ทิศทางการเมืองไทย

ทิศทางการเมืองไทย

ส่องกล้องมองไปรอบประเทศไทยเรา ดูเหมือนว่าข่าวสารต่างๆ ในแง่บวกและลบของบ้านของเมืองเราเองแทบจะไม่สำเหนียกกันเลยสักนิดนึง แต่เวลาคนไทยเราไปพักยังประเทศรอบๆ เรา เห็นทีวีก็จะมีละครระเมิงไทยให้ดูกันช่ำปอดแทบจะนึกไม่ออกว่า “สรุปเราอยู่ไทยหรือเปล่า” หากละครยังสามารถดูได้แบบปกติธรรมดาข่าวคราวทุกแง่ทุกมุมไม่ว่าร้ายหรือดีคงมีให้ดูกันหมด  แทบจะเรียกได้ว่า “เรารู้แค่ไหนบ้านอื่นเมืองอื่นก็รู้เท่ากัน เผลอๆ จะมากกว่าเสียอีก” หากเขาสนใจในเหตุบ้านการเมืองขึ้นมา…

ในช่วงเดือนเมษายนมานี่นอกจากคดี “แตงโม” ที่ส่อเค้าว่าจะลากยาวไปถึงไหนถึงกัน ดันมีสิ่งที่น่าตกใจในแวดวงการเมืองที่ ส.ส.หญิงท่านหนึ่งโดนลงดาบห้ามยุ่งการเมืองอีกตลอดไป…สุดท้ายแต่คิดว่าคงไม่ท้ายสุดเมื่อ “ลูกชาย” อันเป็นสายเลือดของคนเก่งระดับทั่วโลกยอมรับในความรู้ความสามารถมาตกม้าตายเพราะ “มักมากในกาม” เล่นเอา สน.“ลุมพินี” อันเป็นสถานที่ต้องรับเรื่องเพราะตั้ง สน.อยู่ไม่ไกลมากมายอะไรนักสนุกสนานกันแทบจะทุกช่องข่าว ส่วนจะได้รับผลกระทบอย่างไรต้องตามกันไปแบบยาวๆ…

เห็นภาพพวกนี้ในการนำเสนอข่าวแล้วรู้สึกแปลกที่บรรดาคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นคดีแล้วคดีเล่าที่มาแล้วก็เงียบหายไป อาจจะหมดกระแสหรือยอมความจะอย่างไรก็ช่างสักพักก็จะมีเรื่องราวที่มากลบข่าวดังกล่าวได้อยู่เสมอ เช่นดังคดีที่พบเจอเรื่องการ “ล่วงละเมิดทางเพศต่อคนที่อ่อนแอกว่า”  ในความเป็นจริงมันคงจะมีอยู่คู่กับสังคมไทยอย่างที่ว่านี่มานานนมเนแล้ว คนที่มีอำนาจทางการเมืองร้อยทั้งร้อยก็มีอำนาจเงินแน่นอน ไม่ต้องใช้ “ขุนแผน” รุ่นไหนเพื่อใช้ขุนแผนเหล็กมารับก็เป็นอันจบความกันไป ใช่ว่าผมเองจะซ้ำจะเติมใครที่เกิดเรื่องราวดังกล่าวก็เปล่าหรอก เพียงเพราะเรามีข่าวคราวแบบนี้อีกมากมายหลายคน เพียงแต่เราจะยอมรับกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง…

หลายคนบอก จำกันไม่หวาดไหวว่าคดีพวกนี้มันเกิดขึ้นถี่เพียงไรโลกของมนุษย์ที่มีสตางค์กับโลกของคนไร้เงินทองบางทีมันก็อยู่ใกล้ๆ นั่นแหละ เพียงแต่ใครจะ “ฉลาดมากหรือฉลาดน้อย” ที่จะเข้าอยู่ในเรื่องแบบนี้เพราะถ้าเป็นคนแบบชาวบ้านร้านช่องมีเรื่องราวอย่างว่าเกิดขึ้นก็คงเป็นคดีที่ตัดสินได้เร็วฉับไวแบบร้านสะดวกซื้อแต่นี่  “นามสกุล” ขนาดใหญ่มันค้ำอยู่ตามดูแบบใกล้ชิดแล้วกันว่า  “คดีจะออกมาหน้าไหน” จะสู้หรือจะหมอบก็เอาที่ชอบแล้วกัน….

ครูไก่