ผักตบชวา เกิดง่ายตายยาก
ผักตบชวา เกิดง่ายตายยาก
ผักตบชวา กลายมาเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชี่ยล หลังจากที่ปัญหาเรื่อง ผักตบชวา ที่เพิ่มปริมาณจำนวนมากจนกีดขวางการระบายน้ำและการสัญจรทางน้ำ ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง แม้ว่าต้นเรื่องของการถกเถียงกันในโลกโซเชี่ยล จะเป็นเรื่องของการนำมารับประทานเป็นอาหาร ว่าได้หรือไม่ได้ เหมาะสมหรือไม่ มีอันตรายมากน้อยเพียงใด แม้ว่าจะไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดตายตัว แต่ก็ส่งผลดี กระตุ้นให้ปัญหาเรื่องนี้ถูกยกขึ้นมาถกเถียง นำข้อมูลวิธีการกำจัด แปรรูป แบบต่างๆ ออกมาถกกันในวงกว้างอีกครั้ง
ชวา เป็นแค่เส้นทางก่อนที่จะมาถึงบ้านเราเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งจริงๆ แล้ว ผักตบชวา เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้ เป็นที่รู้จักครั้งแรกที่บราซิล ตามบันทึกของ นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Karl von Martius ในปี พ.ศ. 2367 ขณะทำการสำรวจพันธุ์พืชในบราซิล หลักฐานอีกชิ้นมีบันทึกไว้ว่า ในปี 2427 ผักตบชวาจำนวนหนึ่ง ได้ถูกนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นเก็บมาจากแม่น้ำ ในเวนีซูเอลา แล้วนำไปแสดงในงานนิทรรศการฝ้าย ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา และยังแจกเป็นของที่ละลึกแก่บุคคลสำคัญที่มาเที่ยวชมคนละต้น หลังจากนั้น 11 ปี แม่น้ำเซ็นต์จอห์น ในรัฐฟลอริดา ซึ่งอยู่ห่างจากนิวออร์ลีนส์ถึง 600 ไมล์ ก็เกิดแพผักตบชวาคลุมบริเวณห่างจากฝั่งไป 200 ฟุต ยาวหลายไมล์ เป็นอุปสรรคต่อการขนย้ายไม้ซุง จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตในรัฐสภา
ระหว่างนั้น ในปี พ.ศ. 2424 ชาวดัทซ์ในประเทศอินโดนีเซีย ได้นำผักตบชวาเข้ามายังประเทศอินโดนีเซีย แรกนำเข้าก็ได้ปลูกเลี้ยงไว้อย่างดีในสวนพฤกษชาติที่เมืองโบกอร์ แต่ต่อจากนั้นไม่นาน ก็แพร่กระจายไปตามลำน้ำต่างๆ อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน ในปี พ.ศ. 2444 ได้มีการนำผักตบชวาจากประเทศอินโดนีเซีย เข้ามาปลูกในประเทศไทย โดยใช้ประดับสระน้ำภายในวังของบุคคลชั้นสูง แต่ภายหลังเกิดน้ำท่วม ผักตบชวาหลุดลอยออกไปสู่ลำคลองภายนอก แล้วเริ่มแพร่กระจายไปตามที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว
การแพร่พันธุ์ของผักตบชวาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผักตบชวา 2 ต้น สามารถขยายเป็น 30 ต้นภายในระยะเวลา 20 วันเท่านั้น หรือเพิ่มน้ำหนักขึ้น 1 เท่าตัว ภายใน 10 วัน สามารถขยายตัวครอบคลุมผิวน้ำได้อัตราร้อยละ 8 ต่อวัน สมมติว่าถ้าเริ่มปล่อยผักตบชวาในแหล่งน้ำเพียง 10 ต้นจะสามารถแพร่กระจายเพิ่มปริมาณเป็น 1 ล้านต้น ภายในระยะเวลา 1 ปี นอกจากนั้นผักตบชวา 1 ต้น สามารถให้เมล็ดได้ถึง 5,000 เมล็ด ถึงแม้น้ำจะแห้งจนต้นตายแต่เมล็ดของมันก็ยังมีชีวิตต่อไปได้นานถึง 15 ปีและทันทีที่เมล็ดได้รับน้ำที่เพียงพอมันก็จะแตกหน่อเป็นต้นใหม่ต่อไป
ซึ่งการเติบโตในอเมริกาใต้ ไม่สร้างปัญหา ก็เพราะในถิ่นกำเนิดนั้น มีศัตรูธรรมชาติ คอยควบคุมสมดุลอยู่ แต่การเติบโตนอกถิ่น ที่ปราศจากศัตรูธรรมชาติ ผักตบชวาจึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนสร้างปัญหาขึ้นในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลกก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าในทุกพื้นที่ ที่มีปัญหาความหนาแน่นของผักตบชวา จะมีการนำไปทำประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ทั้งจักรสานทำเครื่องใช้ ทำปุ๋ย ทำอาหารสัตว์ นำมาเป็นส่วนประกอบปรุงอาหาร รวมถึงกำจัดทิ้งไปเฉยๆ มานานแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าผักตบชวาก็ไม่ได้ลดจำนวนลงเลย
แต่ทั้งทีมกำจัดและทีมสร้างประโยชน์ ก็อย่าเพิ่งท้อ คิดค้นแนวทางใหม่ๆ กันต่อไป เกิดง่ายตายยาก แถมโตเร็วแบบนี้ ถ้าวันไหนค้นพบวิธีที่เปลี่ยนจากวัชพืช เป็นพืชเศรษฐกิจได้ จากต้องเสียงบประมาณในการกำจัด กลายเป็นทำรายได้ได้ เหมือนโดนแจ็คพ็อตเข้าฮอสได้ 2 ต่อเลยทีเดียว

