Sport for Life

จากกีฬาเข้าสงคราม

จากกีฬาเข้าสงคราม

ได้ยินข่าวแว่วๆ มาว่า IOC หรือโอลิมปิกสากลจะตัดมวยสากลออกจากสารบบของการแข่งขันจะเนื่องด้วยเหตุและผลอะไรที่มีการออกมาแจงข่าวแบบนี้ ลองมาเล็งดูว่าทำไมหรือเกิดอะไรขึ้นจากผลของสงครามรัสเซียกับยูเครนที่กำลังพันตูกันอยู่ขณะนี้ซึ่งหลายประเทศในยุโรปดูเหมือนจะมีส่วนได้ส่วนเสียในสงครามครั้งนี้ เพราะถ้ารัสเซียสามารถกำชัยในครั้งนี้ละก็ยุโรปส่วนใหญ่เดือดร้อนแน่ จะทำอะไรมันต้องมีความเกรงอกเกรงใจกันอยู่บ้างอาจจะไม่ถึงคลานเข่าเข้าหาเจ้านาย แต่ก็ต้องค้อมหัวกันบ้างเวลาเดินผ่าน เช่นนี้ “ยุโรป” จะยอมให้รัสเซียชนะได้หรือเปล่า อ้าวแล้วกีฬาใหญ่ๆ ขนาด “โอลิมปิก” จะลงดาบมวยสากลให้พ้นจากการแข่งขันทำไม ก็เรื่องมันมีอยู่ว่า “ประธาน IBA” อันเป็นองค์กรที่ดูแลเรื่องมวยสากลเป็นชาวรัสเซีย แบบนี้มันก็จบจากเดิมที่มี Mr.อัลวา ซอร์ดี้ ที่ยึดเอาตำแหน่งประธานมายาวนานอวสานลงก็มาเป็นชาวรัสเซียคนนี้แหละ

ในห้วงก่อนหน้าที่ประธาน IBA คนปัจจุบันจะมาเราก็ดูว่าจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ Mr.อัลวา ซอร์ดี้ แต่เราก็สามารถเก็บชัยชนะมีเหรียญติดไม้ติดมือมาตลอด แต่เวลานี้มวยสากลกำลังจะถูกตะเพิดให้พ้นไปจากโอลิมปิกอันเป็นผลพวงจากสงครามที่ว่ามามันก็ไม่ยุติธรรมกับประเทศเล็กๆ อย่างไทยเรา เมื่อก่อนทีมมวยสากลของเราที่ไปแต่ละรอบเราจัดเต็มสูตร และเตรียมพร้อมทั้งบนเวทีและนอกเวที คือ ทั้งผู้บริหาร IBA เราก็มีเส้นมีสายอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นจะทำอะไรมันก็ต้องมีชำเลืองสายตามามองกันบ้างแหละน่า แต่ตอนนี้นอกในไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว เช่นนี้ทีมมวยสากลไทยจะทำอย่างไรกันดีเราจะซ้อมกันให้ข้อสึกไปวันๆ…

สรุปเราเราต้องคอยดูกันต่อไปว่ามวยสากลที่มีสงครามเป็นอุปสรรคใหญ่หรือบางทีเราอาจมีข่าวดีกับ IBA เข้ามาบ้างหากผลประโยชน์ลงตัว ซึ่งต่างกับกีฬา “ยกน้ำหนัก” ที่เราโดนห้ามแข่งขันมาเป็นแชมป์อันเนื่องด้วยข้อหา “สารกระตุ้น” พอหมดเคราะห์หมดโศกเราก็ออกมาเฉิดฉายได้เช่นเดิมแล้วดูเหมือนเราจะอั้นมานาน เพราะจากผลการแข่งขันในระดับโลกที่ผ่านมากวาดมาได้โขอยู่เหมือนกันแบบนี้ถ้าผมเองเป็นนักมวยที่อยู่ในทีมชาติมันก็น่าคิดเหมือนกันนั่นคือ “ถ้าไม่มีการแข่งขันในโอลิมปิกเราจะซ้อมไปเพื่ออะไร” เพราะในจำนวนสนามแข่งขันที่มีอยู่ทั้งแชมป์โลกที่รองลงมาหรือจะเป็นการแข่งขันที่ไหนบนโลกถ้าไม่ใช่ “โอลิมปิก” มันก็แทบจะไร้ค่าจริงๆ

ลองมองย้อนไป 10 หรือ 20 ปีที่ผ่านมาถ้ามวยดังไหนมีดีกรีถึงขั้นหยิบทองในโอลิมปิกละก็การสนับสนุนจะมีมาเพียบพร้อมบางคนพ่วงดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกมาด้วยทำให้ค่าตัวในการขึ้นไปตะบันหน้าหนแรกก็ทำเงินกันแล้วครับบางคนค่าตัวในการชกครั้งแรกเป็นแสนๆ เหรียญเห็นจะมีอยู่คนเดียวที่ได้ถึงล้านเหรียญนั่นคือ ชูการ์ เลย์ เลียวนาร์ด ที่ชกครั้งแรกก็รับล้านแล้วจ้า ซึ่งมวยที่อยู่ในทีมชาติของอเมริกาหากไม่ถึงเหรียญทอง แล้วหันเหเร่เข้ามาชกอาชีพค่าตัวยังไม่ถึง 5000 เหรียญเลย แต่ทีมชาติไทยเราเมื่อชกในทีมชาติแล้วมีเหรียญติดไม้ติดมือมาพอจบโอลิมปิกก็จบงาน บางคนหันหลังให้เวทีกันเลยทีเดียว…

เอาเป็นสงครามกับกีฬามันก็มีความเชื่อมต่อกันมาอยู่เหมือนกันแต่ถ้าเราซ้อมไปคิดไปมันก็ดูท่าว่าจะลำบากอยู่เหมือนกัน ดังนั้นจะเลือกทางไหนก็ต้องตัดสินใจให้ดูดีกับชีวิตและการงานคือถ้าเรายังมีสังกัดในการทำงาน แล้วยังต้องใช้กีฬามวยเป็นใบเบิกทางก็ฝึกซ้อมต่อไปเพราะมันคืออนาคตและความมั่นคงของชีวิตส่วน “โอลิมปิก” เราก็ฟังหูไว้หูแล้วกันนะครับ

ครูไก่