กัญจน์ เจริญกุล นักกอล์ฟไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ โดยเครื่องดื่มตราช้าง

กัญจน์ เจริญกุล นักกอล์ฟไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ โดยเครื่องดื่มตราช้าง

กัญจน์ หยุดพักยาว ไปกี่เดือนแล้ว :
ผมหยุดไปตั้งแต่หลังโอลิมปิก ราว ๆ เก้าเดือนแล้วครับ ผมเริ่มกลับมาแข่งรายการทรัสต์กอล์ฟ ก็ยังเจ็บอยู่ พอดีเจอกับโปรหมาย ประหยัด มากแสง ได้แนะนำให้ไปฉีดพลาสม่า ฉีดได้สองครั้ง ก็ไปแข่งที่สิงคโปร์ เป็นรายการติดต่อกัน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น พอไป MRI อีกครั้ง หมอบอกว่า ข้อต่อที่นิ้วโป้งมีอาการเสื่อม ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงแล้ว ทำให้กระทบกันตลอดเวลาตี ต้องฉีดน้ำเข้าข้อ ฉีดไปสามเข็ม หมอให้พัก 1 เดือน นี่ก็เพิ่งกลับมาเริ่มได้หนึ่งเดือนพอดีครับ

ผลงานที่ทำได้ :
รายการแรกที่ลงเล่น ยังซ้อมได้ไม่เต็มที่ เพราะต้องคิดหลายเรื่อง รวมถึงมาตรการโควิด ที่ให้ส่งผลเป็นลบกลับไปยืนยันด้วย ตัดสินใจล่วงหน้าก่อนถึงวันแข่ง 1 สัปดาห์ ลองแข่งเพื่อดูว่าจะเจ็บอีกหรือเปล่า ก็เหมือนจะดีขึ้นมาก โดยทั่ว ๆ ไป ผมให้คะแนนตัวเอง 90 จาก 100 ครับ ส่วนที่หายไปเป็นเรื่องความมั่นใจ เพราะห่างหายมานาน และร่างกาย วงสวิง ก็ไม่เหมือนกับช่วงก่อนจะเจ็บ ทำให้จังหวะในการสวิงยังไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่ ต้องปรับอีกเยอะพอสมควร เพื่อให้ได้ความรู้สึกในการสวิงเหมือนก่อนนี้

การลงเล่นในสนามล่าสุด ได้รับอะไรกลับมา :
เรียกความมั่นใจกลับมาครับ ได้ความคุ้นเคยเก่า ๆ ได้ฟิลลิ่งในการพัตต์ เพราะช่วงเล่นดี การพัตต์ก็จะดีด้วย ดริลที่ทำประจำ ก็ยังทำอยู่, ยิ่งช่วงหลัง ๆ ผมเปลี่ยนพัตเตอร์บ่อยมาก ทุกครั้งที่เปลี่ยนก็ต้องปรับตัวใหม่ตามลักษณะแต่ละพัตเตอร์ องศาแตกต่างกันออกไป การแอดแดรสก็ไม่เหมือนกัน ต้องพยายามกลับไปหาสิ่งเก่า ๆ ดูว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

การฝึกซ้อมเป็นอย่างไรบ้าง :
ระหว่างบาดเจ็บ ผมไม่ได้ซ้อมตีเลย เพราะต้องรักษาตัว ได้ซ้อมแค่ลูกสั้น ชิพ พัตต์ อย่างเดียว ถ้าไม่ได้ส่วนนี้มาช่วยในเกมส์ คงจะไม่รอด ทำให้การเล่นข้างกรีน ดีขึ้นเยอะ, ฟิตเนส และ โภชนาการ ทำทุกอย่าง เพื่อไม่ให้กลับมาบาดเจ็บเหมือนเดิม ข้อมือ เจ็บมา 2-3 รอบแล้ว การที่จะต้องหยุดเพราะอาการบาดเจ็บ จะดึงและหยุดการพัฒนาของเกมส์ไปพอสมควร ช่วงนี้ต้องดูแลตัวเองไปก่อน เพราะยังไม่ได้กลับประเทศไทย แต่ปกติก็จะมีพี่แท็ค (ณัฐ ณ สงขลา) ช่วยดูแล เรียกความมั่นใจให้ได้มาก ไม่ต้องระแวง เหมือนเรามีทีมที่คอยสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะติดขัดตรงไหน

รายการที่ญี่ปุ่น ตั้งเป้าไว้แค่ไหน :
ขอติดสิบอันดับแรกไว้ก่อน เพราะนี่เพิ่งจะแมทช์ที่สาม ยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย คู่ต่อสู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนเดิม ๆ ที่เคยแข่งขันกันมา ก่อนหน้านี้ เราเคยทำผลงานได้ดีกว่าเขา ก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเองให้มาก ๆ จะไปมองอันดับตัวเองในปัจจุบันก็จะมีแต่กดดันตัวเอง ว่าตามหลังคนอื่นอยู่ ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่นอน เพราะเกมส์กอล์ฟ ความมั่นใจคือส่วนสำคัญมากไปกว่าครึ่งก็ว่าได้ เราต้องมั่นใจไว้ก่อนว่า สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้ดีกว่าเขา แต่การที่จะทำให้สม่ำเสมอได้ ต้องซ้อมหนักพอสมควร แต่พอหลังจากบาดเจ็บ ก็ต้องพยายามทำทุกอย่างให้บาลานซ์มากขึ้น ไม่ใช่แค่มุ่งจะซ้อมอย่างเดียว ต้องทำดริล ทำทุกช็อตให้มีคุณค่า ทำรูทีน วอร์ม ซ้อมให้เหมือนจริง หลังจากแข่งก็จะแช่น้ำแข็ง ระมัดระวังเรื่องโภชนาการให้มากขึ้น เนื้อแดงก็ไม่กิน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยทำมาก่อน ผมต้องเล่นไปอีกสี่สัปดาห์ติด เคยวางแผนไว้ว่า อยากจะเล่นสองแมทช์แล้วพักเว้นหนึ่งสัปดาห์ แต่ตารางของญี่ปุ่นออกมาแล้ว พอเริ่มการแข่งขันไปแล้ว ก็ต้องเล่นทุกแมทช์ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบจำนวนที่ขาดไปตามข้อกำหนด เพื่อรักษาสิทธิ์ในการเล่นในเจเปนทัวร์ ก็ต้องระวังเรื่องร่างกายให้มากที่สุด

กัญจน์ เคยเข้าแคมป์ ที่มี โค้ชเชน กิลเลสพี คอยให้การอบรม สิ่งสำคัญที่สุด ที่ได้มาคืออะไร :
เรื่องพื้นฐานต่าง ๆ ครับ เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้เราต่อยอด พัฒนาฝีมือให้ไปต่อได้, ตัวผมเอง เมื่อปี 2015 ที่เล่นได้ดี ก็มาจากการเน้นเรื่องพื้นฐาน เมื่อเราคิดว่าอาจจะทำอะไรผิดในเรื่องสวิง ก่อนจะไปมองตัวแปรอื่น ๆ ที่มีอยู่เยอะแยะมากมายนั้น เราต้องหันกลับมาดูว่า เบสิกการซ้อมที่ถูกต้อง การเซ็ตอัพ การเล็ง เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ เราทำครบแล้วหรือยัง ซึ่งช่วยได้เยอะมากครับ

ตอนนี้สภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง :
เกือบจะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ มีเวลาซ้อมมากขึ้น เตรียมตัวมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงการแข่งขันที่ติดต่อกัน ทั้ง ๆ ที่อยากจะมีช่วงพักผ่อนบ้าง ก็ยังคงทำไม่ได้ แต่ก็จะพยายามทำให้เต็มที่ ขอบคุณทางไทยเบฟฯ และพี่ ๆ จากช้างทุกคนที่คอยสนับสนุน ช่วยเหลือ ใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องที่ผมอาจจะมองข้าม หรือลืมไป คอยดูแลทางสื่อโซเชี่ยล และที่สำคัญกัญจน์ต้องขอบคุณแฟนกอล์ฟทางบ้าน ที่คอยเชียร์และให้กำลังใจมาตลอด

ช่วยเปรียบเทียบระหว่าง เจแปนทัวร์ กับทัวร์อื่น ๆ :
สำหรับกัญจน์ เจแปนทัวร์ ดูเหมือนจะง่ายที่สุดครับ เพราะอยู่ตรงหน้านี้แล้ว ทุกอย่างดูคุ้นเคย อาหารการกินก็ง่าย และยังสะดวกสบายมาก ๆ เช่น พอแข่งเสร็จรายการนี้จบ ก็จะมีบริษัทมารับกระเป๋า ขนสัมภาระของเรา จากสนามที่เพิ่งจะแข่งเสร็จ ไปส่งให้ยังอีกสนาม ที่มีรายการแข่งถัดไป อำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นเป็นอย่างยิ่ง ส่วนสนามกอล์ฟที่นี่ ส่วนใหญ่มีการออกแบบแนวดั้งเดิม มีความสวยงาม ต้นไม้เยอะ แต่แคบ รัฟยาว กรีนแข็ง ยกเป็นหลังเต่า ถ้าตีลูกให้อยู่ในแฟร์เวย์ได้ ก็ถือว่ารอดตัวไปกว่าครึ่งแล้ว, ส่วนเอเชี่ยนทัวร์ จะมีสนามหลากหลายมากกว่า ทั้งการรูปแบบการดีไซน์ พันธุ์หญ้า กรีน ที่แตกต่างกันออกไป เราต้องปรับตัวให้เข้ากับแต่ละสนาม ทำให้ผมคิดว่า ถ้าอยู่ญี่ปุ่นนานเกินไป ก็กลัวว่าจะติดที่นี่ จนไม่อยากออกไปที่อื่น การพัฒนาตัวเองก็อาจจะทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากคุ้นเคยในความสะดวกสบาย ก็ต้องกำหนดระยะเวลาไว้เลยว่า จะเล่นอยู่ที่ไหนเป็นเวลาเท่าไหร่ แล้วต้องพยายามย้ายไปทัวร์อื่น ๆ เล่นเอเชี่ยนทัวร์บ้าง หรือที่ยุโรป, คอนเฟอรี่ ทัวร์ ที่อเมริกา แต่คงต้องรอดูผลงานว่าตัวเองจะทำได้ดีแค่ไหน เพื่อจะผ่านเข้าไปเล่นในแต่ละทัวร์ เพราะเมื่อปลายปี 2020 จะไปอยู่แล้ว แต่มีวิกฤติโควิด ก็ยกเลิกไป

คำแนะนำ ถ้าน้อง ๆ อยากจะไปเล่นเจแปนทัวร์บ้าง :
ฝึกเล่นในสนามแคบ ๆ ให้คุ้นเคย หัดตีให้ตรง ๆ เข้าไว้ แล้วยังต้องเตรียมตัว ฝึกเรื่องภาษาให้พร้อมที่สุด เพราะคนที่นี่จะไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกัน ยิ่งถ้าพอเราพูดภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง เขาจะชื่นชมเรามาก ผมเองก็ยังพยายามหัดเรียนรู้อยู่ พอฟังได้บ้าง แต่พูดยังไม่คล่อง เพราะภาษาญี่ปุ่นยากมาก

หลายคนมองว่า กัญจน์ เป็นไอดอลของน้อง ๆ นักกีฬา ในไทยเบฟฯ :
กัญจน์ อยู่กับช้างมาแล้ว 12 ปี ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นไอดอล หรือเป็นอันดับที่เท่าไหร่เลยครับ คิดว่าที่นี่คือครอบครัว กอล์ฟเหมือนกับเป็นกีฬาที่ต้องฉายเดี่ยว เราออกไปแสดงผลงานคนเดียวก็จริง แต่เบื้องหลังแล้ว ต้องมีคนอีกจำนวนมากที่คอยสนับสนุนเพื่อให้เราประสบความสำเร็จ ความเป็นทีม ความเชื่อใจที่มีคนคอยสนับสนุนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถึงจะไม่ใช่เรื่องกอล์ฟโดยตรงก็ตาม เช่น ฟิตเนส การเดินทาง สื่อมีเดียต่าง ๆ ทุกคนต่างมีส่วนช่วยในการผลักดันให้ฝีมือของเราก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีความช่วยเหลือทุก ๆ ด้านของพี่ ๆ จากช้าง และยิ่งเมื่อมีคนใดคนหนึ่งประสบความสำเร็จ เมื่อทำได้เป็นคนแรกแล้ว ย่อมเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ทำได้ด้วยเช่นกัน มีความเชื่อมั่นว่า เราเองก็ต้องทำได้ด้วยเหมือนกัน
และที่สำคัญ กำลังใจ ของผมคือการได้ใกล้ชิดกับลูก กับครอบครัว ถึงแม้ตัวจะไกลแต่เราก็คุยกันทุกวันอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็เชียร์เราเต็มที่ รวมไปถึงแฟนกอล์ฟทุกคนที่ติดตามผลงานของกัญจน์มาโดยตลอด ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านจากใจจริงครับ.