ภาวะ “อุจจาระอุดตัน”

ภาวะ “อุจจาระอุดตัน”

กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจของใครหลายๆ คนเพียงชั่วข้ามคืน หลังนักร้องสาว ตุ๊กตา จมาพร แสงทอง หรือที่รู้จักกันในฐานะ ตุ๊กตา – The Voice โพสต์ผ่านอินสตาแกรม jamaporn ว่าตนเองไม่ได้อ้วนนะ แต่เป็นโรคที่เธอเรียกว่า “โรคขี้เต็มท้อง” หรือภาวะ “อุจจาระอุดตัน” พร้อมโพสต์ภาพเอ็กซเรย์ของตนเอง โดยเธอได้บอกเล่าถึงอาการที่ตนเองเป็น การรักษา และคำแนะนำจากคุณหมอ ว่าโรคนี้มีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง พร้อมทั้งแชร์เพื่อเตือนเป็นวิทยาทานให้กับทุกคน

ซึ่งจากเอกสารเผยแพร่ของ รพ.รามคำแหง ก็น่าจะช่วยให้หลายคนได้รู้จักกับ “โรคขี้เต็มท้อง” หรือภาวะ “อุจจาระอุดตัน” กันได้ลึกซึ้งขึ้น

ภาวะที่ในท้องมีอุจจาระมากเกินไป จนทำให้เกิดอาการผิดปกติกับร่างกายของเรามีอยู่จริง โดยโรคสุดแปลกที่ว่านี้ก็คือ “ภาวะอุจจาระอุดตัน” ซึ่งก็อันตรายไม่ใช่เล่นๆ

ภาวะอุจจาระอุดตัน คือ ภาวะที่อุจจาระแห้งและอุดตันบริเวณลำไส้ตรง จนไม่สามารถผ่านออกมาได้จนเกิดมีปัญหาท้องผูกรุนแรง หรือท้องผูกเป็นเวลานาน โรคนี้ไม่ได้เกิดกับคนที่ท้องผูกอย่างเดียวแต่เกิดได้กับทุกการขับถ่ายเลยก็ว่าได้.. แค่เราอั้นอุจจาระ หรือมีการขับถ่ายที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รวมถึงการนั่งถ่ายที่ไม่ถูกต้อง

ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยหากมีพฤติกรรม เช่น ชอบกลั้นอุจจาระ อุจจาระไม่เป็นเวลา ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทานอาหารที่มีกากใยอาหารน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกายหรือไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ลำไส้ทำงานผิดปกติ ฯลฯ

โดยอาการที่พบได้ค่อนข้างหลากหลาย เบื้องต้นจะเริ่มจากมีอาการแน่นท้อง ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายโรคกระเพาะ ทานข้าวได้น้อยลง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว นอนไม่ค่อยหลับ

ใครที่มีอาการดังกล่าวข้างต้นแนะนำให้ไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัย ส่วนใหญ่แพทย์จะทำการรักษาโดยการให้ยาระบายเพื่อให้ร่างกายขับถ่ายอุจจาระออกมา และไม่แนะนำให้ซื้อยาระบายมาทานเองเด็ดขาด!! เพราะอาจมีผลในระยะยาวอาจทำให้อาการหนักกว่าเดิมได้

ส่วนการป้องกันสามารถทำได้ง่ายๆ แค่เพียงดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ทานผักผลไม้และอาหารที่มีกากใยอาหารมากๆ ไม่กลั้นอุจจาระ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา และนั่งถ่ายอย่างถูกวิธีเท่านี้ก็สามารถทำให้ลดความเสี่ยงต่อภาวะนี้ได้แล้ว

อย่างไรก็ตามอาการท้องผูกเรื้อรังนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งอาจเกิดจากการมีเนื้องอก หรือมะเร็งลำไส้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเราสามารถตรวจได้ด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หากพบความผิดปกติ เช่น เจอเนื้องอก หรือติ่งเนื้อในลำไส้ แพทย์ก็สามารถตัดออกมาตรวจได้ทันที และหากตรวจพบว่าเป็นเนื้อร้ายก็จะได้รีบรักษาแต่เนินๆ โอกาสหายก็มีมากกว่า

ที่มา : IG – jamaporn, รพ.รามคำแหง