ธัญพิสิษฐ์-จักรภัทร-สดมภ์ นำร่วม สิงห์-เอสเอที ภูเก็ต

‘ธัญพิสิษฐ์-จักรภัทร-สดมภ์’ นำร่วมบนคลับเฮ้าส์
ศึก สิงห์-เอสเอที ภูเก็ต คลาสสิก

ธัญพิสิษฐ์ ออมสิน อดีตแชมป์ทำเงิน ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 2017 เก็บ 5 เบอร์ดี้ โดยไม่เสียโบกี้ ก่อนขึ้นนำบนคลับเฮ้าส์ร่วมกับ จักรภัทร ฮ้อแสงชัย นักกอล์ฟวัย 24 ปีจากปทุมธานี และ สดมภ์ แก้วกาญจนา หนุ่มวัย 23 ปี จากนราธิวาส ด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 66 ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพ ไทยแลนด์ พีจีเอทัวร์ รายการ สิงห์-เอสเอที ภูเก็ต คลาสสิก ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการแซนด์บ็อกซ์สวิง ที่สนาม บลูแคนยอน คันทรี่คลับ เลกส์ คอร์ส ระยะ 7,061 หลา พาร์ 71 ที่ในรอบแรกเจอฝนป่วนจนไม่สามารถเล่นจบรอบได้

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดแข่งขันรายการนี้ ได้รับการสนับสนุน จากการกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัด เก็บคะแนนสะสม ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต รายการที่สามของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ฤดูกาลนี้ ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท นับเป็นแมตช์ที่สามของโครงการ แซนด์บ็อกซ์ สวิง จากการสนับสนุนของทางจังหวัดภูเก็ต  แข่งขันระบบปิดไม่มีคนดู เน้นมาตรการความปลอดภัยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 โดยนักกอล์ฟและเจ้าหน้าที่ทุกคน  รวมถึงแคดดี้และผู้ติดตาม ต้องตรวจหาเชื้อแบบ เอทีเค ทุกๆ 5 วัน ตามมาตรการที่กำหนด ขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏบัติงานยังต้อง สแกนคิวอาร์โค้ด กรอกแบบสอบถามประจำวันเพื่อประเมินความเสี่ยงติดเชื้ออีกด้วย

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นรอบแรกของการแข่งขัน เจอพายุฝนฟ้าคะนองเล่นงานตั้งแต่ช่วงเช้าจนการแข่งขันต้องล่าช้าไปถึง 1 ชั่วโมง ทำให้นักกอล์ฟซึ่งออกรอบในช่วงบ่าย 27 คน ไม่สามารถเล่นจบรอบได้ต้องกลับมาเล่นต่อในช่วงเช้าของวันที่ 2 ตุลาคม ต่อให้จบรอบและตามด้วยการแข่งขันในรอบสอง โดยในกลุ่มนักกอล์ฟที่เล่นจบรอบได้เป็น ธัญพิสิษฐ์ ออมสิน แชมป์ทำเงินไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 2017 จากอยุธยา ซึ่งเริ่มจับสปีดกรีนได้เก็บเข้ามา 5 เบอร์ดี้ โดยไม่เสียโบกี้ ขึ้นมานำบนคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 66 เท่ากับ จักรภัทร ฮ้อแสงชัย นักกอล์ฟวัย 24 ปีจากปทุมธานี ที่โชว์ช็อตแอพโพรชคมกริบ ก่อนเก็บเข้ามา 5 เบอร์ดี้ ไม่มีโบกี้ และ สดมภ์ แก้วกาญจนา หนุ่มจาก นราธิวาส ที่เก็บเข้ามา 6 เบอร์ดี้ 1 โบกี้

ธัญพิสิษฐ์ แชมป์ ไทยแลนด์ พีจีเอทัวร์ 2 รายการ วัย 25 ปี เปิดเผยว่า “วันนี้ตีเหล็กค่อนข้างดีครับ บวกกับพัตต์อ่านไลน์ค่อนข้างได้ด้วย วันนี้ตีเหล็กไม่ค่อยพลาดออนไป 16 กรีน เข้าไปออนใกล้บ้างไกลบาง แต่ระยะที่ต้องทำก็สามารถทำได้ รู้สึกว่าสัปดาห์นี้กรีนจะไวกว่าสัปดาห์แรกที่มาเล่น ฟิลลิงมันก็เลยจะดีกว่า ส่วนอีกสองวันที่เหลือต้องเสิร์ฟให้อยู่ก่อน แล้วมันจะได้สู้ แต่จะได้แค่ไหนขอเล่นให้สนุกครับ”

ขณะที่ จักรภัทร อดีตผู้เล่นระดับ เอ็นซีดับเบิลเอ ดิวิชั่น 1 ของยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เดอะ แปซิปิก ในสต็อกตัน แคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า “วันนี้ตีเหล็กค่อนข้างดีมากเลยครับ เพราะปกติจุดอ่อนผมเป็นคนตีออนไม่ค่อยเยอะครับ เล่นลูกสั้นลูกพัตต์ดี แต่ว่าสัปดาห์นี้พยายามตีกรีนให้เยอะเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเอง เพราะว่าระยะเริ่มเพิ่มขึ้นมาซึ่งถ้าทีช็อตอยู่แฟร์เวย์ก็สามารถทำสกอร์ได้”

นักกอล์ฟวัย 24 ปี จาก ปทุมธานี ซึ่งเปิดฉากรอบแรกที่หลุม 1 ก่อนเก็บเข้ามาสามเบอร์ดี้ในช่วงเก้าหลุมแรก จากระยะแท็ปอินทั้งหมด ก่อนจะมาได้เบอร์ดี้ระยะ 15 ฟุตที่หลุม 5 และเบอร์ดี้สุดท้ายด้วยการชิพอินจากระยะ 15 หลาที่หลุม 7 ยังกล่าวถึงเป้าหมายในสัปดาห์นี้ด้วยว่า “ก็คงเล่นตามแผน พยายามเสิร์ฟให้อยู่และตีกรีนให้เยอะไว้ครับ เพราะสองสามสัปดาห์ที่เล่นที่บลูแคนยอนคิดว่าพัตต์ดีระดับหนึ่ง ก็พยายามออนกรีนให้มากเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองให้มากขึ้นครับ”

ส่วน สดมภ์ แก้วกาญจนา หนุ่มวัย 23 ปี จาก นราธิวาส ที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจเอทัวร์รายการแรกในชีวิต หลังเคยจบอันดับห้าร่วมในการแข่งขันที่ รอยัลฮิลล์ เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมากล่าวว่า “วันนี้โดยรวมถือว่าค่อนข้างดีโดยเฉพาะเหล็กกับไดร์ฟเวอร์ครับ ทำให้เรามีโอกาสสร้างเบอร์ดี้เยอะขึ้น บวกกับวันนี้พัตต์ลงด้วยครับ ต่างจากสองสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พัตต์ไม่ค่อยลงเลยทำให้สกอร์บางวันได้บ้าง บางวันก็ทำสกอร์ไม่ได้”

สดมภ์ ที่ในรอบแรกตีเรกกูเลชั่นออนถึง 17 หลุม หลังจากทีช็อตอยู่ในแฟร์เวย์ถึง 13 หลุม ยังกล่าวถึงการเล่นที่ บลูแคนยอน คันทรี่คลับ เลกส์ คอร์ส เป็นครั้งที่สองในรอบ 3 สัปดาห์ด้วยว่า “ผมว่าหลุมพาร์ 3 มีการเพิ่มระยะจากสัปดาห์แรกทำให้เราเล่นยากขึ้น แล้วเหมือนสัปดาห์นี้จะเจาะธงค่อนข้างยากกว่าเดิม ก็ต้องเล่นแบบใจเย็นๆ และวางแผนดีๆ สำหรับผมค่อนข้างพอใจครับ เพราะสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีตีเกินบ้าง ตีอันเดอร์บ้าง แต่วันนี้สตาร์ตดีก็ทำให้เรามั่นใจขึ้นครับ”

ตามหลังหนึ่งสโตรกเป็น ชัยพัชร์ คูณมาก ที่หวดเข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 67 และกลุ่มนักกอล์ฟที่จบรอบแรกเข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 68 ประกอบด้วย ชนะโชค เดชภิรัตนมงคล, นิรันดร์ แซ่อึ้ง, โคสุเก ฮามาโมโต้, อติรุจ วินัยเจริญชัย, นิวพอร์ต ลาภาโรจน์กิจ ขณะที่กลุ่มที่จบ 2 อันเดอร์พาร์ 69 มี วิชญภัทร สินสร้าง, เดชาวัต เพชรประยูร, เศรษฐี ประคองเวช, พิสิฐชัย ทิพย์พงษ์, นพรัฐ พานิชผล, กิตติพร ชวนะพงศ์, สัตยา ทรัพย์อัประไมย และนักกอล์ฟสมัครเล่น สุทธินนท์ ปัญโญ

สำหรับ สุทธิเจตน์ คูห์รัตนพิศาล นักกอล์ฟวัย 34 ปีจากราชบุรีซึ่งเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟที่ร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งในรอบแรกซึ่งเล่นไปได้ 15 ปีเก็บมาหกเเบอร์ดี้ยังไม่เสียโบกี้แม้แต่หลุมเดียว มีสกอร์อยู่ที่ 6 อันเดอร์พาร์แต่ต้องกลับมาเล่นต่ออีก 3 หลุมในช่วเช้าของวันที่ 2 ตุลาคม เช่นเดียวกับ สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย ที่เล่นไป 15 หลุมมี 4 อันเดอร์พาร์