สัพเพฯ กอล์ฟ

ผ่านกับประชามติ

ผ่านกับประชามติ

เรื่องของระบบการปกครองที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย” โดยเฉพาะบ้านเมืองของเราที่ดูแล้วว่ามันจะรอดหรือเปล่ากับระบบนี้ จากอดีตถึงปัจจุบันเรามี “รัฐธรรมนูญ” มากี่ฉบับแล้ว… มันมากมายขนาดจำกันไม่หวาดไม่ไหว ทั้งชนิดหักดิบคือเขียนกันขึ้นมาแล้วก็เอาไปใช้เลย หรือประชาชนจะต้องแสดงความเห็นชอบก่อนเอาไปใช้เข้าสู่ระบบการปกครอง แต่สุดท้ายปลายทางก็จบแบบไม่สวยเกือบทุกรัฐบาลที่แล้วมา

การผ่านร่างคราวนี้ในช่วงแรกผมเองก็ยังหวั่นๆ อยู่เหมือนกัน สุดท้ายก็ปิดจบที่งดงามใช้ได้ นัยว่าฉบับนี้เป็นการระดมสมอง “ปราชญ์” เท่าที่ประเทศเรามี มาทำการปิดป้องความ “คนโกง” ของนักการเมือง เล่นเอาบรรดาพวก “กินปูนร้อนท้อง” ออกมาสำรอกความชั่วของตัวเองให้เห็น ทั้งหัวทั้งหางมากันเป็นขบวน แทบจะทุกคนที่ออกมา “บ้าน้ำลาย” กับการลงประชามติครั้งนี้ เขาเคยมีผลงานในการปกครองประเทศมาแล้วทั้งนั้น แล้วผลงานก็น่าจะเรียกได้ว่า “เลวแท้”

น่าเสียดายนะกับบางท่านบางคนที่ร่ำเรียนมาจากเมืองนอกเมืองนา สามารถจะหยิบจับเกียรติบัติมากมายมาประกอบความรู้ที่มีอยู่ แต่แผ่นกระดาษที่ว่าก็ไม่ได้ช่วยให้การทำงานในฐานะผู้นำชาติ ที่ประชาชนควรจะจดจำได้ หรือบางพวกบางคนมาจาก “นักพูดที่เอาสาระอะไรไม่ได้” คนพวกนี้ถูกเลือกให้เข้ามานำพาชาติให้รอดพ้นจากความ “วิบัติ” แต่ก็เกือบไปประเทศเกือบจะล่มจมแล้ว ผู้คนทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นปีๆ กลุ่มคนที่ถือว่าเล็กสุดของประเทศ แต่สำคัญเป็นอันดับต้นต่อชาติ นั่นคือ “ครอบครัว” ยังมีแบ่งข้างแบ่งมุมแล้วพร้อมจะระเบิดอารมณ์เข้าหากันได้ทันที เช่นนี้บรรดาผู้ที่เคยเป็นผู้นำทั้งหลายจะได้สำนึกในความผิดกันบ้างมั๊ย

แต่กับประชาชนคนใดที่ยังรักยังหลงกับ “มนุษย์สายพันธุ์นี้” ก็ตามสบายเลย รักกันไปหลงกันไป ชีวิตอาจมีความเจริญเข้าสักที หรือไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้านะครับ แต่อย่าลืมชีวิตหาได้เป็นอย่างละครหลังข่าวที่เราชมกันอยู่คือ “สุดท้ายปลายทางการให้อภัยก็จะบังเกิดขึ้น” จงสำนึกเสียทีดีกว่าสำนึกได้หลังจากการตัดสินใจของ “ศาล” เพราะเมื่อถึงเวลานั้นคำว่า “นักโทษ” จะมาเยือนนะจำไว้…

 

เชียร์คนไทยใน Olympic

ช่วงเวลา 20 กว่าปีมานี่ บอกตรงๆ นะ “Olympic” มันสนุกน่าชมน่าเชียร์มากขึ้นกว่าเดิม นั่นเพราะทีมนักกีฬาของเราพอจะได้หยิบจับกับเหรียญขึ้นมาบ้าง นับแต่ทองแดงแรกจาก “พเยาว์ พูนธรัตน์” ต่อมาก็เหรียญเงินจาก “ขาวผ่อง” หรือ ทวี อัมพรมหา ไล่มาเป็นทองจาก “โม้อมตะ” ซึ่งเป็นทองแรกของชาติ เราเลี้ยงฉลองกันเป็นบ้าเป็นหลัง แทบจะปิดประเทศฉลองกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งใน Olympic ปีถัดๆ มา ไทยเราก็มีเหรียญติดไม้ติดมือมาเป็นประจำ

สำหรับเหรียญทองในมหกรรมกีฬาเช่นนี้ การที่จะแทรกตัวเข้ามาในแต่ละรอบ แต่ละครั้งต้องรอกันเกือบจะเป็นวันท้ายๆ ของการแข่งขัน แต่คราวนี้ไม่ต้องรอกันให้เนิ่นนานกดเข้าไปแล้ว 2 ทอง 1เงิน กับ 1 ทองแดง เมื่อวันส่งต้นฉบับ แล้วนี่บรรดานักกีฬาที่เป็นความหวังเกรด A+ ยังไม่ลงสนาม ทั้งสมาคม “ลูกขนไก่” และ สมาคม “กอล์ฟ” ซึ่งทั้งสองชนิดกีฬานี้ผลงาน “ระเบิดระเบ้อ” กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ “เจ้าเมย์” จอมสวิงก้านเหล็กอันเป็นความหวังของ “สมาคมกอล์ฟสมัครเล่นแห่งประเทศไทย” เพราะฟอร์มก่อนหน้านี้เธอทำไว้โดดเด่นมากเหลือหลาย

แต่ที่น่าเป็นห่วงอยู่ก็สภาพสนามเท่านั้นเองครับ ถ้าเราจะต้องโคจรไปป๊ะนักกอล์ฟเจ้าถิ่นที่ชินทั้งสนาม, อากาศ, ผู้คน บอกได้เลย ลำบากสุดๆ อย่างเดียวก็คือต้องเอาการทำงานแบบมืออาชีพที่ผ่านสังเวียนระดับ “อาชีพ” มาอย่างโชกโชน หลานคนนี้คงไม่ทำความผิดหวังให้คนในชาติ Olympic ครั้งนี้เราเชียร์เราชมกันอย่างสบายใจ คือเรามีสองทองค้ำอยู่แล้ว การลงประชามติก็ผ่าน ที่เหลือของทัพนักกีฬาไทยคงสบายใจกันแล้ว เพราะถ้ายังไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาก่อนหน้า ใครที่เป็นตัวเต็งในเหรียญทอง คงแบกภาระนี้ไว้อย่างลำบากยากเย็นเป็นที่สุด แต่นี่ทั้งชุดที่เดินทางไปลอยตัวแล้ว… เชื่อว่าชนิดกีฬาที่เหลือคงมีอะไรได้เห็นหน้าเห็นหลังกันมากขึ้น สำหรับกีฬาที่ดูแล้วอยากชื่นชมจริงคือ “ธนู” ครับ ประเภททีมเกาหลีเก็บไปแล้วก่อนหน้านี้ ในประเภทบุคคลเรามาป๊ะกันไต้หวัน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะกันมา.. เรานำก่อน 3:1 เกมส์ เขาตามมา 3 เท่า สุดท้ายก็มาเสมอกันที่ 5:5

เลยต้องมาตัดสินกันแบบ ดอกต่อดอก ใครเข้าเป้าด้วยคะแนนมากกว่าก็ชนะไป ไต้หวันได้สิทธิ์ในการยิงก่อน พี่แกกด 10 คะแนนเต็ม ความกดดันก็ตกมาเป็นของเรา คือถ้าอยากจะอยู่ต่อไปอีก 3 วัน ก็ต้องเข้าเป้า 10 เช่นกัน หรือถ้าให้ดีก็ต้องเข้าเป้า 10 ไม่พอ ต้องใกล้ตรงกลางเข้าไปอีก… เพื่อชนะไปเลย แล้วก็เป็นไปได้ เรายิงเข้า 10 แล้วที่เด็ดสุดคือไทยเราใกล้กว่าคู่แข่ง 2.5 cm. ก็เป็นอันว่า เราสามารถเดินเข้าไปสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ส่วนคู่แข่งที่เป็นมืออันดับ 9 ของโลก ต้องร่วงตุ๊บไปด้วยมือ 93 ของเราแล้ว ด้วยระยะห่างของลูกธนู 2.5 cm. เท่านั้นเอง

ใน Olympic คราวนี้ ลองติดตามหาข่าวอันเป็นความลำบากยากเย็นของเมืองนี้ดูนะครับ ว่าสถิติการตีชิงวิ่งราว มีสถิติที่แย่ขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าจากเวลาเดียวกัน การฆ่าแกงก็เพิ่มขึ้นมาก ดูเหมือนว่าสถิตินี้จะอยู่คงทนไปอีกนาน “บราซิล” นับเป็นประเทศที่งดงามประเทศหนึ่งของโลก Olympic จึงหล่นลงดินแดนที่ว่า แต่อย่าลืมความอดอยากและยากจนก็อยู่คู่กับแผ่นดินนี้เช่นกัน… แล้วก็อยู่มานานแล้วด้วย ดูกีฬาอย่างมีความสุขนะครับ ส่วนครูไก่ความสุขกับทุกข์ก็เหมือนมือซ้ายมือขวาที่ต้องอยู่คู่กันตราบเท่าที่ยังมีอะไรให้จับยึดได้อยู่นะครับ… คงต้องใช้ทั้งทุกข์และสุขในการดำรงชีวิตกันต่อไป…

ครูไก่ ลำพอง ดวงล้อมจันทร์