‘เบิร์นส์’ เพลย์ออฟคว้าชัย ที่โคโลเนียล

‘เบิร์นส์’ เพลย์ออฟคว้าชัย ที่โคโลเนียล

แซม เบิร์นส์ พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 38 ฟุตจากนอกกรีนที่หลุมแรกของการเพลย์ออฟ เฉือนชนะ สกอตตี เชฟเฟลอร์ มือหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการชาร์ลส์ ชวาบ ชาลเลนจ์ ชิงเงินรางวัลรวม 8.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 286 ล้านบาท ในเท็กซัส สหรัฐอมริกา

แซม เบิร์นส์ ซึ่งออกสตาร์ตรอบสุดท้ายด้วยการตามหลังผู้นำ 7 สโตรกทำสถิติเทียบเท่าการคัมแบ็กกลับมาชนะมากที่สุดในการแข่งขันที่ โคโลเนียล คันทรีคลับ ในฟอร์ทเวิร์ธ รัฐเท็กซัส โดยเทียบเท่ากับ นิค ไพร์ซ จากซิมบับเวที่เคยทำได้เมื่อปี 1994

ในการเพลย์ออฟ เบิร์นส์ เอาชนะ เชฟเฟลอร์ เพื่อนรักของเขาได้สำเร็จ โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเขาเช่าบ้านร่วมกับหนุ่มเท็กซัสที่ออกัสต้า ซึ่ง เชฟเฟลอร์ สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์แรกของเขาในรายการ เดอะ มาสเตอร์ส

“พระเจ้า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” เบิร์นส์ ตอบคำถามว่าสามารถพัตต์เพื่อชนะจากนอกกรีนลงไปได้อย่างไรในการเพลย์ออฟ ซึ่งเกิดขึ้นประมาณสองชั่วโมงหลังเขาจบสกอร์รอบสุดท้าย 5 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วัน 9 อันเดอร์พาร์ 271

สกอร์ 65 นับเป็นหนึ่งในสกอร์ที่ต่ำสุดของรอบสุดท้ายท่ามกลางกระแสลมรุนแรงและในขณะที่นักกอล์ฟคนอื่นๆต่างร่วงลงมาจากความร้อนในช่วงบ่ายของรัฐเท็กซัส

“ผมคิดว่าด้วเงื่อนไขของการแข่งขันในวันนี้ พวกเราต่างรู้ดีว่ามันเล่นยากขนาดไหน ดังนั้นผมจึงภูมิใจากที่สามารถเกาะกลุ่มเอาไว้ได้” เบิร์นส์กล่าว

เชฟเฟลอร์ เปิดฉากรอบสุดท้ายด้วยการนำการแข่งขัน 2 สโตรก แต่นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกเสียไป 2 โบกี้โดยไม่มีเบอร์ดี้คืนมาแม้แต่หลุมเดียว ก่อนจบวันเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 72

อย่างไรก็ตาม เชฟเฟลอร์ พยายามรักษาโอกาสของตนเองไว้ด้วยการเวฟพาร์ยากๆหลายหลุมในช่วงเก้าหลุมสุดท้าย 9 ฟุตที่หลุม 15, 8 ฟุตที่หลุม 17 และ 5 ฟุตเพื่อเซฟพาร์หลังระเบิดทรายออกมาที่หลุมสุดท้าย

เบิร์นส์นั้นเปิดฉากการคัมแบ็กของเขาด้วยการอัพแอนด์ดาวน์จากบังเกอร์ข้างกรีนขึ้นมาทำเบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรก ตามด้วยเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 10 ฟุตที่หลุม 2 และเบอร์ดี้ระยะ 8 ฟุตที่หลุม 4

หลังจากไปพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 5 เบิร์นส์ มาได้เบอร์ดี้คืนที่หลุม 6, หลุม 7, หลุม 9 และหลุม 11 ทำให้สกอร์รวมขยับไปเป็น 10 อันเดอร์พาร์ ก่อนจะไปผิดพลาดในการเล่นที่หลุม 12

“วันนี้เป็นหนึ่งในรอบที่ดีมากของผมเลยทีเดียว โดยเฉพาะหลังจากที่ผมเล่นผิดพลาดที่หลุม 12 ซึ่งนั่นทำลายโมเมนตัมของเราไปเลย” เบิร์นส์กล่าว “ผมภูมิใจการการจบรอบและพัตต์ที่ยอดเยี่ยมในการเล่นเพลย์ออฟ”

ชัยชนะรายการนี้นับเป็นการคว้าแชมป์ยูเอสพีจีเอทัวร์รากยารที่สี่ในอาชีพของเบิร์น และเป็นชัยชนะรายการที่สามของฤดูกาล โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาป้องกันแชมป์วัลสปาร์ แชมเปียนชิพ สำเร็จ

เบิร์นส์ยังยินดีเป็นพิเศษที่มีชื่อของเขาสลีกอยู่บนถ้วยรางวัลของการแข่งขันที่โคโลเนียล สนามซึ่งเขาจำได้ดีว่าในสมัยเด็กๆเคยดู เดวิด ทอมส์ นักกอล์ฟจากหลุยเซียนาเหมือนกันเคยมาชนะเมื่อปี 2011

“ผมยังจำการแข่งขันสัปดาห์นั้นเหมือนมันเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อวานนี้” เบิร์นส์กล่าว “การที่มีชื่อของผมอยู่บนถ้วยรางวัลนั้นมันเป็นเรื่องที่เท่จริงๆ”

สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ขอว เบิร์นส์ เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่ายิ่งเมื่อปีนักกอล์ฟอเมริกันอีกหลายคนขึ้นมานำร่วมที่ 10 อันเดอร์พาร์และมาพลาดเองในช่วงเก้าหลุมสุดท้าย

เบรนดอน ท็อดด์ เปิดหัวด้วยการทำสองเบอร์ดี้ติดต่อกันที่ทำให้สกอร์รวมขึ้นไป 11 อันเดอร์พาร์ จากนั้นหล่นไปเหลือ 10 อันเดอร์จากโบกี้ที่หลุม 4 ในช่วงเก้าหลุมหลังเสียโบกี้ที่หลุม 11 และ 12 ก่อนจบวัน 71 จบอันดับสามด้วยสกอร์รวม 272

สกอตต์ สตอลลิงก์ส ผ่าน 11 หลุมยังมีอยู่ 10 อันเดอร์พาร์ ก่อนจะออกโบกี้ที่หลุม 12, 14 และ 17 และจบวันเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 72  จบอันดับสี่ร่วมที่ 273 เท่ากับ โทนี ฟิเนา (67) และ เดวิส ไรลีย์ (69)

ไรลีย์ นั้นมีอยู่ 11 อันเดอร์พาร์ตอนที่เล่นมาถึงหลุม 11 แต่ไปพลาดออกโบกี้ที่หลุม 13 ตามด้วยดับเบิลโบกี้ที่หลุม 14

ส่วน ฮาโรลด์ วาร์เนอร์ ตอนที่เล่นถึงหลุม 7 มีอยู่ 10 อันเดอร์ ก่อนจะไปเจอฝันร้ายในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายซึ่งรวมถึงการเสียสองทริปเปิลโบกี้ สองดับเบิลโบกี้ และปิดท้ายด้วยโบกี้ที่หลุมสุดท้าย

สรุปผลชาร์ลส์ ชวาบ ชาลเลนจ์ (สนามพาร์ 70)
271  แซม เบิร์นส์ (สหรัฐฯ)  71-68-67-65
271  สกอตตี เชฟเฟลอร์ (สหรัฐฯ)  66-65-68-72 (เบิร์นส์ชนะที่หลุมแรกของการเพลย์ออฟ)
272  เบรนดอน ท็อดด์ (สหรัฐฯ) 68-68-65-71
273  โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ) 71-68-67-67
273  เดวิส ไรลีย์ (สหรัฐฯ) 67-67-70-69
273  สกอตต์ สตอลลิงก์ส (สหรัฐฯ)  67-64-70-72
275  เควิน นา (สหรัฐฯ)  67-71-68-69
275  จอร์แดน สปีธ (สหรัฐฯ) 69-66-70-70
275  มิโต เปเรรา (ชิลี)​ 70-66-68-71
275  แพทริก รีด (สหรัฐฯ)  66-66-71-72
275  แคม เดวิส (ออสเตรเลีย)   66-68-69-72
276  แมตต์ โจนส์ (ออสเตรเลีย)  70-66-71-69
276  แพต เปเรซ (สหรัฐฯ)  67-66-72-71
276  จอห์น เฮอห์ (สหรัฐฯ)  69-66-68-73