มือใครยาวสาวได้สาวเอาแน่นอน

มือใครยาวสาวได้สาวเอาแน่นอน

อยากเขียนมานานกับประเด็น “ของแพง” ที่เกิดเป็นความทุกข์กันไปหมดแทบจะทุกหัวระแหง บ้างก็โทษ “รัฐ” บ้างก็เอาความผิดไปปะไว้กับผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ช่างมันปิดจบด้วยชาวบ้านตาดำๆ ต้องโดนล้วงกระเป๋าแบบไร้การต่อสู้ และอีกเรื่องคือของแพงมันดันมาตอนผู้คนไม่มีเงินทองจะซื้อหานี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เมื่อมาประกอบกันเข้าแล้วมนุษย์ที่หาเช้ากินค่ำกับคำว่า “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” มันมาแทนจะทุกครัวเรือน ครูไก่เองทำงานอยู่ในกลุ่มของผู้คนที่มีอันจะกินกันแทบทั้งสิ้น ดังนั้น คำโอดครวญว่าของแพงอาจได้ยินเพียงแผ่วเบา แต่จากข่าวที่ออกมาแทบจะทุกชั่วโมงช่วงก่อนหน้าตรุษจีนช่วงนั้นชีวิตมัน “โหดร้ายจริง” คำว่า “ของแพง” แทบจะมีอยู่ในการสนทนาในแทบจะทุกเวลา…

เรามาดูราคาหมูกันว่าทำไมมันกระโดดโลดแล่นไปปานนั้น มันน่าจะเริ่มจากการระบาดของ “โรคชนิดหนึ่ง” ที่มันเกิดและแพร่กระจายมาจากเมืองจีนโน่นสุดท้ายประเทศเพื่อนเราก็ต้องโดนกับโรคนี้เหมือนกัน…ครูไก่เชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะไม่รู้ เพียงแต่เขาปล่อยให้ผู้คนที่เป็นผู้เลี้ยงแบบ “ฟาร์มชาวบ้าน” จะโดนไปเต็มๆ ในหลายภาคของประเทศชาวบ้านที่มีฟาร์มเลี้ยงหมูถึงขั้น “สิ้นเนื้อประดาตัว” กันเลยทีเดียว แต่กับฟาร์มใหญ่ที่เป็นการเลี้ยงแบบปิด เขาคงควบคุมการระบาดให้อยู่ในระบบได้แบบ 100% หากจะคิดในแง่ร้ายมันเหมือนกับเป็นการวาง “หมากล้อม” เพื่อขายซากหมูชำแหละในราคาสูงแบบที่ชาวบ้านสุดจะทน…

ด้วยจำนวนหมูที่เหลือน้อยลงประกอบกับความต้องการบริโภคที่มีมากขึ้นมันก็เป็นอย่างที่เราทราบๆ กันดี “นรกแท้ๆ” การทำแบบนี้มันเท่ากับจะ “ฆ่า” กันให้ตายไปเลยมั้ง ฟากฝั่งรัฐก็ทำอะไรไม่ได้เต็มไม้เต็มมือนักคล้ายกับ “จะลบหน้าก็ปะจมูก” ยังไงพิกล บางห้องเย็นเห็นว่าเก็บซากหมูไว้เป็นจำนวนมาก เล่นเอาชาวบ้านอย่างเราๆ งงไปตามๆ กัน จนวันนี้ผมเองยังรู้เลยว่าเรื่องราวที่ว่ามามันจบลงอย่างไร แต่ถ้ามันเป็นอย่างที่ชาวบ้านอย่างเราคิด คนพวกนี้ใจมันร้ายนักที่กล้าเอาชีวิตผู้คนตาดำๆ ที่ไม่มีทางสู้มาเป็นผลประกอบการของตัวเอง…ครูไก่ไม่ทราบหรอกนะว่านรกหรือสวรรค์มันมีจริงหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆ “นรกอยู่กับชาวบ้าน สวรรค์อยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่” แน่นอนขอให้ชีวิตให้สบายนะบนทุกข์ของผู้คน…

ครูไก่