งานยากเมื่อทำเต็มที่แล้ว ก็ภาคภูมิใจที่ได้ทำ – ศีกร ชีรณวาณิช

ศีกร ชีรณวาณิช
Chunbok Company Limited
“งานยากๆ เมื่อทำเต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ภาคภูมิใจที่ได้ทำ”

ผมเริ่มทำงานทางด้าน ไอที แต่จบมาทางวิศวกรรมอุตสาหการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้ตรงกับสาขาที่เรียนมาเต็มที่ ดังนั้นเมื่อทำงานอยู่ได้ระยะหนึ่งก็อยากจะไปเรียนต่อทางด้าน ไอที ประกอบกับความชอบในเรื่องของ เน็ตเวิร์ค หรือ เครือข่าย เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในโลกยุคใหม่ เน็ตเวิร์คเป็นเหมือนถนน ที่ไหนมีถนนเข้าถึง ที่นั่นก็เจริญ เมื่อราวยี่สิบกว่าปีที่แล้วผมจึงเชื่อว่า ถ้าเราเป็นคนสร้างเครือข่าย ก็เหมือนกับคนสร้างถนน ยังไงก็ต้องอยู่ได้ มีงานทำแน่นอน

คอมพิวเตอร์ถ้ามีอยู่แค่เพียงเครื่องเดียวลำพังคงทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ถ้าหากมีการเชื่อมต่อ รวมตัวเข้าหากัน พลังที่เกิดขึ้นจะมีเพิ่มอย่างมหาศาล นั่นทำให้ผมตัดสินใจไปเรียนต่อทางด้านเทเลคอม กับ เน็ตเวิร์ค ที่ Syracuse University มลรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

ใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาอยู่ราวห้าปี ครั้งแรกก็เกือบตัดสินใจไม่กลับ เพราะรู้สึกว่าชีวิตที่นั่นเป็นแบบตรงไปตรงมา ทำอะไรก็ได้ผลตอบแทนแบบนั้น แม้กระทั่งการไปเป็นพนักงานใช้แรงงาน หากขยัน รู้จักเก็บออม รายรับที่ได้ก็ไม่ต่างจากพนักงานที่นั่งอยู่ในออฟฟิศ บางครั้งที่ผมไปฝากเงินที่ได้จากการเป็นพนักงานเสิร์ฟ เจ้าหน้าที่ธนาคารยังแซวเลยว่ารายได้ของผมดีมาก เขาอยากจะไปเป็นพนักงานเสิร์ฟบ้างได้รึเปล่า แล้วการให้เกียรติทางสังคมกับคนที่ทำงานทางด้านบริการนั้น เขาให้ความนับถือให้เกียรติกันมาก เพราะถือว่าเป็นผู้เสียสละอย่างหนึ่ง ทำให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี คุณภาพชีวิตก็มีความเป็นอยู่พื้นฐานที่สะดวกสบาย

แต่สิ่งสำคัญที่ไม่สามารถจะหาได้จากที่ใดในโลก แล้วไม่มีวันชดเชยกันได้ นั่นคือ ความอบอุ่น ครอบครัวเรา ถิ่นของเรา บ้านของเรา อยู่ที่ประเทศไทย เราเป็นคนไทย เมื่ออยู่ในประเทศไทย เราคือเจ้าของประเทศ เป็นประชาชนไทยเต็มขั้น มีสิทธิ์มีเสียงทุกอย่างเต็มที่ ซึ่งอยู่ต่างแดน ถึงแม้จะมีเงินมีทอง สุขสบายกายแค่ไหน ก็ไม่อาจจะมีความสุขใจเท่าอยู่ในบ้านเกิดของเราเอง

จนเมื่อเพื่อนที่สนิทกันที่เมืองไทย ติดต่อไปว่า มีงานน่าสนใจแนะนำให้ ผมได้สัมภาษณ์ ได้คุยกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต ก็คิดว่าคุณสมบัติต่างๆ ของเราน่าจะตรงกับงาน เมื่อปรึกษากับทางบ้าน ก็อยากให้กลับมาด้วย ผมก็ดีใจที่ได้กลับมา เราเป็นคนไทย ครอบครัวก็เป็นคนไทย แล้วทำไมจะต้องไปอยู่ที่อื่น อาหารการกิน ชีวิตความเป็นอยู่ ขนาดชาวต่างชาติยังอยากจะเข้ามาอยู่ประเทศไทยเลย

พอกลับมาก็ทำงานหนักมาก มาดูทางด้านการขายงาน เป็นเรื่องของเน็ตเวิร์คตรงกับที่เรียนมา โดยได้ใช้กีฬากอล์ฟมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือในการเชื่อมความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือเพื่อนๆ ให้มีความสนิทสนมกัน ทำให้ได้เล่นกอล์ฟอย่างจริงจังมากขึ้น ผมเริ่มเล่นกอล์ฟเพราะคุณพ่อพาไปตี ตอนนั้นหัดที่สนามซ้อมหัวหมาก ระหว่างคุณพ่อไปทำงานที่คลีนิค ท่านเป็นแพทย์ทางสูตินรีเวช ผมก็ซ้อมกอล์ฟรอ วันละ 2-3 ชั่วโมง มีโปรจับให้จนเล่นเป็น จนกระทั่งมีวันนึง คุณพ่อได้ไปออกรอบที่พลูตาหลวงกับเพื่อนๆ พอกลับมาบ้าน ท่านก็โยนไม้ทิ้ง เลิกตีกอล์ฟเลย ผมก็แปลกใจ ว่าทำไมท่านถึงเลิก มารู้ทีหลังว่า ด้วยความเป็นหมอ แล้วใช้เวลาในสนามครั้งละหลายชั่วโมง ขับรถไปกลับอีก เสียเวลาไปทั้งวัน เข้าซุ้มก็ต้องรีบๆ กิน ท่านก็คิดว่าทำไมต้องมาทำตัวลำบากขนาดนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ซ้อมกันมา เล่นด้วยกันมาหลายปี ครั้งแรกก็นึกว่าท่านพูดเล่นๆ จนกระทั่งวันหนึ่งผมชวนท่านไปออกรอบ ซึ่งทุกทีก็จะไปด้วยกัน แต่ท่านก็ปฏิเสธแล้วบอกว่า เลิกเล่นแล้วจริงๆ ผมก็เลยงงใหญ่ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เพื่อนก็ชวนแล้ว ผมก็ไม่เคยไปเอง เพราะทุกทีคุณพ่อพาไปตลอด เลยตัดสินใจเอาชุดเหล็กของพ่อไปตี แล้วก็ใช้มาเรื่อยๆ ตอนเรียนที่อเมริกาก็ยังให้คุณแม่ส่งชุดนี้ไปให้ ไม่อยากเสียเงินซื้อชุดใหม่ ผมเองก็มีเบสิคในเรื่องกอล์ฟอยู่แล้วก็อยากจะเล่นเองบ้าง

ชานเมืองนิวยอร์คมีสนามกอล์ฟสวยๆ น่าเล่นเยอะมาก แต่ข้อเสียคือ พอถึงฤดูหนาว จะมีหิมะลงทั้งเมืองจนเล่นไม่ได้ ต้องรอช่วงฤดูร้อนถึงจะได้เล่น แล้วที่สำคัญ ค่าแรงจะแพงมาก ทำให้แค้ดดี้ไม่ค่อยมี ต้องบริการตัวเองทุกอย่าง ตอนกลับมาอยู่ประเทศไทยใหม่ๆ ยังไม่ชินกับการเล่นกอล์ฟที่มีแค้ดดี้คอยช่วย พอเขาหยิบไม้ส่งมาให้ ก็รู้สึก งงๆ ที่เรายังไม่บอกว่าจะใช้เหล็กอะไรเลย กลับหยิบมาให้ แล้วก็ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ เพราะทุกทีต้องเลือกหยิบเอง เช็ดไม้ มาร์คลูก เช็ดลูก ทุกอย่างชินกับการทำเอง หน้าที่ของแค้ดดี้ก็แค่แบกถุงให้ และอะไรที่เราไม่ทำก็ทำไป แต่พออยู่ไปๆ ได้เล่นบ่อยขึ้น ชินกับการมีคนคอยทำให้ พอแค้ดดี้ทำเฉยๆ ก็รู้สึกว่าทำไมไม่หยิบเหล็กส่งให้สักที ทำไมไม่ทำความสะอาด ทำไม่รีบมาร์คลูก กลายเป็นชินกับการมีแค้ดดี้ไปเลย

ผมกลับมาร่วมงานกับ หัวเว่ย ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเน็ตเวิร์คจากประเทศจีน ซึ่งมีลูกค้าเป็นบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างๆ ส่วนผมเข้ามาดูแลในเรื่องการขายเน็ตเวิร์คและเทเลคอมให้กับภาคองค์กรใหญ่ๆ เช่นรัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย อุปสรรคใหญ่ในช่วงแรกๆ คือความเชื่อมั่นในสินค้าของจีนที่ขณะนั้นยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก และนั่นก็คือเป้าหมายของผมที่จะต้องสร้างความสำเร็จกับสินค้าของเราให้ได้ ถึงแม้จะยังไม่ได้รับการยอมรับ ผมก็สร้างทีมขึ้นมา ในฐานะที่เราเป็นน้องใหม่ในวงการด้วย รู้ดีว่าเป็นงานที่ไม่ง่าย ก็สู้กันเต็มที่ จนเมื่อผ่านไปราวห้าปี ได้เรียนรู้การทำงานกันอย่างลึกซึ้ง จนผมเชื่อว่าพวกเราที่ยากลำบากร่วมกันมานั้น เหมือนกับเรียนจบมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน จนปัจจุบันบริษัทนี้ก็เติบโตขึ้นถึงระดับโลกไปแล้ว

ช่วงผมทำงาน แทบไม่เคยมีวันหยุดเลย เคยคุยกับน้องๆ ในทีมว่า ในสัปดาห์นึง เรามีโอกาสจะสร้างลูกค้าได้มากมาย เช่น เมื่อตัดเวลาประชุม เข้าออฟฟิศ ออกไปแล้ว ยังเหลือเวลาช่วงเช้า บ่าย ทานข้าวเที่ยง ทานข้าวเย็น รวมถึงตีกอล์ฟวันหยุดอีก คุณมีโอกาสพบลูกค้าถึงราว 18 ครั้ง ผมไม่เชื่อว่าคุณจะไม่พบลูกค้าเลย แต่คุณต้องทำ ไม่มีของชิ้นไหนที่ดีที่สุดในโลกหรอก แต่อาจจะมีที่เหมาะกับเขา คุณก็ยังขายได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องการขายของ เพราะลูกค้าให้ความเชื่อถือในตัวคุณ

พอออกจากบริษัทฯ ก็หันไปทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊สแอลพีจี ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวภรรยา ซึ่งชีวิตผมจะมีอะไรผูกพันกับกอล์ฟตลอด คู่ชีวิตผมก็พบกันในสนามกอล์ฟ แรกๆ ได้ร่วมก๊วนด้วยกันเพราะเป็นเพื่อนของเพื่อน เล่นกอล์ฟด้วยกันอยู่หลายปี จนกระทั่งเมื่อผมออกจากบริษัทฯ จึงได้มาตกลงแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันจนมีลูกแล้วถึงสามคน หลังจากทำธุรกิจปั๊มไปได้ระยะหนึ่ง ลูกค้าเก่าๆ ของผมก็ติดต่อเข้ามาตลอด จนผมต้องเปิดบริษัทเพื่อรับงานทางด้านเทเลคอม ขณะนั้นระบบ 3 จี กำลังจะเกิด เราก็ต้องเดินทางไปเกาหลีเพื่อหาอุปกรณ์ ดูงาน ประชุม แต่ในที่สุดระบบก็ไม่เกิดขึ้นในบ้านเราซะที จนเราต้องล้มเลิกโครงการนี้ไป และหันไปทำงานทางด้านไอที เน็ตเวิร์ค ใช้ชื่อว่า ชุนบอค ทำงานครบวงจรตั้งแต่ ออกแบบ ให้คำปรึกษา ติดตั้งอุปกรณ์ ดูแลหลังการขาย

งานทุกอย่างก็ยังมีความเกี่ยวข้องกันอีกด้วย เพราะระหว่างที่ไปติดต่อธุรกิจที่เกาหลี พอประชุมกับผู้บริหารเสร็จ ต้องรอประชุมอีกครั้งในช่วงเย็น เขาก็มาบอกว่าระหว่างที่รอเวลาว่างๆ อยู่อยากให้ผมไปพักผ่อน ไปเล่นกอล์ฟรอก่อนก็ได้ ผมก็แปลกใจ จะให้ไปเล่นตรงไหนได้ นี่เราอยู่ในตึกกลางเมืองหลวง กว่าจะไปกว่าจะกลับก็หมดเวลาแล้ว ไม่ได้จองสนามไว้อีก เขาก็บอกว่า อยู่ข้างล่างตึกนี้เอง เดี๋ยวจะพาไป เป็นกอล์ฟ Simulator ชื่อ Golfzon

ผมก็ลองไปเล่น ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครบ 18 หลุม ให้ความรู้สึกว่าเพลินดี มีความท้าทายเหมือนกับได้ออกรอบจริง โดยใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้นก็กลับขึ้นไปประชุมต่อ จนเมื่อกลับมาเมืองไทย ผมไปออกรอบแล้วได้เห็นโลโก้อีกครั้งบนร่มของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ก็นึกถึงทันที แล้วชักชวนว่า น่าจะนำเอาเข้ามาทำในประเทศไทยบ้าง เลยบินไปด้วยกันเพื่อเจรจาติดต่อกับบริษัทที่เกาหลี

เราเริ่มเปิดครั้งแรกที่เอกมัย มี 5 ห้อง ปิดทึบทั้งหมดเหมือนกับที่เกาหลี แต่ผลตอบรับยังไม่ค่อยดีนักเพราะคนยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ผมก็ยังอยากทำให้ประสบความสำเร็จ อะไรที่ยากๆ ก็ทำมาแล้ว สำหรับผมตราบใดถ้ายังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ย่อมมีความหวัง ยังเป็นความท้าทายที่ดีอีกด้วย เชื่อว่าความพร้อมเรามี กอล์ฟซิมูเลเตอร์ คือเรื่องของ ไอที บวกกับ กีฬากอล์ฟ ผลลัพธ์ออกมาคือ ประสบการณ์ใหม่ วัฒนธรรมใหม่ ซึ่งเรามีพื้นฐานความรู้ทางด้านไอทีอยู่แล้ว และยังรักยังชอบในกีฬากอล์ฟ จึงมั่นใจว่าถ้ามองในมุมธุรกิจ เราสามารถทำได้ดีอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องการขายและบริการหลังการขาย เพราะในการติดตั้งอุปกรณ์ในแต่ละส่วนต้องใช้ความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี ทั้งระบบ เครื่องไม้เครื่องมือ เน็ตเวิร์ค โปรเจคเตอร์ เราพร้อมทั้งหมด

ตอนนั้นลูกค้าของเรายังน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น จนรู้สึกว่าเป็นงานที่หนักมาก ลงทุนเยอะแต่ผลตอบแทนน้อย ได้ลองพยายามทำโน่นทำนี่หลายวิธีมาแล้วก็ยังไม่ได้ผล ถึงขนาดเคยปรึกษากันว่าจะปิดไปเลยดีรึเปล่า จนเมื่อปลายปี 2557 ผมขอลองอีกครั้ง รื้อด้านหน้าที่เป็นห้องทึบๆ ให้กลายเป็นพื้นที่โล่งๆ ทาสีใหม่ ตกแต่งเรียบง่าย ให้มีความรู้สึกว่าเข้ามาแล้วนั่งสบาย ผ่อนคลาย และใช้ชื่อว่า OB Club ซึ่งในสนามกอล์ฟ OB ก็หมายถึง Out of Bound อยากสื่อถึงการทำอะไรนอกเขตอยู่แล้ว เรามาตีกอล์ฟนอกสนามกอล์ฟ แล้วยังเป็นชื่อเล่นของผมอีกด้วย และเมื่อเปลี่ยน ทุกอย่างก็ได้ผลตอบรับที่ดีขึ้น คนรู้จักเรา มองเห็นเรา เข้ามาหาเรามากขึ้น จนเรารู้สึกว่ามันไปได้ เราจึงเปิดอีกแห่งที่ เอสพลานาด รัชดาฯ ด้วยความมุ่งหวังว่า ลูกค้ากลุ่มคนไทยจะเข้ามาใช้บริการมากขึ้น

ที่ผ่านมา คนไทยเรามักจะมองภาพว่า กอล์ฟซิมูเลเตอร์ นำไปใช้ในเรื่องโค้ชชิ่ง ยังไม่คิดว่าจะทำให้เกิดไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในเรื่องการออกรอบ 18 หลุม ซึ่งผมเชื่อว่า Golfzon ทำได้ดีที่สุด โดยเวลาไปซ้อมที่สนามไดร์ฟเรามักจะมุ่งที่จะตีให้เต็มที่ ตีให้ไกลๆ จนอาจจะลืมเรื่องวางแผนการเล่น หรือเกมส์แพลน การมาเล่นที่นี่นอกจากจะให้เรื่องความบันเทิง ทั้งกับเพื่อนฝูง, การปาร์ตี้แล้ว เรายังจะได้ฝึกในเรื่องทักษะต่างๆ เล่น การยืนบนพื้นเอียงระดับต่างๆ บังเกอร์ ทราย ลม แม้กระทั่งพัตต์ ที่ใกล้เคียงกับในสนามจริง ซึ่งจะหาไม่ได้ครบถ้วนในสนามซ้อมทั่วไป แล้วกอล์ฟยังเป็นเรื่องของเกมส์ก๊วนที่มาด้วยกัน มาด้วยกันก็สนุกด้วยกันได้ ภายใต้สถานการณ์เดียวกัน เพราะฉะนั้น มาที่นี่ ต้องมากันทั้งก๊วน มาเล่นกับเพื่อนๆ ถึงจะได้อรรถรสเต็มที่

ทราบมาว่า ที่เกาหลี เดิมทีนั้นกลุ่มพนักงาน เพื่อนๆ เมื่อเลิกงานแล้วก็มักจะดื่มและเล่นบิลเลียด แต่ต่อมาก็เปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟซิมูเลเตอร์กัน เพราะการเล่นกอล์ฟเป็นกีฬาของสุภาพชนและยังส่งเสริมภาพลักษณ์อีกด้วย โดยที่ประเทศเกาหลีมีเปิดถึงห้าพันกว่าสาขา นั่นจึงทำให้ผมมั่นใจว่าของเราดีแน่นอน และขอจำนวนแค่สิบเปอร์เซ็นต์ของเขาก็พอ ถึงระยะเวลาในการดำเนินงานอาจจะไม่เร็วมากนัก แต่ก็เชื่อว่าเราทำได้ หากเราทำให้คนไทยเข้าใจถึงกิจกรรมนี้ได้ดีมากขึ้น โดยมองว่าเรามีอาคารใหญ่ๆ อยู่มากมายที่น่าจะเป็นที่ตั้งของกอล์ฟซิมูเลเตอร์ เมื่อเลิกงานจะซ้อมหรือออกรอบ ก่อนวันหยุดจะไปออกรอบจริง ซึ่งช่วยให้คุณเล่นดีขึ้นในสนามจริงได้อย่างแน่นอน

จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักจะพูดถึงเรื่องการทำธุรกิจกอล์ฟ แต่ไม่เห็นมีใครพูดเรื่องการเพิ่มประชากรกอล์ฟ เวลาจัดงานกอล์ฟต่างๆ ก็จะไปเน้นเรื่องการลดราคา มากกว่าจะแสดงถึงนวรรตกรรมที่ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้า เพื่อกระตุ้นให้ผู้พบเห็นสนใจแล้วอยากจะเล่นกอล์ฟ แล้วทำให้ผู้คนเข้าถึงกีฬากอล์ฟได้ง่ายๆ ไม่ใช่ว่า เมื่อคิดจะเริ่มเล่น พอรวมตัวเลขค่าใช้จ่าย ไม้กอล์ฟ ค่าชุด ค่าเรียน ก็เป็นจำนวนที่มากจนไม่มีใครอยากจ่าย แล้วอย่างน้ีเราจะให้เริ่มเล่นกอล์ฟได้อย่างไร

ผมยังมีความคิดว่า จะนำความถนัดทางด้านไอทีที่เรามีอยู่ มารวบรวมให้เกิดสังคมกอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผมไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการที่เขาทำอยู่แล้วให้มาร่วมกัน และเมื่อนั้นก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งกับวงการกอล์ฟ รวมถึงธุรกิจกอล์ฟอีกด้วย บ้านเราเป็นที่ยอมรับว่าเป็นสวรรค์ของนักกอล์ฟจากทั่วโลก เราได้เปรียบในจุดนี้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งผมยินดีเป็นอย่างยิ่งหากช่วยเหลือได้ เพราะที่ผ่านมาเราให้บริการทางด้านไอทีเทคโนโลยีเพื่อไปพัฒนาธุรกิจ แล้วทำไมเราถึงจะไม่นำสิ่งเหล่านี้ที่เราถนัดไปพัฒนาธุรกิจของเราเองบ้าง

เราเตรียมจะทำโรงเรียนสอนกอล์ฟเร็วๆ นี้ ประโยชน์ที่เห็นชัดโดยเฉพาะกับเด็กๆ ก็คือ หลังจากซ้อม สามารถออกรอบต่อได้เลย ถ้าซ้อมในสนามทั่วๆ ไปจะต้องรอกว่าจะได้ออกรอบ แต่ที่นี่คุณจะได้ลองแบบคร่าวๆ ก่อน จะได้เห็นสภาพต่างๆ ในสนามแบบเสมือนจริง และยังคิดว่าเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับโปรอีกด้วย ซึ่งเราก็ยินดี กอล์ฟ ก็คือเกมส์อย่างหนึ่ง เมื่อทำให้สนุกได้ มันก็ยิ่งน่าสนใจ คุณไม่อยากรู้เหรอว่า การตีให้ได้ระยะเท่าไหร่ จะต้องใช้เหล็กอะไร ใช้วงสวิงแบบไหน ทำอย่างไรถึงจะได้ระยะตามต้องการ มาที่นี่คุณเห็นสิ่งเหล่านั้นได้ สามารถเพิ่มความสนุกให้กับการฝึกซ้อม โดยใช้ซอร์ฟแวร์ที่เหมือนกับเกมส์มาช่วยสร้างความท้าทาย และยังบันทึกผลไว้ เรียกดูผลต่างๆ ผ่านมือถือจากที่ไหนเมื่อไรก็ได้ นับว่าเป็นประโยชน์อีกรูปแบบในการพัฒนาเกมส์กอล์ฟให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

กอล์ฟซิมูเลเตอร์จึงนับว่าเป็นประโยชน์อีกรูปแบบในการพัฒนาเกมส์กอล์ฟให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะใช้เพื่อการเรียนการสอน การฝึกซ้อมตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนไปถึงระดับแข่งขันอาชีพ รวมถึงการใช้เพื่อความบันเทิงสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนๆ ในรูปแบบกีฬา ซึ่งจะทำให้เข้าถึงกีฬากอล์ฟได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง หรือมีอุปกรณ์ครบก่อน สะดวกเมื่อไหร่ก็เริ่มออกรอบได้เลย ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดประชากรกอล์ฟเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

และผมยังต้องขอบคุณผู้ใหญ่ ที่ให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้าน ยิ่งเมื่อได้เข้าไปเรียนในหลักสูตร นักบริหารระดับสูง กอล์ฟ ธรรมศาสตร์ หรือ นกธ.ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยิ่งทำให้ได้รู้จักกับ ผู้ทรงคุณวุฒิ พี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการกอล์ฟ อีกเยอะแยะมากมายที่ แต่ละท่านก็ได้ให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อยอดให้ธุรกิจนี้ไปได้อีก

ความใฝ่ฝันของผมอย่างหนึ่งก็คือ มีแอพฯ สักตัวที่ให้ช่วยเหลือทางด้านกอล์ฟอย่างครบวงจร ไม่แค่ของเราเองเท่านั้น ต่อไปคงจะได้มีการเชื่อมธุรกิจ ประสานผลประโยชน์ในวงการกอล์ฟเข้าด้วยกัน ใครที่อยากจะเล่นกอล์ฟ อยากจองสนามออกรอบ หรือสนใจอยากหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกอล์ฟ ก็ต้องเปิดแอพฯ ตัวนี้

เมื่อไรที่ชีวิตเจอความยากลำบาก สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผ่านพ้นไปได้ คือ ความพยายาม และตั้งใจไว้ว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ผมเชื่อว่า ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าเจออุปสรรค แล้วท้อ จ้องแต่เลิก คงต้องไปหันอะไรทำง่ายๆ ดีกว่า แต่นั่น ชีวิตคงไม่ได้มีคุณค่าอะไร แม้บางครั้ง การทำในสิ่งที่ยากๆ ผลลัพธ์กลับมาอาจจะไม่ได้ตามที่ต้องการ แต่เราก็ได้รับอะไรกลับมาบ้าง อย่างน้อยก็คือความภาคภูมิใจที่เราได้สู้กับอุปสรรคอย่างเต็มที่ เพราะงานยากๆ เมื่อทำเต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร ก็ภาคภูมิใจที่ได้ทำครับ

1101-int-exc-2

1101-int-exc-3