‘โธมัส’ คัมแบ็ก ซิว เมเจอร์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ

‘โธมัส’ คัมแบ็ก ซิว เมเจอร์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ

จัสติน โธมัส ทำสถิติเทียบเท่าการคัมแบ็กในวันสุดท้ายกลับมาชนะมากที่สุดในรายการเมเจอร์อย่าง พีจีเอ แชมเปียนชิพ หลังไล่ตาม 7 สโตรกพลิกกลับมาชนะที่เซาเธิร์นฮิลล์ส คว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่สองในชีวิตไปครอง

จัสติน โธมัส นักกอล์ฟอเมริกันวัย 29 ปีเฉือนชนะ วิล ซาลาตอริส เพื่อนร่วมชาติหนึ่งสโตรกในการดวลเพลย์ออฟ 3 หลุมหลังจบ 72 หลุมมีสกอร์เท่ากัน ส่วน มิโต เปเรรา จากชิลีมาพังเองในวันสุดท้าย

เปเรรานั้นนำการแข่งขันมาตลอดทั้งวันกระทั่งทีช็อตที่หลุมสุดท้ายที่เขาตีตกน้ำพร้อมจบหลุม 18 ด้วยดับเบิลโบกี้หมดลุ้นเพลย์ออฟพร้อมส่งถ้วยรางวัลไปให้กับ โธมัส

“มันเป็นวันที่แปลกประหลาด” โธมัสกล่าว “ก่อนที่สัปดาห์นี้จะเปิดฉากผมถูกถามว่าต้องนำขนาดไหนถึงจะปลอดภัย และผมตอบว่าไม่นำ สนามแห่งนี้เป็นหนึ่งในสนามที่ยากมาก”

“แต่ถ้าคุณทีช้อตอยู่ในแฟร์เวย์ได้ คุณก็มีโอกาสทำเบอร์ดี้ และผมก็เล่นด้วยความอดทนมาตลอด อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่อยากเชื่อว่าจะพบว่าตัวเองสามารถเข้ามาลุ้นถึงเพลย์ออฟ”

นับตั้งแต่ จอห์น มาฮาฟเฟย์ เคยไล่ตามจาก 7 สโตรกแล้วกลับมาชนะในการแข่งขันที่โอคมอนต์เมื่อปี 1978 ก็ยังไม่เคยมีใครตามหลัง 7 สโตรกก่อนเข้ารอบสุดท้ายพีจีเอ แชมเปียนชิพ แล้วกลับมาชนะได้อีกเลย

โธมัสซึ่งเคยคว้าแชมป์พีจีเอ แชมเปียนชิพ เมื่อปี 2017 จบสกอร์รอบสุดท้ายในปีนี้เข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 67 ส่วน ซาลาตอริส รองแชมป์มาสเตอร์สเมื่อปีที่ผ่านมาหวดเข้ามา 71 ทำให้ทั้งคู่จบ 72 หลุมมีสกอร์เท่ากันที่ 5 อันเดอร์พาร์ 275

ซาลาตอริส และ โธมัส เริ่มด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 13 พาร์ 5 ซึ่งเป็นหลุมเปิดฉากเพลย์ออฟ 3 หลุม ที่หลุม 17 พาร์ 4 โธมัสไดร์ฟทำวันออนและทำสองพัตต์จากระยะ 36 ฟุตเก็บเบอร์ดี้ ขณะที่ ซาลาตอริส ชิพขึ้นไปพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 7 ฟุตไม่ลง

ที่หลุม 18 ซาลาตอริสมีโอกาสพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 40 ฟุตแต่ไม่ลงและจบสกอร์ 3 หลุม 1 อันเดอร์ ขณะที่ โธมัส ทำสองพัตต์จากระยะ 26 ฟุตโดยเข้าไปแท็ปอินพาร์และจบ 2 อันเดอร์คว้าแชมป์ไปครอง

“พวกเราพยายามลงไปเล่นในสนามกอล์ฟแห่งนี้ดูว่าสภาพมันเป็นอย่างไน และแน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้นั้นยากมาก” โธมัสกล่าว

ซาลาตอริสนั้นจบการแข่งขันรายการระดับเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ในอันดับท็อปเทนเป็นรายการที่ 5 จากทั้งหมด 8 รายการที่ลงเล่น ซึ่งเขารู้สึกว่าใกล้แล้วที่จะชนะรายการเมเจอร์

“ผมสามารถทำได้ มันใกล้เคียงมากจริงๆ” ซาลาตอริสกล่าว “วันนี้ผมต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง มันใกล้เคียงมาและนั่นทำให้ผมมีแรงบันดาลใจมากขึ้นไปอีก พวกเราจะทำสำเร็จในเร็วๆนี้”

เปเรรา ที่สกอร์รอบสุดท้าย 75 จบอันดับสามร่วมกับ คาเมรอน ยัง นักกอล์ฟอเมริกันด้วยสกอร์รวม 276

“มันเป็นเรื่องเศร้ามากที่ไม่ได้ไปลุ้นต่อในเพลย์ออฟ” เปเรรากล่าว “ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องเขตอุปสรรคน้ำเลย ผมเพียงพยายามตีลูกไปอยู่ในตำแหน่งที่เล่นได้แต่มันออกขวามากเกินไป”

“ผมเดาว่ามันคงมีแรงกดดันในร่างกายในตัวคุณมากเกินไปและไม่รู้ว่าคุณทำอะไรลงไป”

ชะตากรรมของ เปเรรา ที่ก่อนหน้านี้เคยเล่นเมเจอร์มารายการเดียวในศึกยูเอส โอเพ่น 2019 และตกรอบ ทำให้ระลึกถึงตอนที่ ฌอง วอง เดอ เวลด์ นักกอล์ฟฝรั่งเศสตีตกน้ำที่หลุมสุดท้ายจนพลาดแชมป์บริติช โอเพ่น เมื่อปี 1999

“ผมค่อนข้างประหม่าทีเดียว” เปเรรากล่าว “ผมพยายามจะจัดการกับมันแต่มันเป็นสถานการณ์ที่ลำบากจริงๆ ผมเสียใจที่ตีตกน้ำ และหวังว่าจะมีโอกาสอีกครั้ง”

นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากซานติอาโกมีโอกาสนำถึง 3 สโตรกถึงสองครั้ง ก่อนจะมาทิ้งโอกาสของตนเองไปในหลุมสุดท้าย

“เขาสามารถเรียนรู้ได้จากมันและจะเก่งขึ้นจากความผิดพลาดครั้งนี้”​ โธมัสกล่าว “ในสัปดาห์นี้เขาเล่นกอล์ฟได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องก้มหัวให้กับมัน”

ในรอบสุดท้าย โธมัส เองก็มีปัญหา เขาตีทีช็อตแชงค์ที่หลุม 6 พาร์ 3 แต่เสียเพียงโบกี้หลังพัตต์ระยะ 19 ฟุตลงไปซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “แน่นอนที่สุดว่านั่นเป็นโบกี้ที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำได้ในชีวิต”

ในขณะที่ เปเรรา กำลังมีปัญหา โธมัส ปิดเก้าหลุมแรกของเขาด้วยเบอร์ดี้ระยะ 12 ฟุต  จากนั้นทำเบอร์ดี้ระยะ 64 ฟุตที่หลุม 11 พาร์ 3 ตามด้วยเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 18 ฟุตที่หลุม 12 และระเบิดทรายขึ้นมาออนห่างหลุม 4 ฟุตที่หลุม 17

ทางด้าน ทอมมี ฟลีตวูด นักกอล์ฟจากอังกฤษ ซึ่งทำ 4 โบกี้ติดต่อกันและ 4 เบอร์ดี้ติดต่อกันจบอันดับห้าที่สกอร์ 277 เท่ากับ แมทธิว ฟิตซ์แพทริก เพื่อนร่วมชาติและ คริส เคิร์ก นักกอล์ฟอเมริกัน

รอรี แม็คอิลรอย แชมป์เมเจอร์ 4 รายการซึ่งสตาร์ตรอบสุดท้ายด้วยการตามหลังผู้นำ 9 สโตรกเปิดฉากด้วยการทำ 4 เบอร์ดี้ในการเล่น 5 หลุมแรก แต่จากนั้นขยับเพิ่มไม่ได้ก่อนจบวัน 68 จบอันดับแปดด้วยสกอร์ 278

ส่วน จอร์แดน สปีธ แชมป์เมเจอร์ 3 รายการที่มีโอกาสทำแคเรีย แกรนด์สแลม ชนะเมเจอน์ครบทั้ง 4 รายการหากคว้าแชมป์รายการนี้ได้ทำสกอร์รอบสุดท้าย 69 รวมสี่วัน 284

สำหรับ จอน ราห์ม มือสองของโลกเจ้าของแชมป์ยูเอส โอเพ่น คนปัจจุบัน จากสเปนที่มีโอกาสแซง สกอตตี เชฟเฟลอร์ ขึ้นไปนั่งมือหนึ่งโลกได้หากชนะรายการนี้ จบสกอร์รอบสุดท้าย 68 รวมสี่วัน 286

สรุปผลพีจีเอ แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 70)
275  จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ​)  67-67-74-67
275  วิล ซาลาตอริส (สหรัฐฯ​)  66-65-73-71 (โธมัสชนะเพลย์ออฟ 3 หลุม)
276  คาเมรอน ยัง (สหรัฐฯ​)  71-67-67-71
276  มิโต เปเรรา (ชิลี)  68-64-69-75
277  คริส เคิร์ก (สหรัฐฯ​)  68-70-71-68
277  ทอมมี ฟลีตวูด (อังกฤษ)  71-70-69-67
277  แมทธิว ฟิตซ์แพทริก (อังกฤษ) 68-69-67-73
278  รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 65-71-74-68