ฉันใดก็ฉันนั้น

ฉันใดก็ฉันนั้น

เห็นภาพและจำนวนของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ออกมาอาละวาดอยู่ในแทบจะทุกมุมของโลกบอกได้เลยว่า “อีกนานกว่าจะสงบ” ถึงแม้ว่าการเกิดของสายพันธุ์นี้จะไม่ดุเดือดเลือดพล่านเหมือนตัวก่อนแต่สำหรับคนที่ง่อยเปลี้ยเสียขาจากตัวเดิมที่ยังคงอยู่นั่นก็แปลว่า “ไอ้ที่ใครๆ บอกว่ามันไม่ร้ายแรง” คงต้องปรับความคิดกันเสียใหม่ จากสถิติของคนที่เป็นแล้วหาย หรือจำนวนคนที่ต้องเข้า รพ. แบบครองเตียงมันมากมายอยู่เหลือเกินด้วยตัวเลขที่ทางกระทรวงที่รับผิดชอบแจงออกมาแล้วมีเพียงแทรกจากคลื่นอื่นๆ ว่ากันว่า “จำนวนที่แจ้งกับจำนวนที่เป็นมันแตกต่างกันมาก” เผลอๆ ถ้าตรวจกันจริงๆ วันหนึ่งอาจเป็นหมื่นๆ คน หรือจะแตะแสนก็มีสิทธิเป็นไปได้…

ครูไก่ฐานะของคนที่รับเชื้อมาเป็นที่เรียบร้อยนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านก็มีไอ เจ็บคอ ปวดหัวอยู่บ้างหากเทียบกับ “ไข้หวัดใหญ่” ที่แวะเวียนมาทักทายกันอยู่เนือง อาการก็คล้ายกันเพียงแต่จุดเปราะของครูไก่คือ “ทอนซิล” เพราะเวลาที่เป็นไข้หวัดใหญ่แต่ละที่อาการเจ็บจาก “ทอนซิลอักเสบ” มันทรมานมาก แล้วบวกกับน้ำมูก จาม ลามไป “ไซนัสอักเสบ” ที่เป็นทุนเดิมจากการเป็นนักกีฬา “ว่ายน้ำ” หวัดใหญ่มันน่า “สมเพช” มากกว่าหลายเท่าตัวนัก เรื่องนี้มันบอกได้ว่า ไข้หวัดใหญ่ถึงอาการรุนแรงแค่ไหนหากเรารักษาถูกทิศถูกทางมันก็หายและอัตราการนอนคุยกับไส้เดือนมันก็น้อย แต่ COVID-19 รักษาอาจไม่ยากเย็นเท่าใดนักแต่อัตราการเสียชีวิตสูงมากจริงๆ

บางทีก็อยากจะบอกว่าระบบที่ดีที่สุดในการป้องกัน COVID-19 คือการป้องกันด้วยตัวของเราเองเพราะในช่วงเกือบสามปีนี่กระผมเองไม่ได้พบกับไข้หวัดใหญ่มาเยือนเลยมีก็เพียง “โควิด-19” ที่มาเยือนเมื่อไม่นานมานี่เอง นี่คือเรื่องที่จะต้องออกไปเล่าแจ้งแถลงไขให้ผู้คนได้ปฏิบัติตัวกันให้ถูกต้องตามหลักฐานที่มันมีมา แต่หากไม่ตักเตือนกันแบบแรงๆ การเปิดประเทศมันคือ “หายนะ” ที่กำลังจะมาเยือน บางครั้งบางคราการจะตักจะเตือนใครให้ทำอะไรสักอย่างคำพูดหรือประโยคที่จะบอกออกไปต้องให้ตรงกันกับระบบการฟังอีกด้วยเรื่องนี้คงไม่ต้องอธิบายขยายความอะไรกันมากมายนักเดี๋ยวจะกลายเป็นคดีความกันเสียเปล่าๆ…

จากที่ครูไก่ปฏิบัติแล้วพบเจอกับตัวเอง ประกอบกับในที่ที่ทำงานก็มีมดหมอระดับอาจารย์อยู่มากมายขนาดบางท่านกว่าจะได้เขียนชื่อท่านก่อนหน้าต้องมีทั้งภาษาอังกฤษ ไทย อีกหลายตัวกว่าจะถึงชื่อ ท่านก็ยังคงยืนกรานว่าการเปิดประเทศนี่ดีแน่นอน แต่ต้องให้ผู้คนเข้าใจในการ “วางตัว ทำตัว ปฏิบัติตัว” ให้เหมาะสมกับบ้านเราไม่ใช่เห็นพวกนักท่องเที่ยวที่เป็นฝรั่งมังค่าเขาเปิดหน้าเปิดตาก็ตามเขาไปกลัวจะไม่กลมกลืนเรื่องนี้ “สำคัญ” เพราะเงินที่ได้มานอกจากจะไม่ได้ใช้ส่วนหนึ่งอาจเป็นค่า “ปลงศพ” อีกด้วยนะ นี่คือเรื่องจริงจำไว้นะครับ “ใบไม้ที่ร่วงหล่นทุกวันๆ สุดท้ายต้นก็ไม่สามารถจะอยู่รอดได้” ฉันใด คนไทยเราฉันนั้น…

ครูไก่