จักรภพ เวชยันต์วุฒิ

จักรภพ เวชยันต์วุฒิ
Hole 14 Club Fitting
THE GIG / GU Hotel
“ถ้าคุณเป็นคนเอาเปรียบคน คงไม่มีใครคบด้วย”

โรงงานเฟอร์นิเจอร์ : เป็นธุรกิจของครอบครัวอยู่ที่จังหวัดลำปาง ทำประตู โต๊ะ หน้าต่าง ส่งขายโรงแรมที่ภูเก็ต และส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วย เวลาปิดเทอม มีงานแสดงสินค้า ก็จะตามคุณพ่อไปด้วย ขายเฟอร์นิเจอร์ให้กับชาวต่างชาติ ส่งออกไปญี่ปุ่น ยุโรป ผมก็ช่วยเฝ้าบู้ท ช่วยขาย ช่วยงานทั่ว ๆ ไป ทำให้มีประสบการณ์ด้านการขายของมากพอสมควร

ทำอะไรต้องสำเร็จ : เป็นคนมีความตั้งใจสูงตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะทำให้ดีที่สุด ตอนอายุยี่สิบ ผมทำธุรกิจขายตรง จนได้เป็นผู้แทนจำหน่ายขายตรงที่อายุน้อยมาก ณ เวลานั้น มียอดขายปีละสิบล้าน มีรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท มีเครือข่ายประมาณพันคน การได้ทำงานด้านขายตรง ทำให้ผมรู้จักวิธีการขาย รู้จักวิธีเข้าหาคน พูดคุยกับคน เท่ากับได้ฝึกงานมาตลอด ทำได้อยู่ราวสามปี เศรษฐกิจเริ่มไม่ดี องค์กรเลิกไป ผมก็กลับมาเรียนต่อจนจบ หลังจากที่ดรอปไประยะหนึ่งเพื่อทำงาน, ตอนเข้ามหาวิทยาลัยพายัพ ปีแรกเลือกเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะพ่อแม่อยากให้เรียน แต่ผมรู้ตัวว่าไม่ถนัดแนวนี้ ก่อนจะย้ายไปเรียนบริหาร จนจบคณะบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งตรงกับตัวตนมากกว่า แล้วก็ได้ใช้ความรู้นี้ในชีวิตจริง เมื่อตอนมาเปิดโรงแรม เช่น การระดมสมอง การสั่งงาน สายการบังคับบัญชา ฯลฯ

ดนตรี กีฬา : สมัยเรียนมัธยมอัสสัมชัญ ลำปาง ผมเล่นฟุตบอลเป็นกองหลังของทีมโรงเรียน สมัยก่อนฟุตบอลแบ่งเป็นรุ่นตามความสูง พอเราจะสูงขึ้นเกินรุ่น เขาก็มากด ขย่มตัว ให้เตี้ยลง เพื่อจะได้มีความสูงไม่เกินรุ่นเล็ก การทำเช่นนั้นนับเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง จนความสูงของผมไม่ขึ้นอีกเลย, ส่วนด้านดนตรี ผมเล่นได้หลายอย่าง ทั้ง กีตาร์ เปียโน เบส ฯลฯ เคยเล่นดนตรีอาชีพในร้านอาหารที่ลำปางช่วงปิดเทอม ได้ลงแข่งประกวดวงดนตรีจนชนะเลิศระดับมหาวิทยาลัย เคยลงมาแข่งประกวดของโค้กมิวสิกอะวอร์ด

ภูเก็ต : ครั้งหนึ่งเราได้มาออกร้านตามงานแสดงสินค้า เจ้าของโรงแรมก็มาแนะนำคุณพ่อว่า ถ้าอยากจะขยายธุรกิจ ให้ไปเปิดร้านที่ภูเก็ต เพราะที่นั่นตลาดใหญ่มาก คุณพ่อก็เห็นดีด้วยตามนั้น พอผมเรียนจบ ท่านสั่งให้ผมดูเรื่องการเปิดสำนักงานที่ภูเก็ตตามคำแนะนำ ผมรับคำสั่งนั้นทันที เพราะอยากลงมาภูเก็ตอยู่แล้ว จากภาคเหนือเมืองหนาวมาอยู่ภาคใต้เมืองร้อนชายทะเล แบบตัวคนเดียวเลย วันแรก ๆ รู้สึกโดดเดี่ยว เหงา เพราะบรรยากาศต่างกันมาก แต่ก็ไม่นาน แค่สักปีผ่านไปก็มีเพื่อนเยอะแยะจนไม่เหงาแล้ว เราเปิดร้าน ร้านเฟอร์นิเจอร์ SEEKA ขายให้กับโรงแรม และยังมีของที่ระลึก ขายให้กับลูกค้าชาวต่างชาติอีกด้วย ธุรกิจค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมีถึง 5 สาขา

หลักการตลาดที่ดีที่สุด : คือการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด เพื่อลูกค้าจะได้ไปบอกต่อ ผมมียอดขายสูง เพราะใช้ความจริงใจในการพูดออกไป เราไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่เราขายความจริงด้วย ขายความรู้ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องในผลิตภัณฑ์ที่เรามีอยู่ ถ้าเราจริงใจ จะได้ลูกค้าระยะยาว ซื้อซ้ำต่อไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเราไปหลอกเขา ขายได้แค่ครั้งเดียว ทุกอย่างก็จบแล้ว

อสังหาฯ : ผมเป็นคนชอบทำงาน ชอบเก็บเงิน พอเริ่มมีทุน ก็ไปลงทุนต่อ เราได้ที่แปลงนึงที่ป่าตอง นำมาสร้างอาคารพาณิชย์ ตอนนั้นเรายังไม่มีชื่อเสียง อาศัยว่าขายถูกกว่าคนอื่น เอากำไรแค่นิดเดียว เพื่อให้คนรู้จักเราก่อน ปักป้ายแค่ชั่วโมงเดียวขายหมดเลย ตอนนั้นผมอายุแค่ยี่สิบกว่า ๆ เอง มีรายได้สิบกว่าล้านก็ดีใจมาก ๆ แล้ว

ธุรกิจโรงแรม : พอขายอาคารพาณิชย์หมด ยังมีที่เล็ก ๆ เหลืออยู่ด้านหลัง ก็เริ่มทำโรงแรมขนาด 20 ห้อง ใช้ชื่อเดียวกับร้านเฟอร์นิเจอร์ Seeka Boutique Resort ยอดเข้าพักเต็มตลอด จนขยายเป็น 50 ห้อง ก็ยังเต็มอยู่ และจากการขายอาคารหลังละสามล้านกว่า เริ่มก้าวกระโดดมาทำวิลล่าหลังละยี่สิบกว่าล้าน ก็ขายหมดอีก พอได้กำไรมา ก็ลงทุนสร้างโรงแรมแห่งที่สอง หุ้นกับเพื่อน ใช้ชื่อว่า Meir Jarr Hotel มีชื่อเสียงขึ้นมาอีก ก็สร้างแห่งที่สามชื่อ The GIG Hotel อีกสองร้อยกว่าห้อง เป็นโรงแรมสี่ดาว ก็ประสบความสำเร็จ และเพิ่ม GU Hotel เป็นแห่งที่สี่ ซึ่งแต่ละแห่งมีชื่อที่เอเย่นต์บอกว่าจำง่ายดี

ลงมือเอง : ผมไม่มีประสบการณ์ด้านโรงแรมมาก่อน ต้องทำเองทั้งหมดทุกอย่าง เป็นพนักงานต้อนรับเอง ทำกับข้าวเอง ขับรถเอง ทำบุ้คกิ้งเอง ตลาดของเราคือลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก เพราะอยู่ที่ป่าตอง ข้อดีคือ ทำเลของเราอยู่ใกล้ใจกลางเมือง ใกล้ถนนคนเดิน ใกล้ห้างฯ เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก แค่เดินไม่ไกลก็ถึงแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปได้พอสมควร

บริการด้วยใจ : เราเป็นโรงแรมที่ไม่ได้อยู่ในเครือใหญ่ แต่มีอัตราเติบโตดีมาก เป็นนโยบายเลยว่า  เราไม่เอาเปรียบกับลูกค้า ถ้าอะไรเราทำให้ได้ ยินดีทำให้เต็มที่ อย่างการเข้าเช็คอินก่อนเวลา หรือเช็คเอ้าท์หลังเวลา ถ้าห้องเราว่างอยู่ ไม่มีปัญหาเลย, Agoda เว็บจองโรงแรม เชิญให้เราไปรับรางวัลยอดจองติด 1 ใน 5 ของภูเก็ต และ 1 ใน 10 ของประเทศไทย จากยอดบุคกิ้งหลายร้อยรายการต่อวัน ที่เป็นเช่นนี้ได้ เพราะเราขายความจริงใจให้กับลูกค้า ไลน์บุฟเฟต์ของเรา ถึงจะเป็นโรงแรมสี่ดาว แต่ก็ทำทุกอย่างให้เหมือนกับห้าดาว มีอาหารครบถ้วน นานาชนิด สัปดาห์นึงก็จะเปิดให้ลูกค้าขึ้นไปทานอาหารฟรีบนดาดฟ้า มีดนตรีให้ฟัง ถือว่าเป็นเซอร์ไพรซ์ให้กับแขก, ถ้าตรงกับวันเกิด เราจะจัดเค้กอย่างดีไปส่งให้ถึงห้อง พอลูกค้าประทับใจ เขาก็ไปบอกต่อ, ส่วนเราเอง เมื่อยอดเข้าพักถึงเป้า ได้รับการรีวิวดี มีลูกค้าชม ซึ่งเป็นผลมาจากความตั้งใจทำงานของพนักงาน เราก็ตอบแทน ให้กำลังใจ ด้วยการพาเขาไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี

กินกับนอน : มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ชีวิตผมเหมือนจะสบาย เพราะมีแต่กินกับนอน แต่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน จนป่วยบ่อย ๆ ปีละหลายครั้ง ทั้งไขมันสูง ปอดบวม ฯลฯ จนหมอที่เป็นเพื่อนกันบอกว่า ต้องเริ่มออกกำลังกายบ้างแล้ว ไม่งั้นจะไม่ได้อยู่ใช้เงินนะ ผมเริ่มจากไปวิ่งที่หน้าหาด แต่ไม่เกินเจ็ดวันก็เบื่อ ไม่มีแรงจูงใจ

กอล์ฟ : พอดีเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนกัน ชวนเล่นกอล์ฟ ผมตามไปลองซ้อมไดร์ฟดูบ้าง แล้วเพื่อนพาผมออกรอบ เดินทั้งวันยังไม่รู้สึกเหนื่อย เริ่มเล่นใหม่ ๆ ตีบ่อยมาก หนึ่งปีมี 365 วัน ผมเล่นไม่ต่ำกว่า 400 รอบ วันละ 27 หลุมบ้าง 36 หลุมบ้าง ฝนจะตก แดดจะออก ก็ตี น้ำหนักเริ่มลดลง จนมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลด้วยอาการป่วยเหมือนที่เคยเป็นอีกเลย

ลงลึก : พอเริ่มเล่นกอล์ฟแล้วติดใจ อยากรู้ให้ลึกซึ้งขึ้นกว่าการเล่นสนุกเฉย ๆ ผมเริ่มขวนขวายไปเรียนกับครูกอล์ฟที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น ไมค์ อดัม มาเปิดสอนที่ประเทศไทย ผมก็ไปเรียน ทำให้ค้นพบตัวเองในเรื่องกอล์ฟมากขึ้น เพราะการสอนกอล์ฟในสมัยก่อน ผู้สอนจะเอาตัวตนไปใส่ให้กับผู้เรียน ทั้ง ๆ ที่สรีระของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป แต่ในเรื่องไบโอสวิงไดนามิกส์ เป็นการออกแบบวงสวิงให้เป็นของคนคนนั้น เหมือนการตัดสูทให้เข้ากับตัว เริ่มตั้งแต่เรื่องการจับกริฟ ไล่เรียงกันไป และที่สำคัญคือการแยกแยะว่าคุณเป็นนักกอล์ฟประเภทไหน เช่น พวก Launcher ที่ใช้ขาถีบ สวิงแบบรุนแรง อย่าง ไทเกอร์ วูดส์, บับบ้า วัตสัน หรือ Glider ตีนุ่ม ๆ อย่าง เออร์นี่ เอลส์, วีเจย์ ซิงห์ หรือ Spinner ใช้การหมุน ส่วนตัวผมเองพอไปตรวจสอบแล้วพบว่าอยู่ในประเภท Glider ไม่เหมาะกับการไปเล่นแบบสวิงแรง ๆ ใช้เท้าถีบ ต้องเล่นแบบนุ่ม ๆ พอค้นพบตัวเองเจอแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดทันที และผมก็ยังได้ไปเรียนกับโปรอื่น ๆ อีกหลายท่าน แต่ละแห่งที่ไปเรียน ก็เหมือนกับเป็นอีกหนึ่งตัวจิ๊กซอว์ ที่ช่วยต่อให้กลายเป็นภาพของตัวเราเอง จนในที่สุดก็เทิร์นโปรได้สำเร็จ

Hole 14 Club Fitting : ช่วงโควิด ออกจากบ้านไม่ได้ อาศัยเรียนออนไลน์ ทำฟิตติ้งไม้กอล์ฟ แล้วขึ้นมาเรียนภาคปฏิบัติที่กรุงเทพฯ ผมเรียนเพื่อทำเล่น ๆ กันเองที่บ้าน พอเพื่อน ๆ รู้ ก็นำไม้กอล์ฟมาให้ทำ มีอุปกรณ์ครบจนเปิดร้านที่บ้าน ซึ่งอยู่ในสนามกอล์ฟอยู่แล้ว ใช้ชื่อว่า Hole 14 Club Fitting ปรากฏว่า ลูกค้าเข้ามาหาเราเยอะมาก เกินความคาดหมาย ผมก็ไปเรียนเพิ่มเติมอยู่ตลอด เพราะผมอาศัยหลักที่ว่า เราขายความรู้ ขายความจริงใจ ไม่ได้ขายแค่ของ อย่างบางคน ต้องการอุปกรณ์ เช่นก้านราคาแพง ๆ อยากให้ช่วยสั่งให้ ผมก็แนะนำให้ลองใช้ตัวอื่นที่ใช้ทดแทนได้ ตีไกลเหมือนกัน แต่ประหยัดกว่า ว่ากันว่ากอล์ฟ เป็นเรื่องจิตใจ 40% ทักษะ 30% และ 30% เป็นอุปกรณ์ ถ้าเครื่องมือไม่ดี ก็เหมือนกับเราลดโอกาสการตีดีของเราไปแล้ว อย่างบางคน อุปกรณ์ในถุงมีหลากหลาย ความแข็งอ่อนของก้านแต่ละไม้แตกต่างกันมาก แล้วแบบนี้จะตีได้สม่ำเสมออย่างไร ไม้ในถุงของผมทั้งหมด จะฟิตติ้งให้มีฟิลลิ่งเดียวกันหมด ทำให้เกิดความสม่ำเสมอ โปรที่มีชื่อเสียงก็เข้ามาทำที่ร้าน หลังจากนั้นโปรทัวร์ก็เข้ามาเยอะเลย จนเพื่อน ๆ แซวว่า ร้านดังกว่าคน คือรู้จักร้านมากกว่ารู้จักผมซะอีก ทำงานไม่ได้หวังกำไรเป็นตัวเงินเลย แต่ที่ดีใจคือ ทำให้นักกอล์ฟหลายคนตีได้ไกลขึ้น ตรงขึ้น แล้วเขามาขอบคุณเรา นี่คือความรู้สึกที่สุดยอดแล้ว โปรบางคน เราเห็นความตั้งใจของเขา ยินดีสนับสนุน ช่วยเหลือฟิตติ้งให้เต็มที่

ทำเพราะความสุข : รายได้จากการทำร้านฟิตติ้ง กับการทำธุรกิจหลักในช่วงสภาวะปกติ มันเทียบกันไม่ได้เลย ดังนั้นผมจึงไม่คิดจะเปิดร้านใหญ่โต เพราะถ้าจะกางแขนกางขา ต้นทุนย่อมจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ความสุขจากการทำงานแบบนี้คงจะไม่มี นักกอล์ฟที่เข้ามาปรึกษากัน หรือมาทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะยังไงก็ไม่คุ้ม บางครั้งทำไม้กันจนดึกดื่น ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย กลับรู้สึกว่าสนุก ทำอะไรที่เราชอบจะไม่รู้สึกเหนื่อย ที่ทำร้านไม่ใช่เพราะเรื่องรายได้ แต่เพราะเรารักกอล์ฟ สนุกกับการฟิตติ้งอุปกรณ์ เร็ว ๆ นี้วางแผนจะไปเรียนฟิตติ้งที่อเมริกากับแคนาดาเพิ่มเติมอีก

ใส่ใจกับมิตรภาพ : เพื่อนผมเยอะ ไม่เคยเอาเปรียบใคร เพราะถ้าคุณเป็นคนเอาเปรียบคน คงไม่มีใครคบด้วย เมื่อผมคบกับคนอื่น ผมยินดียอมเสียเปรียบนิด ๆ ลองคิดดูว่า ถ้ามีใครมาชวนเราทำธุรกิจ ระหว่างคนหนึ่งจ้องจะเอาเปรียบเรา ขณะที่อีกคนหนึ่งยอมเสียเปรียบเรา แล้วเราจะเลือกไปหาใคร หลักการทำธุรกิจและใช้ชีวิตของผมก็คือ ไม่เอาเปรียบใคร ชอบเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ

ปาฏิหาริย์มีจริง : แต่คุณต้องตั้งใจทำชีวิตให้ดีที่สุดก่อน การที่เรามาอยู่ ณ จุดนี้ได้ในปัจจุบัน เป็นผลมาจากสิ่งที่เราทำไว้ในอดีต ส่วนอนาคตที่เราจะเป็นในวันข้างหน้านั้น ก็คือผลจากสิ่งที่เราทำอะไรอยู่ในวันนี้ ถ้าทำดีที่สุดแล้ว อนาคตข้างหน้าก็คงไม่แย่อย่างแน่นอน ปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นได้จริง แต่เกิดจากผลของการกระทำด้วยตัวเราเอง

กอล์ฟพามาไกล : ก็ไม่นึกเหมือนกันว่า กอล์ฟจะพาผมมาอยู่ในจุดนี้ได้ และในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเกี่ยวกับกอล์ฟในชีวิตผมอีกก็ไม่รู้ ทุกวันนี้ผมหายใจเข้าออกเป็นกอล์ฟ อะไรที่เกี่ยวกับกอล์ฟผมจะให้ความสนใจ และพยายามติดตามอยู่เสมอ ในโอกาสต่อไปก็จะศึกษาในเรื่องแคดดี้อาชีพ ผมจะไปอบรมให้ทราบว่าอาชีพนี้ทำงานกันอย่างไร จะเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งหมดแล้วความตั้งใจของผมคือ อยากจะพัฒนาวงการกอล์ฟให้ได้มากที่สุดตามกำลังที่มีอยู่ อย่างตอนนี้ ก็ขอเริ่มจากในพื้นที่ที่เราอยู่ อยากจะทำร้านฟิตติ้งให้ดีที่สุด ช่วยส่งเสริม สนับสนุน นักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ ให้มีโอกาสได้เล่นกอล์ฟได้ดีขึ้น นี่แหล่ะคือกำไรของชีวิตผมครับ