เชฟเฟลอร์ ทิ้ง 3 สโตรก ชนะมาสเตอร์ส

เชฟเฟลอร์ ทิ้ง 3 สโตรก ชนะมาสเตอร์ส

สกอตตี เชฟเฟลอร์ นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกันคว้าแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิตใน เดอะ มาสเตอร์ส ด้วยผลงานที่โดดเด่นตลอดทั้งสัปดาห์ที่ ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟคลับ ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

สกอตตี เชฟเฟลอร์ จบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามา 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวม 72 หลุม 10 อันเดอร์พาร์ 278 คว้าแชมป์โดยทิ้ง รอรี แม็คอิลรอย แชมป์เมเจอร์สี่รายการไป 3 สโตรก ขณะที่ คาเมรอน สมธ จากออสเตรเลีย และ เชน ลาวรี จากไอร์แลนด์ จบอันดับสามร่วมกันด้วยสกอร์ 283

“มันเป็นวันที่ยาวนาน และหนึ่งในวันที่ยากลำบากสำหรับผม” เชฟเฟลอร์กล่าว “ผมเพียงพยายามก้ามหน้าก้มตาเล่นและสร้างช็อตของผมเป็นเป็นความจริงขึ้นมาให้ได้”

เชฟเฟลอร์ซึ่งเพิ่งจะคว้าแชมป์ยูเอสพีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาออกสตาร์ตรอบสุดท้ายที่ออกัสตาด้วยการชิพอินเบอร์ดี้ระยะ 87 ฟุตที่หลุม 3 พาร์ 4 เพื่อเป็นกาโต้ตอบ คาเมรอน สมิธ แชมป์เพลเยอร์ส แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่เร่งกดดันอย่างหนัก

“ช็อตนั้นเป็นลุกที่ผมไม่ได้คาดว่าจะเห็นว่ามันจะลงไปเล่นจากตำแหน่งดังกล่าว แต่จากจุดนั้นก็นับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปสำหรับผมสำหรับการเล่นในวันสุดท้าย” เชฟเฟลอร์กล่าว

จากนั้นเขาไปได้เบอร์ดี้อีกที่หลุม 14 ตามด้วยเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 14 ฟุตที่หลุม 15 พาร์ 5 ซึ่งเป็นสัญญาณว่างานนี้ไม่มีอะไรผิดพลาดส่งไปยัง รอรี แม็คอิลรอย ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ที่ออกัสตา เนชั่นแนล เพื่อจะทำแคเรียแกรนด์สแลม ชนะเมเจอร์ครบทั้ง 4 รายการ

แม้ว่าที่หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน เชฟเฟลอร์ ต้องจบวันด้วยการออกดับเบิลโบกี้ที่หลุม 18 จากสามพัตต์ระยะ 5 ฟุต แต่ที่สุดเขาก็สามารถพัตต์เพื่อคว้าแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิตมาครองได้สำเร็จ

“จริงๆแล้วผมไม่อยากที่จะเสียสมาธิ”เชฟเฟลอร์กล่าว “ตอนที่ผมเดินขึ้นไปบนกรีนหลุม 18 ตอนที่ผมไปถึงนั่นผมมีสกอร์นำอยู่ 5 สโตรกและมันเป็นความรูสึกเหมือน เอาล่ะมันถึงเวลาที่เราต้องสนุกแล้ว และนั่นก็คือสิ่งที่คุณเห็นบนกรีนหลุม 18”

นักกอล์ฟวัย 25 ปีคว้าเงินรางวัลไปครอง 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 91 ล้านบาทจากเงินรางวัลรวม 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 505 ล้านบาท และเป็นคนที่สองต่อจาก เอียน วูสนั่ม แชมป์มาสเตอร์สเมื่อปี 1991 ที่คว้าแชมป์ตั้งแต่ลงเล่นครั้งแรกและรวมถึงในฐานะหมายเลขหนึ่งของโลกด้วย

เชฟเฟลอร์เป็นนักกอล์ฟคนที่ห้าในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์มาสเตอร์สไปครองในขณะที่นั่งบัลลังค์นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกร่วมกับ เอียน วูสนั่ม จากเวลส์ และสามนักกอล์ฟอเมริกัน เฟร็ด คัพเพิ้ลส์, ดัสติน จอห์นสัน และ ไทเกอร์ วูดส์ ซึ่งกลับมาลงเล่นอย่างเป็ฯทางการครั้งแรกนับจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

บรรดากองเชียร์ต่างพร้อมใจกับลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับ ไทเกอร์ วูดส์ บริเวรณกรีนหลุม 18 เพื่อให้กำลังใจในการกลับมาแข่งขันเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือนที่เขาประสบอุบัติเหตุจนต้องรักษาในโรงพยาบาลหลายสัปดาห์และเดินไม่ได้หลายเดือน

“ผมไม่ได้เล่นในฟอร์มที่ดีที่สุดที่ผมเคยมี แต่จากเสียงสนับสนุนจากแฟนๆข้างนอกนั้น ผมไม่คิดว่าจะหากคำใดมาอธิบายได้”ไทเกอร์กล่าว

แชมป์เมเจอร์ 15 รายการจบการแข่งขันรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 6 โอเวอร์พาร์ 78 ซึ่งเป็นรอบที่แย่ที่สุดในมาสเตอร์ส และทำสกอร์รวม 72 หลุม 301 สูงที่สุดนับตั้งแต่เล่นที่ออกัสตา รวมถึงจบอันดับ 47 ซึ่งเป็นอันดับที่แย่สุดในรายการนี้ด้วย

แต่สิ่งที่แฟนๆอย่างเห็นคือการกลับมาเล่นได้อีกครั้งของยอดนักกอล์ฟอเมริกันวัย 46 ปีมากกว่า หลังจากก่อนหน้านั้นมีแต่เรื่องกังวลว่าบางทีอาจจะต้องถูกตัดขาขวาที่ครั้งนั้นต้องเดินถือไม้เท้า

“เมื่อเทียบกับเมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว ผมสามารถมีโอกาสลงเล่นที่นี่ได้ครบทั้ง 4 รอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่แม้แต่เมื่อเดือนทีผ่านมานั้นตัวผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือเปล่า”ไทเกอร์กล่าว

ทางด้าน เชฟเฟลอร์ ที่เพิ่งชนะยูเอสพีจีเอทัวร์ครั้งแรกในรายการฟีนิกซ์ โอเพ่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นมาชนะเบย์ฮิลล์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และแซง จอน ราห์ม จากสเปนขึ้นไปเป็นมือหนึ่งของโลกหลังคว้าแชมป์เวิลด์กอล์ฟแชมเปียนชิพ แมตช์เพลย์ 2 สัปดาห์ก่อนการแข่งขันเดอะ มาสเตอร์ส

คาเมรอน สมิธ นั้นลุ้นจะเป็นคนแรกต่อจาก ไทเกอร์ เมื่อปี 2001 ที่คว้าแชมป์เพลเยอร์ส แชมเปียนชิพ และ มาสเตอร์ส ในปีเดียวกัน โดยหนุ่มออสเตรเลียนเปิดฉากด้วยสองเบอร์ดี้ติดต่อกันที่ทำให้ไล่เชฟเฟลอร์เหลือเพียงสโตรกเดียว แต่สมิธก็มาพลาดเองด้วยโบกี้ที่หลุม 3 และหลุม 4

“มีความผิดพลาดเกิดขึ้นมากเกินไป” สมิธกล่าว “สองโบกี้นั้น ทำให้ผมช้าลง”

สองเบอร์ดี้แรกมาจากการพัตต์ระยะประมาณ 5 ฟุค จากนั้น สมิธ มาได้เบอร์ดี้อีกที่หลุม 7 พาร์ 4 แต่ก็พลาดออกโบกี้อีกที่หลุม 10

สมิธพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 15 ฟุตลงไปที่หลุม 11 ตามด้วยทีช็อตที่หลุม 12 พาร์ 3 ตกลงไปในแรส์ครีกก่อนจะออกทริปเปิลโบกี้ที่ทำให้สกอร์รวมของเขาหล่นไปตามหลังผู้นำ 6 สโตรก

“ที่หลุม 12 นั้นทำให้ทัวร์นาเมนต์ของผมปิดฉาก” สมิธกล่าว

ส่วนเชฟเฟลอร์นั้นการเล่นในช่วง “เอเมนคอนเนอร์” ในรอบสุดท้ายนั้นเขาสามารถเก็บพาร์ได้ทั้ง 3 หลุม เริ่มตั้งแต่พัตต์เซฟพาร์ระยะ 7 ฟุตที่หลุม 11, พัตต์เซฟพาร์ระยะ 9 ฟุตที่หลุม 12 และพลาดเบอร์ดี้ระยะ 5 ฟุตที่หลุม 13 พาร์ 5

สำหรับ แม็คอิลรอย จบรอบสุดท้าย 8 อันเดอร์พาร์ 64 แบบไม่เสียโบกี้ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดในออกัสตาของเขา ซึ่งรวมถึงการพัตต์อีเกิลระยะ 10 ฟุตที่หลุม 13 และระเบิดทรายข้างกรีนจากระยะ 54 ฟุตทำเบอร์ดี้ที่หลุม 18

“นี่เป็นวันที่ผมมีความสุกมากที่สุดเท่าที่ผมลงเล่นที่สนามแห่งนี้”แม็คอิลรอยกล่าวหลังจบอันดับดีที่สุดในเมเจอร์นับตั้งแต่ได้อันดับสองร่วมในบริติช โอเพ่น เมื่อปี 2018 โดยนับตั้งแต่ปี 2014 แม็คอิลรอย ยังไม่ชนะเมเจอร์อีกเลย

สรุปผลเดอะ มาสเตอร์ส ครั้งที่ 86 (สนามพาร์ 72)
278 สกอตตี เชฟเฟลอร์ (สหรัฐฯ) 69-67-71-71
281 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 73-73-71-64
283 เชน ลาวรี (ไอร์แลนด์) 73-68-73-69, คาเมรอน สมิธ (ออสเตรเลีย) 68-74-68-73
284 คอลลิน มอริกาวา (สหรัฐฯ) 73-70-74-67
285 วิล ซาลาตอริส (สหรัฐฯ) 71-72-75-67, คอรีย์ คอนเนอร์ส (แคนาดา) 70-73-72-70
287 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 76-67-72-72, อิม ซัง-แจ (เกาหลีใต้) 67-74-71-75
288 ชาร์ล ชวาร์ตเซล (แอฟริกาใต้) 72-69-73-74, คาเมรอน แชมป์ (สหรัฐฯ) 72-75-71-70
289 ดัสติน จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 69-73-75-72, แดนนี วิลเล็ตต์ (อังกฤษ) 69-74-73-73