้บวชถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงพระประชวรอยู่ ตอนนี้ไม่ว่าจะเจอความกดดันทางด้านเศรษฐกิจขนาดไหน ปัญหาที่มากระทบกับงานที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งตัวเราและองค์กร แล้วต้องฟันฝ่าไป บอกเลยว่าได้ธรรมะมาบริหารจิตใจ ให้เราได้มีทั้งกำลังกาย และมีสติปัญญา ในการจะเดินต่อไปอย่างมาก ทำให้ผมเริ่มค่อย ๆ ปรับตัว ไปในทางที่มั่นคงมากขึ้น เริ่มมองว่า เราไม่ต้องไปในทางโลกซะทุกอย่าง วันนี้ ตรงนี้ ไม่เอาดีกว่า ถ้าเป็นทางอบายฯ ไม่ต้องไปในทางนี้ ทำให้เหมือนมีพลังพิเศษ ทำให้มีสติปัญญา ในการคิดงาน สร้างสรรค์งาน ให้ออกมาอย่างเฉียบคมมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญที่สุด ‘ปาฏิหาริย์มีจริง’

อุดมการณ์ : ผมไม่เคยทิ้งอุดมการณ์ พอนึกถึงแล้ว ทำให้เราสู้ ไม่ว่าจะล้มลุกคลุกคลาน แม้จะตะกายดาว แล้วคว้าไม่ถึง อาจจะจบลงที่มือเลอะเปรอะเปื้อน แต่อย่างน้อย เราก็ยังพยายามต่อสู้ ดังเรื่องพระมหาชนก เมื่อเรือล่ม แม้จะไม่เห็นฝั่ง ก็ยังอดทนว่ายน้ำต่อไป จนกระทั่งมีเทวดามาช่วย นี่คือความศรัทธาของผมที่มีต่อพระศาสนา เปรียบเสมือนเพื่อนคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ เป็นเพื่อนคนเดียวที่ไม่เคยทอดทิ้งเรา

ใจ : ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำให้งบประมาณที่เคยมีหายไป จากไม่เคยใช้เงินเก็บ ก็ต้องมาละลายหมด เพื่อพยุงตะเกียกตะกาย ปรับตัวกันไป ช่วงที่โดนสภาวะกดดันที่สุดของชีวิต ผมได้กลับมาศึกษาในเรื่องของธรรมะ ตลอด 246 วัน นับรวมวันนี้ ผมได้ปฏิบัติธรรมของผมมาโดยตลอด วันละ 2 ชั่วโมงกว่า อาจจะตื่นตี 4 ตี 5 ปฏิบัติ วันไหนไม่มีเวลา หรือเราต้องไปภารกิจข้างนอก ก็จะต้องทำหลังจากกลับมาแล้ว ช่วงนั้นเหนื่อยมาก ท้าทายความพยายาม ท้าทายกิเลสของเรา เพราะเหนื่อยจนไม่อยากจะทำอะไรเลย แต่เราต้องทำ, การปฏิบัติธรรม ตามหลักวิทยาศาสตร์ ทำให้รู้สึกว่า มีกำลังใจ มีพลังใจ สามารถเอาชนะอุปสรรค สำหรับตัวผมเอง คือความเกียจคร้าน การมีข้ออ้างสารพัดที่จะไม่ทำ ผมชนะข้อนี้, ทำให้นิ่งขึ้น พิจารณาปัญหาต่าง ๆ ได้ละเอียดขึ้น จากเมื่อก่อนที่เคยหลงไหลไปในทางโลก ไม่มีโอกาสได้พิจารณาปัญหาต่าง ๆ สักเท่าไหร่ ได้ฝึกความอดทน, ทำให้ภูมิใจว่า ได้ทำในสิ่งที่ ‘ประสบความสำเร็จเล็ก ๆ’ ในแต่ละวัน และทำให้ตัวเราแจ่มใสขึ้น เหมือนมีสารอะไรทำให้สงบ มีความสุข เมื่อได้ปฏิบัติเสร็จ ถึงแม้จะเป็นห้วงสั้น ๆ อยู่กับเราในช่วง 2 ชั่วโมงกว่า แต่มันก็เป็นความสุขที่หาได้ยากมากในโลกปัจจุบัน ที่เราต้องไหลไปกับกระแสโลก และคิดแต่เรื่องงานเงินตลอดเวลา นี่คือหลักวิทยาศาสตร์ อีกทั้ง การปฏิบัติธรรม สวดมนต์เจริญภาวนา และนั่งสมาธิ เจริญสติ ทำให้เกิดอานิสงส์ ถ้าเปรียบเทียบนับว่าเยอะมาก การทำบุญมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ เป็นบุญกริยาวัตถุ 10  แต่การปฏิบัติธรรม เป็นที่สุดของอานิสงส์แล้ว ผลบุญที่ได้ตรงนี้บริสุทธิ์ จะส่งผลไปกระทบกับมิติต่าง ๆ ทั้งผู้ที่เป็นสัพวิญญาณ ดวงวิญญาณต่าง ๆ รวมทั้งองค์เทพเทวดา จะได้รับกระแสคลื่นนี้ เป็นอานิสงส์ผลบุญอันยิ่งใหญ่

กาย : ผมห่างหายการทำรายการทีวี ‘76 จังหวัดตามหาคนดี’ เมื่อก่อนได้เดินทางไปทั่วประเทศ เท่ากับได้บริหารตัวเองอยู่ตลอด แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจริงจัง จึงอาศัยการเดินเป็นหลัก ชวนกันเดิน แล้วแกล้งไปให้ไกล ๆ บ้าง ดูนาฬิกาว่าวันนี้ทำได้กี่ก้าวแล้ว, ระหว่างทาง ก็ได้พิจารณาสิ่งรอบข้างไปด้วย ได้เห็นความเป็นอยู่ หรือค้าขายกันยังไง ตรงไหนดูว่าอันตราย มีสัตว์ดุร้ายก็ไม่เข้าไป ได้มองเห็นวิถีชีวิตข้างทาง ไปดูตลาดนัดว่าเป็นยังไง ไปเดินในตรอกในซอยบ้าง อย่าไปเดินแต่ในห้างฯ ที่สะดวกสบาย จะได้เห็นชีวิตหลากหลายมิติ เป็นการเตือนสติตัวเองอยู่เสมอด้วยว่า งานของเราอยู่ ‘ติดดิน’ เราก็ต้อง ‘อยู่กับดิน’ เช่นกัน ถึงจะไม่มีโอกาสเล่นกีฬา แต่ผมก็ติดตาม ไม่ได้ห่างหายไปไหน มีรายการแข่งก็คอยเชียร์ทีมที่ชอบ อย่างในฟุตบอลโลก ผมชอบทีมเยอรมันมาก แต่เดี๋ยวนี้ เสียใจแค่ช่วงสั้น ๆ และทำใจได้เร็วมาก เป็นเพราะธรรมะด้วย เมื่อพบกับความผิดหวัง ก็ไม่ฟูมฟาย ไม่เสียใจ สงบ พิจารณาได้เร็วขึ้น กลับมามีกำลังกาย กำลังใจ สู้ชีวิตได้ต่อ

กอล์ฟ : ช่วงทำงานเป็นออร์กาไนเซอร์ จัดพื้นที่ตามศูนย์การค้าให้ผู้คนเข้ามาค้าขาย โดยมีพนักงานคอยดูแล หน้าที่ของผมคือตรวจตราความเรียบร้อย ไม่ต้องลงไปทำเองทุกเรื่อง ทำให้มีเวลามากขึ้น เพื่อนก็เข้ามาชวนไปตีกอล์ฟกัน เลยไปซื้อถุงกอล์ฟ ผมไม่เคยตีกอล์ฟมาก่อน เพื่อนก็สอนให้ จนเราพอเข้าใจภาพรวม แล้วก็พาไปออกรอบ พอเริ่มลงไปตี โอ้โห! มันใช่เราเลยเว้ย! กลางแดดเปรี้ยง! เขาบอกว่ามันยากเว้ย! (หัวเราะ) ตอนดูในโทรทัศน์เล่นกันง่าย ๆ ทำไมจะต้องมาเล็งเหลี่ยมอะไรกันนักหนา พัตต์ ๆ ไป เดี๋ยวก็ลงเอง แต่พอเอาเข้าจริง ไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดเลย ก่อนจะได้ขึ้นกรีน มีน้ำ มีบังเกอร์ มีทางลาดชันนู่นนี่ ไม้แต่ละอันก็ทำหน้าที่แตกต่างกัน จะใช้ไม้เดียวลุยไปแบบลูกทุ่งไม่ได้ คือชีวิต : ในแต่ละสถานการณ์ที่ต้องเจอ เฮ้ย! มันเหมือนชีวิตเราเลย อะไรก็ตาม ถ้ามาเกาะในเส้นของเรา จะรู้สึกได้ทันทีว่าชอบ, การไปตีกอล์ฟ ไม่ใช่ว่ามาถึงจับไม้หวดเปรี้ยง อันดับแรก มันสอนวิธีคิด หลักการวางแผนทั้งหมด ต้องถูกกลั่นกรองเพื่อการไปสู่เป้าหมาย ทำให้เรารู้ว่า เล่นกีฬา ต้องไม่ทะเลาะกับตัวเราเอง ต้องคิดวางแผน และเป็นหนึ่งเดียวในเป้าหมายที่เราจะตีไป ผลงานแต่ละหลุม แต่ละไม้ที่ตีไป นั่นคืออนาคต จะสะท้อนมาที่คะแนนของเรา ได้เห็นมารยาท เห็นน้ำใจ เห็นวิธีการสมาพันธ์กับสังคม ที่สำคัญก็คือ ในที่สุดแล้ว คุณไม่ได้แข่งกับใคร แต่คุณแข่งกับตัวคุณเอง ดังนั้น เวลาดีใจผมก็แสดงออกเต็มที่ เพราะนั่นคือความรู้สึก เหมือนเวลาทำอะไรสำเร็จ จากความตั้งใจ จริงจังกับมัน นั่นคือความสุขที่สุดของผมครับ