กราบ…สวัสดีปีใหม่ 2566 ทุกท่านครับ
กราบ…สวัสดีปีใหม่ 2566 ทุกท่านครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับการกลับมาใช้ชีวิตแบบ ‘นิวนอร์มอลขั้นกว่า’ กันอีกครั้ง การประกาศให้ โควิด ที่เคยสร้างความหวาดหวั่นสนั่นปฐพี จู่ ๆ ก็ลดดีกรีให้กลายเป็นโรคพื้นถิ่น ไม่ต่างจากไข้หวัดธรรมดาสามัญซะงั้น… แล้วแบบนี้ ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรหนอ จะกลัวต่อ ยกการ์ดสูง ปกป้องตัวเองสุดฤทธิ์ดีมั้ย? ซึ่งก็อาจจะกลายเป็นตัวตลก หรือถูกมองว่าวิตกจริตไปก็ได้ เพราะเห็นมาแล้วว่า เริ่มมีการถกเถียงถึงการใส่หน้ากากในที่สาธารณะ เพราะเน้นย้ำกันเหลือเกินว่า “ขอความสมัครใจ” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้ายังบังคับกันอยู่ จะดูล้าสมัยในสายตาชาวโลกกันมากแค่ไหน ที่ต่างมุ่งมั่นจะเปิดหน้ากากกันอยู่ร่ำไป
แต่เชื่อเถอะครับว่า ณ นาทีนี้ คนที่เคยติดแล้ว หายดีแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีอาการหนักหนา บางคนแทบไม่รู้สึกถึงผลกระทบอะไรเลยด้วยซ้ำ ชนิดที่ถ้าไม่ตรวจขึ้นสองขีด ก็ไม่รู้ตัวว่า ได้รับการอวยยศไปแล้ว คนกลุ่มนี้มีเยอะมากครับ อาจเป็นเพราะได้รับวัคซีนมาเพียงพอ หรือเจอกับเชื้อชนิดที่ตัวเองไม่แพ้ แต่ที่แน่ ๆ เรื่องนี้มี ดวงและโชคชะตา มาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องตลกนะครับ หลายท่าน รอดมาได้หลายซีซั่น คิดว่าตัวเองคงมีภูมิ พอมีถึงซีซั่นนี้ ยกเลิกการควบคุมเข้มงวด ติดดื้อ ๆ ซะงั้น ประมาทปุ๊ป เจอปั๊บ รับโชคทันที
ย้อนกลับมาดูแวดวงกีฬา และกอล์ฟกันบ้าง ในปีนี้ เราคงได้เห็นความคึกคักกลับมาอย่างเต็มสูบ จริง ๆ ก็เริ่มจากกลาง ๆ ปีที่แล้ว แต่ยังไม่เป็นทางการมากนัก ที่ผู้คนเริ่มกล้าออกไปรวมตัว แต่พอมีประกาศอย่างเป็นทางการว่าผ่อนคลายได้แล้ว ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ก็คงได้กลับมาจัดงานกันแบบเต็มที่ได้ซะที ทั้งช็อตกัน งานเลี้ยง ดนตรี ฯลฯ ซึ่งก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใดแล้วในปีนี้
ประเด็นก็คือ ผู้ร่วมงานทั้งหลายนี่แหล่ะครับ ท่านต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งกับตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และคนรอบข้าง ที่จะต้องพบเจอ, แทบจะไม่มีที่ไหนแล้ว ที่บังคับให้ท่านต้องตรวจ ATK ก่อนร่วมกิจกรรม แต่นั่นล่ะ ท่านย่อมรู้ตัวเองดีที่สุดว่า มีอาการที่ส่งสัญญาณว่า มันมาแล้วหรือไม่ ยิ่งคนที่เคยผ่านการติดมาก่อน คงทราบได้โดยทันที ว่าแบบนี้นี่แหล่ะ ที่เคยทำให้ป่วยงอมแงม ลำบากกันเป็นเดือนมาแล้ว, แต่รอบนี้ ติดก็ติดไปสิ่ รักษากันเอง หายากินเอง นักเลงพอ ส่วนอยากไปไหน ถ้าไหวก็ไป ใครจะติดต่อจากเรา ช่างเขา… ขอเถอะครับ อย่าคิดแบบนี้เลย เพราะยังไง โควิด ก็ยังไม่ใช่ไข้หวัดงอกง่อย ถึงคนส่วนใหญ่จะรอด แต่ที่ไม่รอดก็ยังเยอะอยู่นะ ยังไงก็ต้องรับผิดชอบสังคม เพื่อความสบายใจกันต่อไปอีกนิดเถอะครับ
การระวังป้องกัน ใส่หน้ากาก พกเจลแอลกอฮอล์ ในที่สาธารณะ อาจดูเหมือนวิตกจริต คนที่ไม่แคร์แล้วหรือต่างชาติเขาจะว่ายังไง ก็ช่างเขาไปก่อนเถอะครับ เพราะเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย เขาไม่ได้มาดูแลเยียวยาเรา มีแต่ตัวเราพรรคพวกเรานี่แหล่ะครับ ที่ต้องมารับภาระ ฉะนั้น การเลี่ยง ลดความเสี่ยงต่าง ๆ แล้วไม่ป่วย ไม่เจ็บ ยังไงก็ดีกว่ารู้สึกเขินอายที่อาจจะถูกล้อเลียนว่าขี้กลัวไม่เข้าท่า… กลัวบ้างแล้วรอด ดีกว่ากล้าแล้วร่วง… ยอมเถอะครับ
บ่นถึงเจ้าโควิดน้องน้อยมาพอสมควรแล้ว วกกลับมาถึงกอล์ฟ กันอีกนิดละกันครับ ปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม มีการเปลี่ยนแปลงกฎกติกากอล์ฟกันอีกครั้ง โดยเนื้อหานั้น ท่าน อ.วิชิต บัณฑุวงศ์ ได้ปูพื้นมาให้พวกเราได้ทราบมาพอสมควรระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งผมเองก็เข้าใจกันดีว่า นักกอล์ฟสมัครเล่นทั่ว ๆ ไป เรา ๆ ท่าน ๆ คงไม่อยากจำกติกาทุกข้อแบบละเอียดยิบ ๆ อันนั้นยกให้พวกเขาเล่นอาชีพกันไปเถอะครับ หรือถ้าสนใจจริง ๆ ก็ติดตามการอบรมของสมาคมฯ ได้… แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะบอกกล่าวกันเป็นหลักใหญ่ในเรื่องกฎทั้งหลายก็คือ เขาพยายามออกมาให้สอดคล้องกับชีวิตจริงมากที่สุด แม้บางเรื่องยังขัดใจอยู่บ้าง แต่ถ้ามีทักท้วงกันบ่อย ๆ มีเหตุมีผล เขาก็แก้ไขให้เหมาะสมขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีการแก้กันต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ส่วนการจะพิจารณาว่า การกระทำใดผิดกฎหรือไม่ หากไม่เปิดกฎ ก็ขอให้คิดไว้อย่างนี้ว่า ถ้าทำอะไรแล้วเรา ‘ได้เปรียบ’ คนอื่นชัดเจน แบบนี้ขอให้คิดข้างผิดไว้ก่อน เพราะกฎกติกา ที่สร้างขึ้นมาทั้งหมด ในที่สุดแล้วต้องพยายามวิ่งหาจุด ‘ยุติธรรม’ ถึงแม้ว่า ข้อนี้ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน หากตกลงกันไม่ได้ ก็คงต้องทะเลาะกัน จนต้องมีกำหนดออกมาให้ชัดเจนเพื่อชี้ชัด ณ เวลานั้น แต่ถ้าเวลาผ่านไป มันล้าสมัย มีข้อโต้แย้ง ก็ย่อมต้องแก้ไขกันไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบสิ้นอย่างแน่นอน
อย่าไปเครียดกับการเล่นที่ไม่มีผลกับส่วนรวมให้มากจนเกินไปนะครับ ถ้าเล่นกันเองกับเพื่อนในก๊วน ไม่ได้แข่งกับคนหมู่มาก จงเลือกข้างที่ได้เสียงหัวเราะ ได้มิตรภาพ เราเสียตังค์บ้าง เสียฟอร์มให้เพื่อนล้อบ้าง นั่นแหล่ะกำไรล้วน ๆ ดีกว่ามุ่งมั่นเอาชนะ หน้าดำหน้าแดง จนก๊วนแตก ไม่มีใครอยากเล่นด้วย เคยรักกันมากแค่ไหน มาเสียเพื่อนเพราะกอล์ฟ ก็เห็นมานักต่อนักแล้ว เพราะเวลาเล่นจนติดลมแล้ว มักจะลืมตัว แสดง ‘ธาตุแท้’ ของตนออกมาให้โลกรู้ แต่…ถ้าท่านรู้ล่วงหน้า ว่าธรรมชาติของกอล์ฟเป็นแบบนี้ แล้วทำไมไม่ทำให้การเล่นกอล์ฟของท่าน กลายเป็นเครื่องมือ มอบความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้างบ้างล่ะ ทำให้คนอื่นรักเรา ย่อมดีกว่าทำให้เขาเกลียดเป็นไหน ๆ…
สุดท้ายนี้ ขอกราบอวยพรให้ทุกท่าน ได้เล่นกอล์ฟกันอย่างสนุกสนาน สุขภาพฟิตเปรี๊ยะ ตีไกล ไดร์ฟตรง ถึงธงเพื่อนรัก… มีความสุขตลอดปีกระต่ายถ้วนหน้านะครับ
Mr.A
