เล่นไปก็เหนื่อยไป

เล่นไปก็เหนื่อยไป

ในระดับภูมิภาคนี้กีฬาที่เราพอเชิดหน้าชูตากับเขาได้ก็ “ฟุตบอล” นี่แหละ ในระดับทีมชาติด้วยกันกับเราคือทีมที่ใครๆ ก็ไม่อยากปะทะด้วย อาเซียนเรานี่อาจมี “เวียดนาม” ที่บ้าบอลมากกว่าเราที่ตามมาก็ “อินโดนีเซีย” กับเรานี่แหละ บางทีดูไปดูมาฟุตบอลในภูมิภาคนี้มันควรจะขับเคลื่อนไปได้มากมายกว่านี้ แต่จนแล้วจนรอดเราก็ยังอยู่ห่างจากความเป็นจริงของ “WORLDCUP” อีกหลายปีแสง มันมีหลายปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อวงการฟุตบอลบ้านเราและในภูมิภาคนั่นคือ “การเมือง” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับการทำทีมในยุคนี้ ของเราเองนี่หากไม่ใช่ทีมที่มีเงินหนุนหลังอันเป็นทุนเดิมขอบอกบินเกิดได้ยากมาก หลายๆ ทีมในเขตภูมิภาคเป็นหนี้เป็นสินกันชนิดที่เรียกได้ว่า “ล้มละลาย” อยู่รอมมะร่อ…

นี่แหละการลงทุนในโลกฟุตบอลที่ลำบากยากเข็ญที่มันมีรายจ่ายเป็นล้านๆ แล้วเงินพวกนั้นมาจากไหน ส่วนหนึ่งมาจากค่าเข้าชมและเงินอุดหนุนทีมจากสมาคมมอบให้ ไอ้ที่ต้องใช้ “ค่าเข้าชมขึ้นหน้า” เพราะเวลานี้เงินอุดหนุนทีมมันแทบจะยาไส้ยาทีมให้อยู่รอดได้ ดังนั้น “เงินค่าเข้าชม” จึงต้องมาก่อนเพื่อน แต่อนิจจามันมี “โควิด-19” เข้ามาป้วนๆ เปี้ยนๆ เข้าปี 3 แล้ว การรวมตัวกันในทุกกรณีห้ามเด็ดขาด เงินที่เคยได้รับทุกอาทิตย์หรือทุกครั้งที่ทีมมาแข่งรายได้ไม่มากก็น้อยต้องมีเข้ามาแน่นอน เมื่อสายเลือดใหญ่หยุดไหลเข้า เงินอุดหนุนทีมน้อยเหลือเกินมันก็คงเป็นอย่างที่เราเห็นทีมระดับภูมิภาคมันง่อยเปลี้ยเสียขาไปตามๆ กัน…

ที่ไล่เรียงมาเป็นบอลสนามใหญ่ ขอไปที่บอลโต๊ะเล็กบ้างในทางวงในแล้วโต๊ะเล็กถึงแม้จะมีผลงานแบบกันผิดหวังกับอาชีพได้หากใครยึดเอาไว้เพื่อชีวิต แต่เท่าที่รู้เงินดาวเงินเดือนของพวกเขามันเป็นเพียง “หลักหมื่น” ต่อเดือนเท่านั้นเอง ถึงแม้จะมีกฎเหล็กอยู่ว่า “ห้ามเดินสาย” แต่ทำไงได้ก็มันอดกันจริงๆ ดังนั้นเรามักจะเห็นนักกีฬาทีมใหญ่ก็ออกไปเดินสายให้กับทีมนอกลีกอยู่เสมอ สมาคมเองก็ทราบดีแต่ของแบบนี้มันมองไม่เห็นกันได้ เอาน่าถือว่าช่วยๆ กันไปก็แล้วกัน นอกจากนั้นยังมีอีกมากมายหลายประเด็นของปัญหากับกีฬาเพื่อชีวิต และนี่คือทีมของ “เล่นไปก็เหนื่อยไป”

ครูไก่