เขียน..เมื่อมีลมหายใจ

ความรัก

เขียน..เมื่อมีลมหายใจ ๒
ความรัก

โลกที่เต็มไปด้วยความรักของเธอ มันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเธอมีความหมายมากมาย มันเป็นความทรงจำที่เธอเก็บไว้เนิ่นนาน แม้เธอกับเขาของเธอจะอยู่ห่างไกลเกินขอบฟ้า…แต่เธอกลับบอกฉันว่า…เธอถูกคำว่า รักผูกติดเธอกับเขาของเธอไว้ข้างกายกันตลอดเวลา..เป็นความรักที่งดงามเจิดจ้าดุจแสงตะวัน…

หลังจากที่ฉันเขียน บทนำ และส่งต้นฉบับไปยังเลขาของฉันแล้ว เวลาประมาณ ตี 4 ของเช้าในวันรุ่งขึ้น ฉันฝันเห็นภาพชายหญิงในลักษณะ โอบประคองกันไว้แล้วค่อยๆ ลอยขึ้นอย่างช้าๆ ไปบนฟากฟ้า….รัศมีแสงสว่างรอบตัวของหญิงชายคู่นั้นสวยงามเหลือเกินคล้ายกับรัศมีของพระจันทร์เวลาทรงกลด แผ่วงรอบเขาทั้งสองเป็นชั้นๆ กระจายเป็นวงกว้าง ฉันนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและส่งสายตาไปยังภาพนั้น ซึ่งมีคนนั่งล้อมกันเป็นวงเหมือนการละเล่น รีรีข้าวสาร …สมัยโบราณ ฉันสวมหมวกทรงกลมพร้อมกับพับด้านหน้าขึ้นและสะพายกล้องเตรียมยกกล้องขึ้นเพื่อถ่ายภาพชายหญิงคู่นั้น ความรู้สึกในขณะที่ฉันกำลังกดชัดเตอร์เหมือนมีเพื่อนของฉันคนหนึ่งชื่อ สมชาติ…เรียนหนังสือมาด้วยกันเมื่อตอนมัธยม และแยกย้ายกันไปเรียนศิลปะ ฉันมาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อนฉันคนนี้ไปเรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปากร กำลังกดชัตตอร์เพื่อถ่ายภาพฉันที่นั่งสวมหมวกเปิดด้านหน้าและกำลังกดชัตเตอร์เช่นกันซ้อนกันอีกที แล้วฉันก็สะดุ้งตื่น ฉันรีบบันทึกความฝันนี้เอาไว้เพื่อจะได้บอกเล่าครูบาอาจารย์ของฉันในบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ แต่มันมีนัยและปริศนาธรรมที่ฉันมั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับเธอและเขาของเธออย่างแน่นอน…

..เมื่อลมพัดมาเราสองหนาวสั่น แต่หัวใจนั้น แนบเคียงคู่กัน ลมโชยโบกพลิ้ว หวีดหวิวใจสั่น ใบไม้ก็พลันร่วงโรยเมื่อเธอและฉัน ให้สัญญามั่น มอบรักต่อกัน ถึงวันชีพมลาย ลม โชยโบกพลิ้ว วาบหวิวใจกาย เป็นสัญญาฉันรักเธอ จวบจนแสงทอง ลับฟ้าพลบค่ำ ต่างฝากถ้อยคำ พร่ำว่าฉันรักเธอ ดวงจันทร์ทอแสง แห่งรักเลิศเลอ ราตรีนี้เธอ รักซึ้งตรึงใจ จวบจนแสงทอง ลับฟ้าพลบค่ำ ต่างฝากถ้อยคำ พร่ำว่าฉันรักเธอ ดวงจันทร์ทอแสง แห่งรักเลิศเลอ ราตรีนี้เธอ รักซึ้งตรึงใจ…

วันลอยกระทงเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมาฉันเดินทางไปหัวหิน โดยตั้งใจไปบวชชีพราหมณ์กับน้องสาวคนสนิท โดยมีครูบาอาจารย์ของฉันเมตตาบวชให้…เพื่ออุทิศบุญให้เธอ…ฉันประดิษฐ์กระทงนาคีขึ้นเองเพื่อนำไปลอยในสระบัว วัดใหญ่คลายดีรี ที่เธอซ่อนตัวอยู่ที่นั่น ฉันจุดธูป 19 ดอก ดอกไม้ น้ำ พร้อมสรรพ เพื่อบูชาพระรัตนตรัย เทพยดาฟ้าดิน 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน 14 ชั้นบาดาล….แล้วอธิษฐานส่งบุญที่ฉันสั่งสมมานำส่งให้เธอ..แล้วค่อยๆ บรรจงปล่อยกระทงลงบนผืนน้ำ กระทงลอยไปห่างตัวฉันและน้องสาวคนสนิทไม่เกิน 1 เมตร แล้วกระทงก็หมุนตัวกลับมาหาฉันที่ริมศาลาหลังน้อยที่ฉันนั่งอยู่ ฉันจึงเอื้อมมือไปแตะที่กระทงและตอบเธอไปด้วยจิตว่า ฉันจะไม่มีวันลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเธออย่างแน่นอน เธออวยพรให้ฉันแล้วกระทงก็ค่อยๆ หมุนตัวลอยออกไป ฉันมองตามกระทงที่ลอยออกไปแล้วไปหยุดซ่อนตัวอยู่ที่กอบัวหลวงกอใหญ่ส่งกลิ่นหอมอ่อน โยน….น้องสาวคนสนิทที่ไปบวชด้วยกันถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอส่งกลับมาให้ฉันในเวลาต่อมา ฉันกำหนดจิตหลับตานั่งแผ่เมตตา นึกถึงภาพที่ผ่านมา เออหนอ…เธอมาย้ำเตือนฉันอีกครั้งว่า อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธอว่า เราเป็นเพื่อนกันจะต้องจับมือไว้ให้แน่นแล้วเดินไปด้วยกัน แม้มันจะต้องผ่านไปด้วยน้ำตาและอุปสรรค …ฉันให้สัญญา เพราะความรักของเธอยิ่งใหญ่นัก…นาคี

สุชาภา ผลชีวิน